โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รวมเทคนิค “วิธีขยายพันธุ์พืช” ยอดฮิตที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 18 ต.ค. 2567 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 01.30 น.

การขยายพันธุ์พืช เป็นการเพิ่มปริมาณต้นพืชจากต้นที่มีอยู่ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้พืชดํารงสายพันธุ์นั้นไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ และรักษาลักษณะประจําพันธุ์ที่มีอยู่ในพืชนั้นๆ ให้คงอยู่หากลักษณะประจําพันธุ์ของพืชนั้นๆ หายไปแสดงว่าการขยายพันธุ์พืชไม่ประสบผลสําเร็จ

ดังนั้นการขยายพันธุพืชจึงเปนสิ่งจําเปน และเปนปจจัยสําคัญในการพัฒนางานดานการเกษตร โดยแบงเปน 2 ประเภท ซึ่งแตละประเภทจะมีวิธีการและเทคนิคที่แตกตางกันตามแตละชนิดของพืชและวัตถุประสงค ซึ่งมีทั้งขอดีและขอเสียที่แตกตางกันออกไปนั่นเอง ก่อนอื่นจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “วิธีการขยายพันธุ์พืช”จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

ประเภทที่ 1 การขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศคือ การขยายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้ต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่โดยวิธีการเพาะเมล็ด

ประเภทที่ 2 การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศคือ การขยายพันธุ์พืชที่ให้ได้ต้นพืชใหม่จากส่วนของต้นพืชพันธุ์ที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การอาศัยรากจากต้นอื่น จะเป็นการขยายพันธุ์แบบตอนกิ่ง , ปักชำ , การแบ่งและแยกส่วน และการอาศัยรากจากต้นตัวเอง จะเป็นการขยายพันธุ์แบบทาบกิ่ง , ติดตา และต่อกิ่งนั่นเอง

1.การเพาะเมล็ด เปนการเตรียมตนกลาเพื่อใชกอนปลูกลงแปลงหรือกระถาง เหมาะสําหรับเมล็ดพืช ที่มีราคาแพง เนื่องจากเมล็ดมีโอกาสสูญเสียนอย นิยมใชกับพืชผัก หรือไมดอกอายุสั้น รวมทั้งไมพุม ไมยืนตนที่เมล็ดมีขนาดเล็ก เชน มะเขือเทศ กะหลํ่าดอก แอสเทอร พิทูเนีย ฝายคํา ปาลมขวด นิยมทําการเพาะเมล็ดพืชในภาชนะเพาะ และการเพาะเมล็ดพืชในแปลงเพาะ

  • การเพาะเมล็ดในภาชนะเพาะ เป็นการเพาะเมล็ดในกระบะ นิยมใช้ในการปลูกพืชปริมาณน้อย เช่น การปลูกผักสวนครัวหลังบ้าน การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ วัสดุที่ใช้เพาะควรมีลักษณะโปร่ง มีอากาศถ่ายเทดี

+ขั้นตอนการเพาะเมล็ดในภาชนะเพาะ +

– ใส่วัสดุที่รองก้นภาชนะเพาะเพื่อระบายน้ำ จากนั้นใส่ดินลงภาชนะให้ต่ำกว่าขอบภาชนะเล็กน้อย ปรับหน้าดินให้เรียบ จากนั้นหว่านเมล็ดในภาชนะเพาะโดยเรียงเป็นแถว หรือหว่านทั่วภาชนะก็ได้ กลบดินทับเมล็ดให้แน่นพอประมาณ รดน้ำให้ชุ่มเพื่อให้เมล็ดได้รับความชื้น และงอกสม่ำเสมอ

– เมื่อเมล็ดงอกได้ประมาณ 7-10 วัน ให้ทำการย้ายต้นกล้าโดยใช้แท่งดินสอที่ปลายไม่แหลมมาก แทงลงในวัสดุเพาะข้างๆ ต้นกล้า เพื่อให้วัสดุเพาะหลวมในขณะที่อีกมือค่อยๆ ดึงต้นกล้าขึ้นมา

– หลังจากนั้นใช้ดินสอแทงลงกึ่งกลางถุงที่ใส่วัสดุปลูกให้ลึกถึงก้นกระถาง จากนั้นนำต้นกล้าใส่ลงในหลุมให้ใบเลี้ยงอยู่ระดับผิววัสดุปลูก กลบหลุมแล้วให้น้ำแบบฝอยละเอียด จากนั้นนำต้นกล้าไปไว้ในที่ร่ม

  • การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ วิธีการนี้เป็นวิธีง่ายที่สุด ลงทุนน้อย เพียงเตรียมแปลงบนดิน โดยวิธีการขุดดินตั้งแปลงเพาะให้ความกว้างของแปลงประมาณน้ำที่บริเวณส่วนก้นภาชนะ

ขั้นตอนการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ

– เตรียมแปลงเพาะเลือกดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ กำจัดวัชพืชออกให้หมด ตากดินให้แห้งเพื่อให้แปลงเพาะไม่มีโรคและแมลงศัตรูพืช ย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยคอกให้เหมาะสมตามความอุดมสมบูรณ์และชนิดของดิน

– หว่านเมล็ดลงในแปลงเพาะ นิยมหว่านทั่วแปลงถ้าแปลงมีขนาดกว้างให้แบ่งหว่านทีละครึ่ง กรณีที่เมล็ดมีขนาดเล็ก ให้ใช้ปุ๋ยคอกหว่านให้ทั่วแปลงจากนั้นรดน้ำเพื่อให้ปุ๋ยคอกลงไปอุดช่องดิน

2.การปักชำ เปนการขยายพันธุพืชโดยการนําสวนตางๆ ของพืชพันธุดี มาตัดปกชําบนวัสดุเพาะชํา ในสภาพแวดลอมที่เหมาะสมตอการเกิดรากและแตกยอด จะไดเปนพืชตนใหมที่มีลักษณะ เหมือนตนแมทุกประการ เปนวิธีการขยายพันธุที่ทําไดงาย ตนทุนตํ่า ไมยุงยาก แบงได 3 วิธี คือ ปกชํากิ่ง ปกชําใบ และ ปกชําราก

  • การปกชํากิ่ง คือ การนํากิ่งมาปกชําในวัสดุเพาะชํา เพื่อใหเกิดรากเปนพืชตนใหม แบงออกตามความ ออนแกของกิ่งไดแก กิ่งแก กิ่งกึ่งออนกึ่งแก กิ่งออนและไมพุมเนื้อเยื่อ และลําตนเนื้อออน อวบนํ้า
  • การปกชําใบ คือ การนําใบมาปกชําใหเกิดยอดและรากสามารถทําไดหลายวิธีขึ้นอยูกับชนิดของพืช แบงเปน การปกชําแผนใบ ปกชําใบที่มีกานใบ และปกชําใบที่มีตาติดมา
  • การปกชําราก นิยมใชกับไมผล เชน สาเก มะไฟ ปป และแคแสด โดยใชรากที่มีเสนผาศูนยกลาง ประมาณ ¼ นิ้ว ตัดเปนทอนยาว 2 – 4 นิ้ว ชําลงในวัสดุปกชํา รดนํ้าใหชุมจะเกิดการแตก รากทางดานปลายและแตกยอดใหมทางดานโคนของราก

การดูแลรักษา

  • ตองใหนํ้าอยางสมํ่าเสมอ ถาใหนํ้านอยไปจะทําใหกิ่งเหี่ยวแหง ถาใหมากไปจะทําให วัสดุปกชําแฉะเนาเสียหายได
  • ควรใหนํ้าเปนละอองบางๆ หลายๆครั้ง
  • ตองหมั่นตรวจโรคกิ่งปกชํา เนื่องจากมีความชื้นสูงจึงมีโอกาสที่จะเกิดโรคได ดังนั้น จึงตองฉีดสารปองกันกําจัดเชื้อราเปนระยะๆ ตามความเหมาะสม
  • กรณีที่ไมสามารถยายปลูกได จําเปนตองเก็บกิ่งชําไวในกระบะตอ ควรใหปุยจนกวา จะทําการยายปลูก เนื่องจากวัสดุปกชํามีธาตุอาหารตํ่ามาก
  • กอนใหปุยควรทําความสะอาดกระบะชํา ถามีใบรวงหรือมีกิ่งที่แหงตายตองเอาออก ทันที เนื่องจากจะเปนแหลงของเชื้อราซึ่งอาจแพรกระจายไปยังกิ่งปกชําอื่นๆ

3.การตอนกิ่ง เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่ด้วยการทำแผลบริเวณกิ่งโดยการตัดท่อลำเลียงอาหารของพืช ส่วนท่อน้ำยังอยู่ตามปกติ ทําใหกิ่งมีการสะสมอาหารและไดรับนํ้าอยูตลอดเวลา เมื่อกิ่งออกรากดีแลวจึงตัดนําไปปลูกตอไป ตนที่ ตัดไปปลูกจะมีลักษณะเหมือนตนเดิมทุกประการเหมาะสําหรับพืชที่ไมสามารถออกรากได ดวยวิธีการปกชํา

วิธีการตอนกิ่ง แบงไดเปน 2 ประเภทคือ การตอนกิ่งในอากาศ และการตอนกิ่งแบบโนมกิ่ง

  • การตอนกิ่งในอากาศ (Air Layering) เปนการตอนกิ่งพืชที่อยูเหนือดิน คือไมสามารถโนมกิ่งลงมาหาพื้นดินได มีขั้นตอนดังนี้

– เลือกกิ่งกึ่งแกกึ่งออนที่มีอายุไมเกิน 1 ป ซึ่งจะออกรากไดดีกวากิ่งที่มีอายุมาก

– การทําแผลกิ่งตอน โดยทําแผลแบบควั่นกิ่งทําโดยควั่นเปลือกกิ่งโดยรอบเปนวงแหวน 2 วง ทั้งดาน บนและลางของกิ่งความยาวของรอยแผลประมาณเสนรอบวงของกิ่งกรีดรอยแผลแลวลอก เอาเปลือกออกใหหมดจากนั้นขูดเยื่อเจริญที่เปนเมือกลื่นๆ รอบกิ่งออกเหมาะสําหรับพืชประเภท ไมดอกไมประดับ เชน กุหลาบ โมก โกสนและแสงจันทร สวนไมผล เชน มะมวง ลําไย มังคุด มะเฟอง มะนาว สม ชมพู ฝรั่ง และลิ้นจี่ เป็นต้น

– ทําแผลแบบปาดกิ่ง โดยปาดใตทองกิ่งเขาไปในเนื้อไมบริเวณที่จะตอน เอียงเปนรูปปากฉลาม ลึกถึงเนื้อไมประมาณ 1ใน 3 ของเสนผาศูนยกลางกิ่ง ความยาวแผล 1 – 2 นิ้ว จากนั้นเอาเศษไมสอดไวเพื่อไมใหรอยแผลที่เปดไวติดกัน ใชขุยมะพราวหุมกิ่งตอน มัดดวยเชือกใหแนน เหมาะสําหรับพืชที่ออกรากงาย เชน มะละกอ ชวนชม และลีลาวดี

– ใชสารเรงการออกราก (ฮอรโมนพืช) ทารอยแผลรอใหแหงกอนทําการหุมกิ่ง

– หุมกิ่งตอนโดยนําตุมตอน (ขุยมะพราวเกาแชนํ้าจนอิ่มตัวบีบนํ้าออกพอหมาดๆ อัดลงในถุงพลาสติกผูกปากถุงใหแนน) ผาตามความยาวนําไปหุมรอยแผลของกิ่งตอน มัดดวยเชือกทั้งเหนือและใตรอยแผลใหแนน

– เมื่อกิ่งตอนออกรากโดยจะเกิดบริเวณรอยควั่นดานบน เมื่อรากเริ่มแกเปนสี เหลืองหรือสีนํ้าตาล ปลายรากสีขาว มีจํานวนรากมากพอจึงตัดกิ่งตอนไปชําหรือปลูกได

  • การตอนกิ่งแบบโนมกิ่ง ทําโดยเลือกกิ่งที่ตองการ ขุดดินแลวโนมกิ่งลงมาโดยใช หลักปกยึด เกี่ยวกิ่งไว กลบดินทับ รดนํ้ารอจนเกิดราก ใชเวลา 30 – 45 วันจึงตัดไปปลูก

4.การต่อกิ่ง การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของพืชทั้งสองเขาดวยกันเพื่อใหเปนตนพืชตนเดียวกัน โดยจะใชวิธีนี้เมื่อวิธีการติดตาไมมีความเหมาะสม คือ ตนตอโตเกินไป กิ่งพันธุดีมีขนาดเล็ก นิยมใชสําหรับการเปลี่ยนยอดพืชที่ มีเสนเนื้อไมตรง กิ่งพันธุดีควรเปนกิ่งแก และควรตอกิ่งขณะที่พืชหยุดชะงักหรือหยุดการ เจริญซึ่งเปนระยะที่เปลือกไมลอนออกจากเนื้อไม

ขั้นตอนการต่อกิ่ง

– ตัดตนตอใหมีบริเวณปลองที่ไมมีขอหรือตาเปนมุมฉาก

– ผาตนตอใหเปนแผลลึก 2 – 3 นิ้ว แลวแตขนาดของกิ่ง

– เฉือนกิ่งพันธุดีใหเปนปากฉลามทั้งสองดานโดยใหมีสันดานหนึ่งหนากวาอีกดานหนึ่ง

– เผยอรอยแผลโดยใชใบมีดสอดเขาไปในรอยผา แลวบิดใบมีดใหรอยผาเผยอออก

– สอดกิ่งพันธุดีโดยเอาดานสันหนาไวริมนอกแลวจัดใหแนวเยื่อเจริญของรอยเฉือน บน ตนตอ และกิ่งพันธุดีทับกันดานใดดานหนึ่ง

– พันดวยผาพลาสติกใสแลวอุดรอยตอดวยขี้ผึ้งตอกิ่งจากนั้นคลุมตนดวยถุงพลาสติก

– ประมาณ 5 – 7 สัปดาห รอยแผลจะประสานกันสนิทดี

5.การทาบกิ่ง เป็นการนําตนพืชสองตนซึ่งตางมีราก และยอด มาเชื่อมประสานติดกันเปนตนเดียวกัน หลังจากที่รอยตอเชื่อมประสานติดกันสนิทแลว จึงทําการตัดโคนกิ่งพันธุดีใตรอยตอนําไป ปลูกตอไป จะแตกตางจากการติดตาและการตอกิ่งคือ

– ตองนําตนตอเขาไปหากิ่งพันธุดีแทนการนํากิ่งพันธุดีเขาไปหาตนตอ

– ตนตอ และกิ่งพันธุดียังมีรากเลี้ยงตนและเลี้ยงกิ่งอยู จึงมีโอกาสสําเร็จมากกวาการ ติดตาและการตอกิ่ง นิยมใชมี 2 วิธี คือ

  • วิธีที่ 1 การทาบกิ่งแบบประกบ วิธีนี้ทั้งตนตอและกิ่งพันธุดีมีรากและยอดอยู นิยม ใชในการทาบกิ่งประเภทไมเนื้อแข็ง ซึ่งตองใชระยะเวลาในการเชื่อมประสานรอยแผลนาน เชน กิ่งมะขาม ฯลฯ มีขอเสีย คือ ตองรดนํ้า ตนตออยูเสมอในขณะที่ทาบกิ่งอยู จึงไมนิยมทํากันในปจจุบัน

ขั้นตอนการทาบกิ่งแบบประกบ

– เลือกตนตอและกิ่งพันธุดี ใหบริเวณที่จะทาบกันมีขนาดเสนผานศูนยกลาง ประมาณ 1 เซนติเมตร

– เฉือนตนตอบริเวณที่จะทาบกันไดสนิท และกะใหชิดโคนตนตอโดยเฉือน ใหลึกเขาไปในเนื้อไมเล็กนอย และใหเปนแผลยาว 2 – 4 นิ้ว

– เฉือนกิ่งพันธุดีในลักษณะเดียวกัน และใหมีความยาวเทากับแผลรอยเฉือน บนตนตอ

– มัดหรือพันตนตอและยอดพันธุดีเขาดวยกัน ใหแผลรอยที่เฉือนทับกันสนิท โดยใหแนวเยื่อเจริญสัมผัสกันดานใดดานหนึ่งหรือทั้งสองดาน

– เมื่อรอยแผลเชื่อมประสานติดกันสนิท (ประมาณ 3 – 4 สัปดาห) จึงบาก เตือนทั้งตนตอ และกิ่งพันธุดี

– หลังจากบากเตือนได 1 – 2 สัปดาห ตัดโคนกิ่งพันธดีออกจากตนแม

วิธีที่ 2 การทาบกิ่งแบบเสียบ เปนวิธีที่นิยมใชกันมาก เนื่องจากทําไดสะดวก รวดเร็ว กวาวิธีแรก เนื่องจากไมตองรดนํ้าใหตนตอจนกวาจะตัดกิ่งไปปลูก ถาใชวัสดุปลูกตนตอ ที่มีนํ้าหนักเบา เชน ขุยมะพราว ตนตอจะมีนํ้าหนักเบาสามารถผูกติดกับกิ่งพันธุดีไดโดยไม ตองใชไมพยุง

ขั้นตอนการทาบกิ่งแบบเสียบ

– เลือกตนตอที่มีขนาดตนประมาณดินสอดําหรือเล็กกวาเล็กนอย

– ตัดตนตอใหเหลือยาวประมาณ 3 – 6 นิ้ว ริดใบที่เหลือออกใหหมด

– นําตนตอขึ้นทาบกับกิ่งพันธุดี โดยเลือกกิ่งพันธุดีใหมีขนาดใกลเคียงกัน

– ทําแผลบริเวณโคนกิ่งพันธุดี โดยเฉือนกิ่งเปนรูปโลใหยาวประมาณ 5 – 8 เซนติเมตร

– ปาดปลายกิ่งตนตอเปนปากฉลามใหมีความยาวประมาณ 5 – 8 เซนติเมตร เชนเดียวกัน 46

– นําตนตอขึ้นทาบกับกิ่งพันธุดีใหรอยเฉือนทับกัน และจัดใหแนวเยื่อเจริญ ของทั้งสองทับกันดานใดดานหนึ่ง แลวมัดดวยพลาสติกใสใหแนน

– มัดหรือตรึงกิ่งพันธุดีกับตนตอใหแนนและอุดรอยแผลดวยขึ้ผึ้งตอกิ่ง

– ปลอยไวจนวากิ่งพันธุดีติดกับตนตอหรือจนรากของตนตอเจริญไดดีพอ จึงตัดโคน

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมการเกษตร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวมเทคนิค “วิธีขยายพันธุ์พืช” ยอดฮิตที่เกษตรกรนิยมนำมาใช้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...