รู้หรือไม่? น้ำมัน 1 ลิตร ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 ต.ค. 2567 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 05.29 น. • The Bangkok Insightรู้หรือไม่? น้ำมัน 1 ลิตร ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
น้ำมัน 1 ลิตรที่เราใช้กันอยู่นั้น มีโครงสร้างราคาที่ผู้ใช้อย่างเราๆ อาจไม่เคยรู้
เริ่มจากน้ำมันดิบหลังจากถูกขุดขึ้นมา ผ่านกระบวนการต่างๆ ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จายที่เรียกว่า “ค่าการกลั่น” เมื่อขนส่งไปจำหน่ายในปั๊มน้ำมัน จะต้องบวกเงินลงทุนก่อสร้างปั๊ม ค่าจ้างเด็กปั๊ม ค่าสาธารณูโภค ที่เรียกว่า“ค่าการตลาด” โดยในระหว่างทางจะมี “ค่าภาษี” ที่ถูกเก็บเข้ากองทุน ทั้งกองทุนน้ำทันเชื้อเพลิง และกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อป็นเงินสำรองใช้พยุงราคาน้ำในช่วงที่ราคาในตลาดโลกสูง รวมไปถึงนำไปส่งเสริมพลังงานทดแทนในประเทศ
60-70% ของราคาน้ำมันจะเป็นราคาเนื้อน้ำมันและค่าการกลั่น ค่าการตลาดของปั๊มจะตกราว 5% ส่วนอีก 20-25% จะเป็นค่าภาษี ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูกันว่า ภาษีที่เก็บจากน้ำมันมีอะไรบ้าง
น้ำมันต้องภาษีต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
ส่วนอีก 25 – 30% เป็นเงินส่วนของการเสียภาษีและนำเงินกองทุนที่ภาครัฐเป็นผู้กำหนดและบริหารอัตราการจัดเก็บ ซึ่งประกอบด้วย ภาษีสรรพสามิต ภาษีบำรุงเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
- ภาษีสรรพสามิต หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำหนด คือ กระทรวงการคลัง จัดเก็บโดย กรมสรรพสามิต ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งจัดเก็บภาษีแตกต่างกันตามชนิดน้ำมัน โดยเงินที่เก็บได้ จะจัดส่งให้กับกระทรวงการคลัง เพื่อนำไปเป็นงบประมาณของประเทศ และสำหรับใช้จ่ายในกระทรวงและหน่วยงาน การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ การป้องกันประเทศ รักษาความสงบภายใน การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมสงเคราะห์ ดูแลสิ่งแวดล้อม เคหะและชุมชน การสาธารณสุข การศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และนันทนาการ เป็นต้น
โดยตัวเลขล่าสุด (9 ต.ค. 2567) น้ำมันเบนซินออกเทน 95 เรียกเก็บภาษี 6.50 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 เรียกเก็บ 5.85 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เรียกเก็บ 5.20 บาทต่อลิตร ดีเซล เรียกเก็บ 5.99 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 เรียกเก็บ 5.15 บาทต่อลิตร
- ภาษีบำรุงเทศบาล หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำหนดคือ กระทรวงมหาดไทย จัดเก็บโดย กรมสรรพสามิต ในอัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต และจัดส่งให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น เช่น เทศบาล ตามที่หน่วยงานท้องถิ่นนั้นประกาศกำหนด โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ไม่ให้เกิดความผันผวนในกรณีที่เกิดวิกฤติราคาพลังงาน เช่น กรณีราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กบน. จะพิจารณานำเงินกองทุนน้ำมันฯ มาอุดหนุนราคาระยะสั้น เพื่อสร้างสมดุลราคาให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ และไม่กระทบต่อประชาชนอย่างรวดเร็วเกินไป
ในทางกลับกัน เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง ราคาขายปลีกก็อาจจะยังไม่ปรับลงทันที เพื่อให้สามารถเก็บเงินคืนกองทุนฯ ส่วนที่นำไปชดเชยก่อน โดย กบน. อาจลดการชดเชยราคาและเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนฯ ทำให้บางครั้งราคาขายปลีกน้ำมันอาจไม่ได้ปรับตัวลดลงทันทีตามแนวโน้มราคาตลาดโลกที่ลดลง
กบน. ประกาศเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันเพื่อส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ จะแตกต่างตามสถานการณ์ โดยล่าสุดน้ำมันทุกลิตรจะถูกจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังนี้ ผู้ใช้เบนซินออกเทน 95 ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ 10.68 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ส่งเข้า 4.60 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ส่งเข้า 2.61 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ส่งเข้า 1.16 บาทต่อลิตร ส่วน ดีเซลและดีเซล B20 ส่งเข้า 1.66 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ ที่ต้องมีการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็เพื่อชดเชยสถานะกองทุนฯ ที่ติดลบ เนื่องจาก 2 – 3 ปีที่ผ่านมาเกิดวิกฤติราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กองทุนฯ ต้องเข้าไปพยุงราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (LPG) จนทำให้ปัจจุบันกองทุนฯ มีสถานะติดลบ -99,087 ล้านบาท (ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 29 ก.ย. 2567)
- กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จัดเก็บเงินโดยอาศัย พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 ในอัตราตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนด เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและค่าใช้จ่ายช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมสนับสนุนพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน และลดการใช้พลังงาน
ปัจจุบันกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กำหนดให้เก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมัน 0.05 บาทต่อลิตร ระหว่างปี 2566 – 2567 ตามมติ กพช. ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากผลพวงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2567 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีเงินอยู่14,212.01 ล้านบาท)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีการบริโภคที่จัดเก็บเมื่อมีการขายน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ โดย กรมสรรพากร ซึ่งจะจัดเก็บ 7% ของราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และจัดเก็บอีก 7% ของค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด ซึ่งภาษีนี้จะถูกนำไปเป็นงบประมาณของประเทศ
น้ำมัน 1 ลิตร มีราคาที่ต้องจ่ายมากมาย แต่ทั้งนี้ก็เพื่อการอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่ง รวมไปถึงเพื่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดสารพัดเคล็ดลับ 'ประหยัดพลังงาน' ทำได้ง่ายด้วยตัวเอง
- 'อินโดนีเซีย' เล็งเปิด 'โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์' สิ้นปี 67 ส่งออกไฟไปสิงคโปร์
- 'ซีพีเอฟ' พัฒนา 'อาคารเขียว' เน้นประหยัดพลังงาน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx