โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“มหาเศรษฐี Centi-millionaires” ทั่วโลกขยายตัวช่วง 10 ปีที่ผ่านมา “จีน” ครองแชมป์ โตแรง 108% ขึ้นแซงสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ก.ย 2567 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 08.53 น.

"มหาเศรษฐี Centi-millionaires" ทั่วโลกขยายตัวช่วง 10 ปีที่ผ่านมา "จีน" ครองแชมป์ โตแรง 108% ขึ้นแซงสหรัฐ ในทางกลับกันยุโรปคาดการเติบโตของมหาเศรษฐีช้ากว่า 50%

วันที่ 17 กันยายน 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า New World Wealth และ Henley & Partners ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาแก่บุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิสูงในการได้รับถิ่นที่อยู่ รายงานว่ามหาเศรษฐีโลกขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยจีนเป็นผู้นำในการเติบโต

โดยกลุ่ม Centi-millionaires หรือกลุ่มที่มีความมั่งคั่ง ครอบครองเงินและสินทรัพย์มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงขึ้น 54% ทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็น 29,350 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีนและสหรัฐอเมริกา

Juerg Steffen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Henley & Partners กล่าวว่า ”อเมริกาและจีนได้ประสบกับสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเศรษฐีร้อยล้าน โดยมีผลงานที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งในยุโรปอย่างเห็นได้ชัด”

“การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนนั้นน่าทึ่งที่สุด โดยจำนวนมหาเศรษฐีของจีนขยายตัวถึง 108% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แซงหน้าสหรัฐ ซึ่งจำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นถึง 81% ในช่วงเวลาเดียวกัน”

Juerg Steffen กล่าวว่าการเติบโตของจีนนั้นขับเคลื่อนโดยการเกิดของมหาเศรษฐีกลุ่ม Centi-millionaires ด้านเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่เป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันมีมหาเศรษฐีอยู่ 2,350 คนในประเทศจีน

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนชะงักงัน เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหา อัตราการว่างงานที่ไม่แน่นอน และการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอ Andrew Amoils นักวิเคราะห์ความมั่งคั่งจาก New World Wealth บอกกับ CNBC ว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของมหาเศรษฐีจีนส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างปี 2558-2563 และตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา จำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นเพียง 10% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Henley & Partners ยืนยันว่าเมืองต่างๆ เช่น หางโจวและเซินเจิ้นยังคงมีศักยภาพในฐานะศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี และอยู่ในรายชื่อเมืองที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่นมากกว่า 150% ในด้านจำนวนประชากรมหาเศรษฐีภายในปี 2583

การขยายตัวทางเศรษฐกิจในสองเมืองนี้แซงหน้าการเติบโต 5% ของประเทศไปแล้ว GDP ของหางโจวเติบโต 6.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ในทำนองเดียวกันเซินเจิ้นเติบโต 5.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในช่วงเวลาเดียวกัน โดยได้รับแรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรม

ระหว่างนี้จนถึงปี 2583 Amoils ยังคงคาดว่าจำนวนมหาเศรษฐีชาวจีนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งระหว่าง 80-100% และคาดว่าทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนจะมีอัตราการเติบโตแซงหน้าอัตราการเติบโตของมหาเศรษฐี 75% โดยเฉลี่ยของโลกภายในปี 2583

รายงานยังระบุด้วยว่า เมืองต่างๆ หลายแห่งในเอเชียและตะวันออกกลางมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นถึง 150% ซึ่งรวมถึงไทเป ดูไบ อาบูดาบี และเบงกาลูรูของอินเดีย ในทางกลับกันศูนย์กลางที่ก่อตั้งมายาวนาน เช่น ซูริก ชิคาโก มอสโกว์ และมาดริด คาดว่าจะเห็นการเติบโตของมหาเศรษฐีช้ากว่า 50% ในช่วงหลายปีจนถึงปี 2583

นอกจากนี้ Steffen ยังระบุถึงผลการดำเนินงานที่ชะลอตัวของยุโรปว่าเป็นผลมาจากการขยายตัวช้าของตลาดสำคัญอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามแม้ว่าตลาดที่ใหญ่กว่าของยุโรปจะชะลอตัวลง แต่ตลาดขนาดเล็กอย่างโมนาโก มอลตา มอนเตเนโกร และโปแลนด์กลับมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในมหาเศรษฐี ซึ่งเพิ่มขึ้น 75% หรือมากกว่านั้น

สหรัฐอเมริกายังคงเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งอันดับต้นๆ โดยเมืองต่างๆ เช่น นิวยอร์ก ลอสแองเจลิส และเขตซานฟรานซิสโก คาดว่าจะเห็นการเติบโตต่อไปอีกมากกว่า 50% ของมหาเศรษฐี อย่างไรก็ตามการที่สหรัฐจะยังคงครองความยิ่งใหญ่ต่อไปอาจขึ้นอยู่กับว่าใครจะชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เดวิด ยัง ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจจากกลุ่มวิจัย The Conference Board กล่าวว่า “การเติบโตของมหาเศรษ และแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานในปัจจุบันจะขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะมีความแตกต่างอย่างมากในนโยบายทางการคลัง การเงิน เศรษฐกิจ และสังคม”

ทั้งนี้ผลการวิจัยของ Henley and Partners พบว่ามีชาวอเมริกันที่มีฐานะร่ำรวยจำนวนมากที่กำลังพิจารณาทางเลือกในการอยู่อาศัยและขอสัญชาติ

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...