โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดตัวเลข ‘การขนส่งทางอากาศ’ ไตรมาส 2 ผู้โดยสารกว่า 32 ล้านคน 211,479 เที่ยวบิน

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ส.ค. 2567 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2567 เวลา 04.16 น. • The Bangkok Insight

เปิดตัวเลข "การขนส่งทางอากาศ" ไตรมาส 2 ผู้โดยสารกว่า 32 ล้านคน ลดลง 11.13% เนื่องจากเข้าสู่ช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว รวม 211,479 เที่ยวบิน

รายงานสถิติการขนส่งทางอากาศไตรมาส 2 ประจำปี 2567 โดยกองเศรษฐกิจการบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ระบุว่า ภาพรวมการขนส่งทางอากาศไตรมาสที่ 2 มีแนวโน้มการเจริญเติบโตลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะจำนวนผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่ช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวของประเทศไทย

การขนส่งทางอากาศ

ไตรมาส 2 ผู้โดยสาร 32.75 ล้านคน 211,479 เที่ยวบิน

  • ภาพรวมสถิติการขนส่งทางอากาศ

ภาพรวมไตรมาสที่ 2 จำนวนผู้โดยสารมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 32.75 ล้านคน แบ่งออกเป็นผู้โดยสารภายในประเทศจำนวน 14.78 ล้านคน และจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศจำนวน 17.97 ล้านคน ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 11.13% เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวของไทย ท eให้ความต้องการเดินทางทางอากาศในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้

การขนส่งทางอากาศ

ปริมาณเที่ยวบินในไตรมาส 2 มีจำนวนทั้งสิ้น 211,479 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ105,185 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 106,294 เที่ยวบิน ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 4.68% ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศในช่วงไตรมาส 2 ภาพรวมมีปริมาณใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศทั้งสิ้น 370.23 พันตัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเพียง 3.67% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ 3.92% ซึ่งส่วนทางกับปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศที่ลดลง 7.46%

สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศ

  • สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศ ช่วงไตรมาส 2/2567

2.1 การเพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับการเดินทางทางอากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์

จำนวนผู้โดยสารในช่วงเทศกำลสงกรำนต์ ปริมาณเที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากภาพรวมช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 จำนวนผู้โดยสารและปริมาณเที่ยวบินมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีก่อนหน้า โดยมีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 32.18 แสนคน เพิ่มขึ้น 18.38% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 โดยเป็นผู้โดยสารภายในประเทศ 3.25% และ ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 34.43%

ในส่วนของปริมาณเที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 มีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 19.95 พันเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 12.27% จากช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศ 2.07% และ จeนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ 25.93%

การขนส่งทางอากาศ

ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญมาจากการดำเนินการตามมาตรการระยะสั้นของรัฐบาล ในการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับความร่วมมือจากสายการบินที่เพิ่มจำนวนเที่ยวบินพิเศษ 104 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นจำนวน 17,874 ที่นั่ง ในช่วงเวลาเช้าและช่วงค่ำรวม 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติ ภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีและ ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น

รวมทั้งมีการจัดโปรโมชั่นตั๋วโดยสารในราคาพิเศษที่มีราคาลดลงถึง 20% เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจeนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินจากความต้องการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์

2.2 แนวโนมโน้มการเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วงเดือนเมษายน

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยว และจำนวนนักท่องเที่ยวแยกรายสัญชาติช่วงเดือนเมษายนปี 2567 กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 2.75 ล้านคน เพิ่มขึ้น 26.35% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ตามลำดับ ส่วนประเทศมาเลเซียมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเล็กน้อย

ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวสอดคล้องกับมาตรการรัฐบาล ที่มีกำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ รวมถึงมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดีย และการขยายพำนักของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย จึงเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

การขนส่งทางอากาศ

2.3 #แบนเกาหลี

ในช่วงที่ผ่านมาเกิดกระแสสังคมออนไลน์ #แบนเกาหลี ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางไปกลับประเทศเกาหลี โดยองค์การการท่องเที่ยวเกาหลีเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวไทยไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน มีจำนวน 119,000 คน ลดลง 21.1% สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสาร ที่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 ส่วนทางกับจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนพฤษภาคม

ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากมาตรการเข้าเมืองที่เข้มงวด การปฏิเสธเข้าประเทศและการขาดคำอธิบายที่ชัดเจนหลังถูกปฏิเสธ ถึงแม้จะได้รับอนุมัติจาก K-ETA (ระบบออนไลน์ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อคัดกรองผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศมายังเกาหลีใต้) จึงทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวไทย

อีกทั้งสถานการณ์เงินเยนที่อ่อนค่าลงและการยกเว้นการตรวจลงตราแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย-จีน ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปี จึงส่งผลให้นักท่องเที่ยวไทยเลือกที่จะท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนแทน

การขนส่งทางอากาศ

2.4 เหตุการณ์อุทกภัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 เกิดสถานการณ์อุทกภัยที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลกระทบต่อท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ หรือ Dubai International Airport ซึ่งรันเวย์ได้ถูกน้ำท่วม ทำให้การเดินทางทางอากาศหยุดชะงัก ทั้งนี้ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบถือเป็นศูนย์กลางด้านการบินขนาดใหญ่ของโลก สามารถรองรับผู้โดยสารกว่า 90 ล้านคนต่อปี และตามสถิติเที่ยวบิน FlightAware ระบุว่า มีเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกของท่าอากาศยานนานาชาติดูไบต้องดีเลย์หรือล่าช้ากว่ากำหนดถึง 388 เที่ยว ขณะที่มีเที่ยวบิน 30 เที่ยวต้องถูกยกเลิก ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศของไทยเช่นกัน

จากข้อมูลสถิติการขนส่งทางอากาศ พบว่า ท่าอากาศยานของประเทศไทยที่มีเที่ยวบินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติดูไบที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา โดยพบว่าโดยเฉลี่ยมีเที่ยวบินเข้าออกประเทศไทยและท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ลดลงในช่วงที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยจำนวนเที่ยวบินลดลงเฉลี่ย 30%

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ที่ปกติมีเที่ยวบินเที่ยวบินแบบประจeจากสายการบินฟลายดูไบ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่มีเที่ยวบินจากท่าอากาศยานดังกล่าวมายังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา

2.5 เที่ยวบินแสวงบุญพิธีฮัจญ์

พิธีฮัจญ์คือ 1 ใน 5 หลักปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิมทั่วโลก เป็นการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในเดือนซุลฮิจญะฮ์ของทุกๆ ปี(เดือนที่ 12 ของปีฮิจเราะห์ศักราช) ซึ่งในปีนี้อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน ตลอดจน กรกฎาคม ซึ่งภาคอุตสาหกรรมการบินมีส่วนเกี่ยวในการสนับสนุนการนำผู้แสวงบุญ ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี 2567 ได้มีเที่ยวบินพิเศษ ไป-กลับรวม 25 เที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม - 17 กรกฎาคม 2567 ออกจากประเทศไทย 3 จุดบิน ได้แก่ นราธิวาส หาดใหญ่และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เดินทางสู่ 2 จุดบินในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้แก่ มะดีนะห์และเจดดาห์ในปีนี้มีจำนวนผู้ที่เดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าวจำนวน 7,738 คน โดยมีจำนวนนลดลงจากปีที่ผ่านมา 35.2%

2.6 เหตุการณ์น้ำท่วมภูเก็ต

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2567 เกิดสถานการณ์อุทกภัยธรรมชาติจังหวัดภูเก็ต ทำให้การสัญจรมีความเป็นไปยาก รวมถึงทำให้เที่ยวบินไม่สามารถลงจอดได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการบิน โดยมีจำนวนเที่ยวบินจำนวนมากกว่า 10 เที่ยวบิน ไม่สามารถลงจอดในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ทำให้หลายสายการบินทำการเปลี่ยนทิศทางการบิน จากสนามบินปลายทางไปยังสนามบินใกล้เคียง เช่น ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติลังกาวี เป็นต้น

การขนส่งทางอากาศ

ติดตามวีซ่าฟรี ส่งผลการเดินทางเข้าไทยของน้กท่องเที่ยวต่างชาติ

  • ประเด็นที่ต้องติดตาม

3.1 การขยายเวลายกเว้นการตรวจลงตราแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไต้หวันและอินเดีย

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ประกาศขยายระยะเวลายกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว ให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอินเดียและไต้หวัน ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว โดยสามารถพำนักในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 30 วัน เป็นกรณีพิเศษ เพิ่มเติมอีก 6 เดือน มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม–11 พฤศจิกายน 2567

3.2 นโยบายรัฐบาลยกระดับพาสปอร์ตของไทย

ตามนโยบาย “หนังสือเดินทางไทย เดินทางได้ทั่วโลก” ของรัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน โดยในไตรมาสที่ 2 มีการประกาศมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราถาวรแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ได้แก่ ยกเว้นการตรวจลงตราถาวรแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย-คาซัคสถาน โดยมีผลบังคับใช้หลังลงนาม 30 วัน และสามารถพำนักอยู่ชั่วคราวในประเทศระหว่าง 2 ฝ่ายได้ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่เดินทางเข้า ระยะเวลาพำนักสะสมรวมกันจะต้องไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน แต่หากมีความประสงค์จะพำนักเกินกว่า 30 วัน จะต้องได้รับการตรวจลงตราตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมายของไทยและคาซัคสถาน

และ มาตรการยกเว้นการตรวจลงตราแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางไปยังสาธารณรัฐแอลเบเนีย มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม - 31 ธันวาคม 2567 โดยมีเงื่อนไขจะต้องกรอก e-Visa ก่อน โดยนักท่องเที่ยวสามารถพนำกได้ 90 วัน

3.3 รัฐบาลอินเดียประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย

เมื่อวันที่28 มิถุนายน 2567 รัฐบาลอินเดียประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยว (e-Tourist visa) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม–31 ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยมาตรการดังกล่าวนักท่องเที่ยวไทยสามารถพำนักในประเทศอินเดียได้ 30 วัน และสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ 2 ครั้งโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการลงตรา ซึ่งนักท่องเที่ยวไทยยังต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภท e-Tourist visa ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ตามเดิม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...