โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินอาหารให้เป็นยา ตามหลักแพทย์แผนจีน

Dek-D.com

เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 10.34 น. • DEK-D.com
กินอาหารให้เป็นยา ตามหลักแพทย์แผนจีน

ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องโภชนาการ เรียนรู้ที่จะป้องกันก่อนเจ็บป่วย โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งอาหารที่นำมาแนะนำต่อไปนี้ เป็นสมุนไพรชั้นดีของแพทย์แผนจีน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับน้อง ๆ ที่อยากดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

“ลูกเดือย ธัญพืชที่ควรมีติดบ้าน”

ช่วงฝนตก อากาศชื้นแบบนี้ เหมาะกับการรับประทานลูกเดือยเป็นอย่างมาก ธัญพืชเม็ดเล็ก ๆ ตัวนี้ในทางการแพทย์แผนจีนมีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย

• ช่วยขับความชื้นและปัสสาวะตกค้างออกจากร่างกาย

• เสริมสร้างการทำงานของม้ามให้แข็งแรง

• ลดอาการปวดตามข้อต่าง ๆของร่างกาย

• ขจัดพิษร้อน และรักษาฝีหนอง

อีกทั้งยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ จึงช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง และช่วยบำรุงสายตา

นอกจากนี้ลูกเดือยยังมีกรดอะมิโนจำเป็นที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเมลาโทนิน ช่วยทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น

**ข้อควรระวังสตรีมีครรภ์ที่มีความเสี่ยงไม่ควรรับประทานปริมาณมากเกินไป

ข้อมูลจาก อ.พจ.ธนภัทร สิทธิอัฐกร อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“มิ้นท์ป่า สมุนไพรใบจิ๋วแต่แจ๋ว”

ใบมิ้นท์ป่า ฤทธิ์เย็น รสชาติเผ็ด สามารถนำมาดื่มเป็นชาสมุนไพร ช่วยขับระบายลมร้อน บรรเทาอาการหวัดที่เกิดจากลมร้อน ที่มีอาการมีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูกเหลืองข้น ตาแดง เป็นต้น

• บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ

• ช่วยขับเหงื่อ กระทุ้งผื่น ในผู้ป่วยที่เป็นไข้ออกผื่น

• ปรับการไหลเวียน ระบายชี่ของตับ ช่วยผ่อนคลายความเครียด

โดยปริมาณที่แนะนำสำหรับการบริโภคคือ 3-6 กรัม/วัน และไม่ควรแช่น้ำร้อนหรือต้มนานเกินไป เพราะจะทำให้น้ำมันหอมระเหยถูกทำลาย

นอกจากนี้ยังสามารถนำใบมิ้นท์มาสกัดน้ำมันหอมระเหย ที่เรียกว่า เมนทอล (Menthol) นำมาทาบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อบรรเทาอาการปวดได้อีกด้วย

ข้อมูลจาก อ.พจ.ณัฐณิชา บริสุทธิ์ อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“เก๊กฮวย ดอกไม้แสนสวย สมุนไพรคลายร้อน”

ดอกเก๊กฮวย เป็นหนึ่งในยาจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยามีฤทธิ์ดี นอกจากนำดอกเก๊กฮวยมาชงเป็นชาดื่มแล้ว ในทางการแพทย์แผนจีนยังนำมาเข้าตำรับยาจีนอีกด้วย ดอกเก๊กฮวยเป็นยาที่มีรสหวานขม มีฤทธิ์เย็นเล็กน้อย มีสรรพคุณได้แก่ ลดร้อนขับพิษ ปรับสมดุลตับ ช่วยบำรุงปกป้องตับ บำรุงสายตา

วิธีการทำชาเก๊กฮวยนำดอกเก๊กฮวย 5-10 ดอก ล้างให้สะอาด ชงน้ำร้อน 500 มิลลิลิตร ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วตักดอกเก๊กฮวยออก จะช่วยให้ชาไม่ขม สามารถเติมสมุนไพรอื่นได้ เช่น เก๋ากี้ประมาณ 10-20 เม็ด ลงในชาเพื่อเพิ่มสรรพคุณด้านการบำรุงสายตา ลดอาการเหนื่อยล้า เป็นต้น

**ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ในผู้ที่แพ้หรือผู้ที่มีร่างกายขี้หนาว เนื่องจากเก๊กฮวยมีฤทธิ์เย็น หากใช้ควรใช้ควบคู่กับสมุนไพรที่มีฤทธิ์อุ่น

ข้อมูลจาก อ.ดร.พจ.จารุพรรณ โพธิ์สัตย์ อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“ห่วยซัว อาหารบำรุงร่างกายชั้นยอด”

ห่วยซัว มีรสหวาน ฤทธิ์ปานกลาง (ไม่ร้อน ไม่เย็น)

สรรพคุณสมุนไพรจีน

• บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ช่วยการดูดซึมสารอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายอ่อนเพลียพักผ่อนน้อย หรือผู้ที่ทำงานหนัก เหนื่อยง่าย ง่วงนอนบ่อย ระบบย่อยอาหารไม่ดี เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเสียถ่ายเหลวเป็นประจำ หรือบุคคลทั่วไปที่อยากบำรุงร่างกาย

• บำรุงพลัง(ชี่)และหยินของปอด เหมาะสำหรับคนที่ปอดอ่อนแอ ไอแห้ง ไอเรื้อรัง หอบเหนื่อยง่าย ปากแห้งคอแห้ง ร้อนใน หอบหืดหรือภูมิแพ้

• บำรุงไต บำรุงอินและสารจำเป็น(จิง)ของไต เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเอว ปวดเข่าเรื้อรัง หูอื้อ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเยอะ ปัสสาวะสีจาง ๆ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว ตกขาวเป็นสีขาวเยอะ ๆ

• บำรุงสายตา

*ดูสูตรอาหารเพิ่มเติมhttps://www.facebook.com/photo/?fbid=865592462280538&set=a.851934183646366

ข้อมูลโดย อ.พจ.สุวิมล ผลชารี อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“เก๋ากี้ เบอร์รี่สุดเก๋า”

เก๋ากี้หรือโกจิเบอร์รี่ มีรสหวาน ฤทธิ์ปานกลาง (ไม่ร้อน ไม่เย็น)

สรรพคุณทางการแพทย์แผนจีน : บำรุงตับ บำรุงไต และบำรุงสายตา

หากต้องการบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ควรรับประทานเก๋ากี้สีแดง และหากต้องการบำรุงผิวพรรณ ต้านอนุมูลอิสระ ควรรับประทานเก๋ากี้สีดำ

การรับประทาน : เก๋ากี้สีแดงจะนำมาต้มซุปรับประทานหรือนำมาชงเป็นชาดื่มระหว่างวันก็ได้ ส่วนเก๋ากี้สีดำ ไม่ควรนำมาต้มซุป นำมาชงเป็นชาดื่มก็เพียงพอ เพราะการต้มจะทำให้สารสำคัญในเก๋ากี้สีดำสูญเสียไป

**ปริมาณแนะนำในการบริโภค 10-15 กรัมต่อวัน ไม่ควรกินปริมาณเยอะจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ร้อนในได้

ข้อมูลโดย อ.ดร.พจ.ศรันยกรณ์ แถมวัฒนะ อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“เห็ดหูหนูดำ ยาสลายเลือดคั่งจากธรรมชาติ”

เห็ดหูหนูดำ มีฤทธิ์กลาง(ออกเย็นเล็กน้อย) เข้าสู่เส้นลมปราณกระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ตับ และไต

สรรพคุณทางการแพทย์แผนจีน:บำรุงเลือด บำรุงชี่ สลายเลือดคั่ง และห้ามเลือด

ใครที่ควรรับประทานเป็นประจำ: ผู้หญิงที่ประจำเดือนมามากกว่าปกติ ผู้ที่เป็นริดสีดวง และผู้ป่วย stroke ระยะฟื้นฟู

การรับประทาน: นำเห็ดหูหนูสดมาประกอบอาหารรับประทาน หรือนำเห็ดหูหนูแห้งบดผงรับประทานวันละ 3 กรัมก็ได้

**ข้อควรระวัง: สตรีมีครรภ์ คนที่มีภาวะหยางพร่อง(ขี้หนาว มือเท้าเย็น) และผู้ที่มีภาวะท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเหลวเป็นประจำ ไม่ควรรับประทานบ่อยและไม่ควรรับประทานปริมาณมาก ๆ

ข้อมูลโดย อ.ดร.พจ.เสาวลักษณ์ มีศิลป์ อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“ขมิ้นชัน เครื่องเทศมากประโยชน์”

ขมิ้นชัน มีรสเผ็ด ขม ฤทธิ์กลางอุ่น ออกฤทธิ์เข้าสู่เส้นลมปราณม้ามและตับ

สรรพคุณทางการแพทย์แผนจีน:กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ (ลมปราณ) แก้ปวดบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย

นอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่าสาร curcumin ในขมิ้นยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย ได้แก่ ลดไขมันในเลือด

ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน กระตุ้นการหลั่งน้ำดี เพิ่มความอยากอาหาร

รักษาโรคทางระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน เป็นต้น

ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง

หากต้องการรับประมานขมิ้นชันเป็นประจำทุกวัน ปริมาณที่เหมาะสมคือ 2 กรัมต่อวัน

**ข้อควรระวัง:

• ผู้มีภาวะโลหิตจาง ที่มักมีอาการเวียนศีรษะ ใบหน้าซีด ลิ้นซีด เล็บซีด ผู้หญิงก่อนมีประจำเดือนมักมีอาการปวดศีรษะ ไม่ควรรับประทาน เพราะจะทำให้มีอาการหนักขึ้นได้

• สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน เพราะขมิ้นชันสามารถกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก ทำให้แท้งบุตรได้

ข้อมูลโดย อ.พจ.วีรชัย สุทธิธารธวัช อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“หม่อน สมุนไพรมากคุณค่า”

ต้นหม่อนสามารถนำมาเป็นยาได้เกือบทุกส่วนได้แก่

• ลูกหม่อน สรรพคุณ บำรุงเลือด เสริมสารน้ำ แก้ท้องผูก

วิธีการใช้:รับประทานผลแห้งประมาณ 10 กรัมต่อวัน หรือรับประทานผลสดต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน

**ข้อควรระวัง: ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป เพราะลูกหม่อนมีน้ำตาลสูง อาจทำให้มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้

• ใบหม่อน สรรพคุณ ขับความร้อนออกจากร่างกาย รักษาอาการหวัดและอาการไอที่เกิดจากลมร้อน แก้เจ็บคอ นอกจากนี้ยังสามารถลดน้ำตาลและไขมันในเลือดได้อีกด้วย

วิธีการใช้:นำมาทำเป็นชา รับประทานวันละ 10 ใบ

• กิ่งหม่อน สรรพคุณ ต้านการอักเสบ แก้ปวดข้อ

วิธีการใช้: นำกิ่งแห้งประมาณ 15-30 กรัม หั่นเป็นท่อนแล้วต้มน้ำดื่ม

• รากหม่อน (ส่วนเนื้อในสีขาว)

สรรพคุณ ขับร้อน ลดบวมน้ำ ขับปัสสาวะ ลดความดัน นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคในทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร

ข้อมูลโดย อ.พจ.ธรรมธัช เชี่ยวพรหมคุณ รองคณบดีคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“ขิง เรื่องของขิงที่ควรรู้”

ขิง มีรสเผ็ด และฤทธิ์อุ่น สรรพคุณในทางการแพทย์แผนจีน

1. ขับเหงื่อ ช่วยลดไข้ บรรเทาอาการหวัด

2. ขจัดความเย็นออกจากร่างกาย เหมาะกับผู้ที่ได้รับปัจจัยก่อโรคประเภทความเย็น เช่น โดนลมเย็นหรืออยู่ในห้องแอร์เย็นๆเป็นเวลานาน ใช้ป้องกันและบรรเทาอาการหวัด

3. อบอุ่นทางเดินอาหาร ช่วยแก้อาการขี้หนาว ลดอาการท้องอืด ถ่ายเหลว

4. อบอุ่นปอด ช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรัง

**ข้อควรระวัง: ผู้ที่ร่างกายมีความร้อนสูง ซึ่งมีอาการดังนี้ ขี้ร้อน ท้องผูก นอนไม่หลับ ไม่ควรรับประทานขิงบ่อยๆ เพราะจะทำให้ร้อนในได้

ข้อมูลโดย อ.พจ.อรภา ศิลมัฐ คณบดีคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

สำหรับใครที่สนใจเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนจีน สามารถเข้ามารับคำปรึกษาเรื่องสุขภาพได้ที่คลินิกแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ สามารถโทรนัดหมายเพื่อใช้บริการได้ที่ 02-713-8100 ต่อ 1633, 1490 ,1491

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...