โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ความทรงจำแรกของ (B)RIIZE กับ ‘RIIZING DAY FANCON in Bangkok’ บทพิสูจน์แรกของ ‘น้องข้าว’

The Momentum

อัพเดต 09 ส.ค. 2567 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 10.45 น. • THE MOMENTUM

ในวันที่ใครหลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงจุดอิ่มตัวของอุตสาหกรรมบันเทิงเคป็อป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีกลุ่มศิลปินบอยแบนด์ที่กราฟความนิยมกลับพุ่งทะยานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง ‘RIIZE’ หรือ ‘น้องข้าว’ ศิลปินบอยแบนด์จาก SM Entertainment ที่การสำรวจจากสถาบันวิจัยธุรกิจเกาหลี (Korean Bussiness Research Institute) ระบุว่า พวกเขาติดอันดับ 1 ใน 10 บอยแบนด์ที่ดังที่สุดในวงการเคป็อป ณ ปัจจุบัน แม้ว่าอายุวงนับตั้งแต่วันที่เดบิวต์มาจะยังไม่ถึงปีก็ตาม

ความนิยมไม่เพียงพิสูจน์จากอันดับเท่านั้น แต่น้องข้าวยังได้รับการตอบรับจากแฟนๆ อย่างร้อนแรงจากทั่วทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทยกับการทัวร์แฟนคอนครั้งแรกอย่าง ‘2024 RIIZE FAN-CON RIIZING DAY in Bangkok’ ที่มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดกว่า 1 หมื่นคน

มาวันนี้ The Momentum ขอพาผู้อ่านและเหล่าบรีซ (BRIIZE ชื่อทางการของกลุ่มแฟนคลับ) ย้อนความรู้สึก ชวนสัมผัสประสบการณ์ของการเจอกันครั้งแรกอีกครั้งหนึ่ง

Beep Beep Beep shuffle up feelin' Up

ความประทับใจแรกเริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่วินาทีแรกที่แฟนคอนเริ่มขึ้น พร้อมกับการเชิญชวนให้เหล่าบรีซถ่ายรูปร่วมเฟรมกับ ‘น้องข้าว’ ทั้ง 6 คนอย่าง โชทาโร่ (SHOTARO), อึนซอก (EUNSEOK), ซองชาน (SUNGCHAN), วอนบิน (WONBIN), โซฮี (SOHEE) และแอนตัน (ANTON) สลับกันไป เรียกเสียงหัวเราะจากแฟนคลับได้ตลอดทั้งกิจกรรม

ทันทีที่โน้ตตัวแรกของเพลงสุดมันสไตล์ฮิปฮอปอย่าง SIRENเริ่มต้น น้องข้าวทั้ง 6 คนปรากฏตัวด้วยชุดแจ็กเก็ตสีแดงสลับน้ำเงิน พร้อมด้วยโปรดักชันสุดอลังการ ทำให้แฟนคลับต่างระเบิดเสียงกรี๊ดท่วมฮอลล์ธันเดอร์โดมได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะทักทายเหล่าแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง เพื่อบอกว่าพวกเขาทั้ง 6 คนกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งแล้ว หลังจากห่างหายจากบรีซชาวไทยไปนานกว่า 10 เดือน นับตั้งแต่งานแฟนไซน์ครั้งที่ผ่านมา เมื่อเดือนกันยายน 2566

ในช่วงแรกของการเล่นแฟนคอนครั้งนี้ น้องข้าวยกการเล่นเกมและพูดคุยขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้นของการแสดง โดยช่วงแรกมีชื่อว่า ‘แคปซูลจาก BRIIZE ถึง RIIZE’ ที่จะเป็นการสุ่มคำถามจากผู้ชมและให้เหล่าเมมเบอร์ตอบ โดยหนึ่งในภารกิจที่เรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นอย่างมาก คือการให้เมมเบอร์เป็นดีเจรายการวิทยุ เพื่อให้พูดประโยคบอกฝันดีแก่เหล่าแฟนคลับ ซึ่งภารกิจนี้จะทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า สไตล์การพูดของแต่ละคนเป็นอย่างไร บางคนจะมีความ ‘เก๊ก’ ขณะที่บางคนจะมีความ ‘โก๊ะ’

ขณะที่ช่วงที่ 2 มีชื่อว่า ‘เรื่องราวการเติบโตแบบเรียลไทม์’ ที่เป็นการแสดงบทลงโทษจากการพ่ายแพ้ภารกิจที่ประเทศสิงคโปร์ของ ‘ทีมน้อง’ ที่มีสมาชิก 3 คน ได้แก่ วอนบิน โซฮี และแอนตัน ไม่ว่าจะเป็นการที่โซฮีต้องเต้นเพลงBangkok Cityจากวง Orange Caremel หรือแอนตันที่ทำภารกิจพูดชื่อเต็มของกรุงเทพฯ แบบห้ามผิดแม้แต่นิดเดียว ระหว่างนั้นเอง แอนตันได้พนมมือระหว่างการทำภารกิจไปด้วย เรียกได้ว่า ‘ทีมน้อง’ ได้รับความเอ็นดูจากเหล่าแฟนคลับไปแบบเต็มๆ

ขณะที่ช่วงที่ 3 หรือ ‘Odyssey For Everyone’ ที่จะเป็นการแบ่งทีมเพื่อแข่งขันหาผู้ลงโทษอีกครั้ง โดยการแบ่งครั้งนี้ก็ยังเป็นเหมือนเช่นเคย คือเป็นการแบ่งระหว่าง ‘ทีมพี่’ และ ‘ทีมน้อง’ โดยทีมพี่จะมีสมาชิก 3 คน ได้แก่ โชทาโร่ อึนซอก และซองชาน

โดยเกมแรกจะเป็นการแข่งขันระหว่างซองชานและวอนบิน เป็น ‘เกมเคลื่อนแก้วน้ำบนทิชชู’ โดยไม่ให้ขาด ซึ่งผลของการแข่งขันนั้นกลายเป็นว่า ‘วอนบิน’ ทำน้ำหก ทำให้ทิชชูขาดและแพ้ภายใน 3 วินาที ไปอย่างน่าเสียดาย

เกมที่ต่อมาจะเป็นการแข่งขัน ‘มวยปล้ำนิ้ว’ ที่การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด แต่ท้ายที่สุดก็เป็น ‘ทีมพี่’ ที่คว้าชัยชนะไปได้

ต่อด้วยเกมสุดท้ายอย่าง ‘การเลือกเพลงฮิตในไทย’ มาแสดงโดยมีตัวเลือกให้ 3 ชาเลนจ์ ได้แก่ Nightwalker-TEN, Situationship-4EVE และ น่ารักมั้ยไม่รู้-BUTTERBEAR แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้เลือกเพลงสุดน่ารักอย่าง ‘น่ารักมั้ยไม่รู้’ มาทำการแสดง เรียกความเอ็นดูและความมันเขี้ยวจากบรีซ ระหว่างการแสดงของเมมเบอร์ โดยเกณฑ์การตัดสินของเกมนี้นั้นจะวัดกันที่ ‘ความดัง’ ของเสียงเชียร์จากเหล่าแฟนคลับ โดยเป็นอีกครั้งที่ทีมพี่ชนะในเกมนี้ไป แม้ว่าทีมน้องออดอ้อนให้เหล่าแฟนคลับงดส่งเสียงเชียร์ก็ตามที

สุดท้ายทีมที่แพ้อย่าง ‘ทีมน้อง’ ก็ต้องจับสลากเพื่อหาตัวแทนทำบทลงโทษ โดยก็เป็น ‘แอนตัน’ อีกเช่นเคยที่รับบทลงโทษส่งต่อไปยังแฟนคอนที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

นับว่าเป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ที่สามารถส่งต่อความสนุกของเหล่าเมมเบอร์มายังแฟนคลับได้อย่างไม่ขาดสาย

ขณะที่พาร์ตของคอนเสิร์ตนั้น ในช่วงแรก RIIZE ได้เลือกเพลงจากศิลปินในตำนานอย่าง One Direction ด้วยบทเพลง One Thingพาเหล่าบรีซเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงร้องอันไพเราะของเมมเบอร์ ก่อนจะต่อด้วยการจัด Medley เพลงHAPPY! HAPPY! HAPPY! และWhite Christmasจบด้วยเพลงสุดฮิตอย่าง Love 119เพื่อเป็นการปิดจบองก์ที่หนึ่งอย่างสมบูรณ์

ในองก์ที่ 2 เป็นช่วงที่น้องข้าวเปิดตัวออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว พร้อมกับขนบทเพลงสุดฮิตอย่าง Honestly, Talk Sexy และ Get a Guitar เพื่อระเบิดความสนุกอย่างต่อเนื่องแก่เหล่าแฟนคลับ และยังยกระดับอุณหภูมิของแฟนคอนให้สนุกมากขึ้นไปอีกกับบทเพลงอย่าง 9 Days, Impossibleและ Boom Boom Bass ที่เรียกเสียงเชียร์จากแฟนคลับชนิดที่ว่า ฮอลล์คอนเสิร์ตแทบแตก นับว่าเป็น ‘ช่วงพีกที่สุด’ ของแฟนคอนครั้งนี้

ก่อนที่ม่านและไฟจะหรี่ลง จอ LED แสดงเป็นโลโก้แฟนคอนครั้งนี้ เป็นที่รู้กันของแฟนคลับว่า ถึงช่วงของ ‘Encore’ กันแล้ว โดยเหล่าบรีซตะโกนเรียกเหล่าเมมเบอร์ให้กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งหนึ่ง ด้วยคำเรียกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘ไรซ์’ ‘น้องข้าว’ หรือ ‘ฮง ซึงฮัน’ เมมเบอร์คนที่ 7 ของวงที่สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการพักกิจกรรมโปรโมตร่วมกับสมาชิกวงคนอื่น

หลังจากเสียงเรียกของแฟนคลับไม่นานนัก RIIZE ก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีอีกครั้งด้วยชุดสบายๆ เป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ พร้อมตุ๊กตาประจำตัวห้อยติดออกมาด้วย ก่อนจะบอกเล่าความรู้สึกดีๆ ที่พวกเขามีต่อแฟนคลับ

“ตอนที่มางานแฟนไซน์ เคยคุยกันไว้ว่า อยากมีการแสดงที่ประเทศไทย ในที่สุดก็ได้มาอยู่ที่นี่ ที่เต็มไปด้วยบรีซแบบนี้ ผมมีความสุขมากๆ เลยครับ คิดถึงทุกคนมาก วันนี้ผมรู้สึกดีมาก ที่ได้สบตาทุกคนแบบนี้ ครั้งหน้าถ้าพวกเรากลับมาที่นี่ ทุกคนจะกลับมาหาพวกเราอีกใช่ไหมครับ” - โชทาโร่

“ทุกช่วงเวลาที่แสดง ผมมีความสุขมากครับ ทุกคนมีพลังที่ดี และมอบพลังงานดีๆ ให้กับพวกเราด้วยครับ เพราะพลังจากทุกคนจึงทำให้การแสดงออกมาสนุกมากครับ หวังว่าจะได้มาหาทุกคนอีกนะครับ” - อึนซอก

“ไอต้าว BRIIZE รักนะครับ” - ซองชาน

“ดีใจมาก ที่ได้ฟังเสียงสวยๆ ของบรีซครับ ยังจำครั้งแรกที่มางานแฟนไซน์ได้อยู่เลยว่า สวยงามมาก พอพวกเราปล่อยมินิอัลบั้มแรกก็อยากมาเจอแฟนๆ ครับ” - วอนบิน

“พวกเราได้สร้างช่วงเวลาที่ดีไปพร้อมกับบรีซชาวไทย รู้สึกว่าพวกเราสนิทกันมากยิ่งขึ้นไหมครับ หวังว่าจะได้เจอกันอีกบ่อยๆ นะครับ” - โซฮี

“การที่ได้มีโอกาสแสดงแบบนี้ที่ประเทศไทย อยู่ใน Bucket List ของผมครับ จำได้ว่าตอนมางานแฟนไซน์ครั้งแรก แฟนๆ มากันเยอะมาก เพราะเป็นความรู้สึกครั้งแรก เลยทำให้ผมคิดอยู่เสมอว่า BRIIZE ได้สร้างความทรงจำแบบนั้นให้กับผมที่ประเทศไทย ผมเลยอยากตอบแทนด้วยการแสดงแบบนี้ครับ” - แอนตัน

หลังจากนั้น น้องข้าวแสดงเพลงที่ความหมายลึกซึ้งอย่าง One Kissที่เป็นเสมือนคำสัญญาระหว่าง RIIZE กับ BRIIZE ที่จะรักกันตลอดไป อีกทั้งยังปิดท้ายการแสดงทั้งหมดด้วยเพลงอย่าง Memoriesที่มี Mood&Tone สนุกสนาน แสดงถึงวัยเยาว์อันบริสุทธิ์อันเป็นจุดเริ่มต้นของวง

어렸을 적 외쳐 I’m a star

(ฉันในฐานะเด็กน้อย อยากจะประกาศว่า ฉันนี่แหละคือดวงดาว)

외딴 거긴 Mars

(โดดเดี่ยวอย่างกับดาวอังคาร)

땀방울 어린 우리 추억 어린

(หัวใจและจิตวิญญาณเข้าไปสู่ความทรงจำของพวกเรา)

사진 속 그 미소는 It’s all you

(รอยยิ้มในภาพเหล่านั้น มันคือทั้งหมดของคุณ)

จากความสนุกที่เกิดขึ้นในวันนั้น ไม่ใช่เพียงแค่แฟนคลับที่สัมผัสได้ แต่เหล่าเมมเบอร์เองก็สัมผัสได้เช่นเดียวกันจนมีอาการ ‘ไม่อยากกลับ’ เกิดขึ้น โดยก่อนที่ม่านเวทีจะปิดไป พวกเขาวิ่งกลับมาหาเหล่าบรีซอีกครั้งเพื่อขอบคุณเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจากกันไปเพื่อรอคอยการพบเจอกันในครั้งใหม่

LUCKY to meet RIIZE

เริ่มด้วยทีมพี่ใหญ่ โชทาโร่ ลีดดอร์และเมนเเดนซ์ประจำวง เปล่งประกายไปด้วยเสน่ห์และทักษะรอบด้านที่ทำได้ดีอย่างไร้ที่ติ พร้อมด้วยบุคลิกที่น่ารัก ยิ้มแย้มตลอดเวลา จึงมักถูกเมมเบอร์แกล้งให้แสดงท่าทางน่ารักอยู่เสมอ แม้จะเขินอยู่บ้าง แต่โชทาโร่ก็แสดงความน่ารักออกมาได้อย่างธรรมชาติ

ตามด้วย อึนซอกน้ำเสียงหวานละมุน สะท้อนความ ‘คาริสม่า’ ผ่านการแสดงสุดเท่ สะกดทุกสายตาได้อยู่หมัด ด้วยใบหน้าคมคายและ ‘วิชวล’ ทะลุจอ ทำเอาแฟนคลับต่างตกตะลึงและส่งเสียงฮือฮาถึงความวิชวลของหนุ่มอึนซอก

ซองชานแรปเปอร์หลักของวงมากความสามารถ เต็มเปี่ยมไปด้วย ‘พลัง’ และ ‘คาริสม่า’ แม้จะมีรูปร่างสูงโปร่ง แต่ก็จัดระเบียบร่างกายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน หรือขึ้นบนจอ LED ทีไร ก็เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลายจากบรีซ จนเขาต้องกรี๊ดสู้กลับเลยทีเดียว

และทีมน้องเล็ก นำโดย วอนบินแม้จะตัวเล็กกว่าเพื่อนร่วมวง แต่มีพลังเหลือล้นทุกการแสดง ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ และการเต้นที่แข็งแรง สมฐานะเซ็นเตอร์และวิชวลของวง การแสดงแฟนคอนครั้งนี้นั้น วอนบินแสดงให้เห็นว่า เป็นคนที่เอนเตอร์เทนเก่ง มีรอยยิ้มหวาน และแสดงออกถึงความขี้เล่น ที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะและความเอ็นดูจากบรีซได้ไม่ขาดสาย

โซฮีเจ้าของเสียงหวานอันมีเอกลักษณ์ ชวนสะกดสายตาบนเวทีอยู่เสมอ หนุ่มน้อยคนนี้เป็นคนที่พูดเก่งและน่ารักทุกการกระทำ แถมแรงดีไม่มีตก เปรียบเสมือน ‘วิตามินซี’ ประจำทีมที่คอยมอบพลังบวกและความสดใส ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้พบเห็นจะต้องยิ้มให้กับความน่ารักและน่าเอ็นดูอย่างแน่นอน

ส่วนน้องน้อยคนสุดท้าย ที่ความสามารถไม่น้อยตามอย่าง แอนตัน เขาเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์ล้นเวที ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ปลายแหบและมีความเป็นเอกลักษณ์ ชวนให้รู้สึกอบอุ่นและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ตัดกับบุคลิกหนุ่มน้อยตัวโต ขี้อาย ออดอ้อน และซุกซนตามวัย ทำเอาแฟนคลับใจละลายกันเลยทีเดียว

และเป็นที่น่าเสียดายที่เมมเบอร์คนที่ 7 อย่าง ซึงฮัน ไม่สามารถเข้าร่วมการแสดงในครั้งนี้ได้ เนื่องจากอยู่ในช่วงพักการทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกอย่างไม่มีกำหนด แต่บรรดาบรีซก็ส่งเสียงเรียกชื่อของเขาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับซึงฮัน พร้อมกับประโยค 'RIIZE IS SEVEN' ที่ดังกึกก้องไปทั่วฮอลล์

Memories of (B)RIIZE

ตลอดการแสดงกว่า 2 ชั่วโมง พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ความสามารถและทักษะต่างๆ ในฐานะไอดอลเคป็อป เรารับรู้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกของการเจอกันว่า ‘RIIZE’ จะเป็น RIIZING STAR ในอนาคต

ไม่เพียงแต่ RIIZE เท่านั้นที่เตรียมการแสดงสนุกๆ มาฝากเหล่าแฟนคลับ ฝั่งของบรีซไทยก็ไม่น้อยหน้าเช่นเดียวกัน กับแฟนโปรเจกต์ตลอด 2 วันของการแสดง โดยวันแรกเป็นแบนเนอร์เขียนข้อความว่า ‘หลังจากเดินทางมาด้วยกัน 327 วัน ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้ว’ และการเปิดกล่องไฟเป็นคำว่า 라(이즈) 브(리즈) 뜨(뜬다) ที่แปลว่า ‘บินไปกันเถอะ’

และวันต่อมาเป็นแบนเนอร์ที่เขียนว่า ‘อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ’ และกล่องไฟเป็นอิโมจิรูปหัวใจและคำว่า RIIZE เพื่อเป็นการเซอร์ไพรส์บอกความรู้สึกขอบคุณน้องข้าวเช่นเดียวกัน

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนมีความเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า สัญญาระหว่าง RIIZE กับ BRIIZE ที่เราจะพบเจอกันอีกครั้ง จะเป็นสถานที่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าครั้งนี้ตามที่เมมเบอร์วาดฝันไว้อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...