คอลเลคชั่นซุปศิลปะของร้าน Soup Stock Tokyo จากภาพวาดคลาสสิก สู่ซุปขวัญใจสาวๆ ในญี่ปุ่น
หนึ่งในเสน่ห์ของญี่ปุ่นที่ทำให้หลายคนกลับไปเยือนหลายต่อหลายครั้งคือเมื่อฤดูกาลเปลี่ยนไป หลายสิ่งก็เปลี่ยนตาม นอกจากภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ยังมาพร้อมกับวัฒนธรรมและสารพัดของกุ๊กกิ๊กที่จะโผล่มาให้ลิ้มลองหรือเป็นเจ้าของในระยะเวลาจำกัด แล้วจะหายไปเมื่อเปลี่ยนฤดูกาล
ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ก็เช่นกัน ร้าน Soup Stock Tokyo ก็เหมือนกับร้านอาหารอื่นๆ ที่นำเสนอเมนูตามฤดูกาล แต่โดดเด่นตรงที่ทุกฤดูใบไม้ร่วง ทางร้านจะเปิดจำหน่ายเมนูซุปที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 กันยายน ถึงวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2024 ปีนี้ หากแวะไปที่ร้าน คุณจะได้เจอกับ "ซุปหัวหอมของแวนโก๊ะ" และ "ซุปสาวรีดนมวัวของเฟอร์เมร์” รอต้อนรับคุณอยู่
ร้าน Soup Stock Tokyo ตั้งต้นจากผู้ก่อตั้งที่อยากให้ลูกสาวที่มีอาการแพ้อาหารบางชนิดได้ทานอาหารที่อร่อยและปลอดภัย แล้วพัฒนาไปสู่ความรู้สึก empathy ว่าอยากให้ลูกค้าได้ทานซุปที่ทำจากวัตถุดิบที่คัดสรรจากท้องถิ่นในญี่ปุ่นและบรรจงเคี่ยวอย่างใส่ใจจนกลายเป็นร้านขวัญใจสาวๆ ญี่ปุ่น เนื่องจากตอบโจทย์สาวๆ ที่ไม่อยากไปยืนซดราเม็งหรือโซบะเบียดกับคนข้างๆ ตอนกลางวัน ร้านซุปทานง่ายที่มีบรรยากาศสบายๆ และพิกัดสะดวกตามสถานีรถไฟเพราะมีสาขาถึง 65 แห่ง เลยกลายเป็นพื้นที่แสนอุ่นใจ นอกจากนี้ทางร้านยังพัฒนาเมนูที่สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำกัดตัวเองว่าต้องเป็นร้านซุปแบบญี่ปุ่นหรือตะวันตก แต่ผสมผสานซุปรสอร่อยจากหลายประเทศมาให้เลือกสรร รวมถึงซุปแกงเขียวหวานที่มาจากประเทศไทยของเรา
หนึ่งในเซ็ตเมนูที่เป็นเอกลักษณ์คือ "ซุปจากศิลปะ" ซึ่งทางร้านเริ่มคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2010 ไม่ว่าจะเป็นซุปเห็ดของซุปเห็ดโอคีฟ (O'Keeffe) ที่ดัดแปลงมาจากซุปเห็ดที่ปรากฏในหนังสือ A Painter's Kitchen: Recipes from the Kitchen of Georgia O'Keeffe ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมสูตรอาหารที่โอคีฟชื่นชอบในชีวิตประจำวัน ทางร้านร่วมกับอายาโนะ ฮายาชิ (Ayano Hayashi) ภัณฑารักษ์อิสระที่ศึกษาวิถีชีวิตของโอคีฟสร้างสรรค์เมนูนี้ขึ้นในปี 2011 หรือซุปข้าวสาลีของโกแกงที่คิดค้นขึ้นในปี 2018 เป็นซุปหมูตุ๋นที่เคี่ยวด้วยอุณหภูมิต่ำ ใส่ถั่วชิกพี ข้าวสาลีและหัวหอมสีม่วง ซุปนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์การวาดภาพของโกแกงในสไตล์ Post-Impressionist ที่ไม่ใช่เพียงถ่ายทอดความประทับใจในโลกที่ตนเห็นแบบยุคก่อนหน้า แต่หันไปใช้ความทรงจำและอารมณ์ของตนเองเพื่อเชื่อมโยงกับผู้ชมในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
กลับมาที่ "ซุปหัวหอมของแวนโก๊ะ" และ "ซุปสาวรีดนมวัวของเฟอร์เมร์” ที่เป็นดาวเด่นของฤดูใบไม้ร่วงในปีนี้กันบ้าง “ซุปหัวหอมของแวนโก๊ะ” เกิดมาจากคำถามหลังได้เห็นภาพหัวหอมที่แวนโก๊ะวาดว่า “เขากำลังจะทำอาหารอะไรหรือเปล่า และเขาจะใช้หัวหอมทำอะไร” ทำให้เกิดเป็นซุปหัวหอมสไตล์กราแตงที่พิเศษด้วยการใส่ขนมปังลงไปหลังผัดหัวหอมจนเป็นคาราเมล ส่วนผสมนี้ทำให้ซุปข้นขึ้นและปิดท้ายที่โรยหน้าด้วยชีส ทางร้านยังมีความเห็นว่าภาพวาดนี้ แวนโก๊ะเขียนขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิต ช่วงเดือนมกราคม ปี 1889 เขาเพิ่งออกจากโรงพยาบาลหลังต้องเข้ารักษาแผลฉกรรจ์จากการตัดใบหูของตัวเอง เมื่อเขากลับมาเริ่มวาดภาพอีกครั้งด้วยภาพหุ่นนิ่ง (Still Life) ภาพนี้ หัวหอมจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งชีวิตว่า เขากลับมาทำสิ่งที่รักอีกครั้งหนึ่ง
ส่วน "ซุปสาวรีดนมวัวของเฟอร์เมร์” เกิดจากคำถามที่ว่า “สาวรีดนมวัวกำลังจะทำซุปแบบไหนขึ้นมานะ” ประกอบกับการศึกษาพฤติกรรมการกินของชาวเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 17 จนได้ข้อมูลสำคัญว่าสมัยนั้นยังไม่มีการใช้มันฝรั่ง ดังนั้นจึงไม่ควรมีมันฝรั่งเป็นส่วนผสม ส่วนนมและชีสเป็นผลิตภัณฑ์จากที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ที่หาได้ทั่วไป ขนมปังที่นำมาทานด้วยมีลักษณะค่อนข้างแข็ง และน้ำซุปน่าจะทำจากผัก จึงออกมาเป็นซุปนมใส่ชีสกูด้า ปรุงรสด้วยมัสตาร์ด ลูกเกดและวอลนัท ทำให้ได้รสชาติเปรี้ยวนิดๆ เป็นเอกลักษณ์ ทางร้านบอกว่าอาจจะไม่ถูกปากทุกคน แต่เชื่อว่าถ้าได้ลิ้มลอง จะจดจำรสชาตินี้ไปได้อีกนานแน่นอน
นอกจากซุปแล้ว ทางร้านยังจัดทำโบรชัวร์อย่างดีเพื่อเล่าถึงเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ว่าจะสนใจศิลปะหรือรู้จักภาพวาดที่เป็นแรงบันดาลใจของเมนูเหล่านี้มาก่อนหรือไม่ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือความคิดสร้างสรรค์และตั้งอกตั้งใจของร้าน Soup Stock Tokyo นั้นทำให้พวกเขาโดดเด่นและเป็นที่จดจำมากกว่าร้านอาหารอื่นๆ ในฤดูใบไม้ร่วงนี้
Credit:
https://www.soup-stock-tokyo.com/information/sst.product20240930/
https://prtimes.jp/magazine/soup-stock-tokyo-case-interview/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- คอลเลคชั่นซุปศิลปะของร้าน Soup Stock Tokyo จากภาพวาดคลาสสิก สู่ซุปขวัญใจสาวๆ ในญี่ปุ่น
- ‘Happy Ending’ ซีรีส์ภาพถ่ายโดย ‘Fa and Fon’ สองไดเรกเตอร์เชื้อสายไทย ในลอนดอน ที่อยากเล่าเรื่องการนวดไทยให้ทรงพลัง
- Coralie Fargeat ผู้กำกับ The Substance (2024) กับการระบายความรุนแรงของการต้องเกิดเป็นผู้หญิง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com