โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง ‘บ้านเดี่ยว’ ประกาศขายมากสุด มูลค่ากว่า 3.73 แสนล้าน กทม.รั้งแชมป์

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 05.29 น. • The Bangkok Insight

ศูนย์ข้อมูลฯ เผยสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ไตรมาส 2 ปี 2567 มีจำนวนที่ประกาศ 140,725 หน่วย มูลค่ากว่า 7.18 แสนล้านบาท บ้านเดี่ยว ประกาศขายมากที่สุด

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้รวบรวมข้อมูลที่อยู่อาศัยมือสอง ทั่วประเทศ จากการประกาศขายผ่านเว็บไซต์บริษัทภาคเอกชนที่มีปริมาณการประกาศขายเป็นจำนวนมาก และข้อมูลที่อยู่อาศัยมือสองของสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน บริษัทบริหารสินทรัพย์ภาครัฐและเอกชน และกรมบังคับคดี ที่ประกาศขายผ่านเว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสอง (www.taladnudbaan.com) เพื่อให้ได้ข้อมูลอุปทานที่อยู่อาศัยมือสองที่ครอบคลุมในตลาดมากที่สุด

ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ปี 2567 ภาพรวมสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองมีจำนวนที่ประกาศ 140,725 หน่วย มูลค่า 718,436 ล้านบาท โดยประเภทที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายจำนวนหน่วยมากที่สุด คือ บ้านเดี่ยว 39.6% รองลงมาได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ 29.4% ห้องชุด 25.6% อาคารพาณิชย์ 3.8% และบ้านแฝดมีเพียง 1.6%

ส่วนในด้านระดับราคาที่ประกาศขาย พบว่า จำนวนหน่วยในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมีจำนวนประกาศขายมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 21.1% ขณะที่ระดับราคา 7.51-10 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยประกาศขายน้อยที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 4% และในด้านทำเลที่ตั้งของที่อยู่อาศัยมือสองที่มีมูลค่าประกาศขายมากที่สุด 10 อันดับแรกในไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี ภูเก็ต ปทุมธานี เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา ตามลำดับ

ขณะที่อุปทานที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ แยกตามประเภท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567 มีจำนวนหน่วยประกาศขาย 140,725 หน่วย และมีมูลค่า 718,436 ล้านบาท

ประเภทของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขาย

ประเภทของที่อยู่อาศัยที่มีการประกาศขายมากที่สุดใน 3 ประเภทแรก ได้แก่

1. บ้านเดี่ยว จำนวน 55,754 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 39.6% และมีมูลค่า 373,917 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด

2. ทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 41,384 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 29.4% มูลค่า 105,191 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 14.6% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด

3. ห้องชุด จำนวน 35,963 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 25.6% มูลค่า 201,887 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 28.1% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด

สำหรับอาคารพาณิชย์ และ บ้านแฝด เป็นประเภทที่มีสัดส่วนจำนวนหน่วยและมูลค่าประกาศขายน้อยที่สุด โดยอาคารพาณิชย์มีจำนวนเพียง 5,326 คิดเป็นสัดส่วน 3.8% มีมูลค่า 30,635 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 4.3% ในขณะที่บ้านแฝดมีจำนวนเพียง 2,298 คิดเป็นสัดส่วน 1.6% มีมูลค่า 6,805 คิดเป็น 0.9%

ราคาขายที่อยู่อาศัยมือสอง

สำหรับราคาประกาศขายของที่อยู่อาศัยมือสอง ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567 พบว่า ระดับราคาของที่อยู่อาศัยที่มีหน่วยประกาศขายมากที่สุดใน 3 ระดับราคาแรก ได้แก่

  • ระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยมากที่สุด 29,715 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 21.1% แต่มีมูลค่ารวม 16,152 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนน้อยที่สุดเพียง 2.2% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด
  • ระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท มีจำนวน 22,905 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 16.3% และมีมูลค่า 57,188 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด
  • ระดับราคา 3.01-5 ล้านบาท มีจำนวน 21,151 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 15๔ และมีมูลค่า 82,960 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.5๔ ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด
  • ระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท มีจำนวน 13,673 หน่วย แต่มีสัดส่วนมูลค่าสูงถึง 54.3% หรือมากกว่ามูลค่าในระดับราคาอื่น ๆ รวมกัน

เมื่อพิจารณาระดับราคาของตลาดที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายแยกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า บ้านเดี่ยวและห้องชุดมีหน่วยขายในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมากที่สุด ในขณะที่บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์มีหน่วยขายในระดับราคา 3.01-5 ล้านบาทมากที่สุด และทาวน์เฮ้าส์มีจำนวนหน่วยที่ประกาศขายมากที่สุดในระดับราคา 2.01-3 ล้านบาท

ทำเลที่ตั้งของตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง

เมื่อพิจารณารายจังหวัดที่มีมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายสูงสุด 10 อันดับแรกในไตรมาส 2 ปี 2567 ซึ่งมีสัดส่วนจำนวนหน่วยรวมกัน 69.5% ของจำนวนหน่วยที่ประกาศขายทั้งหมด และมีสัดส่วนมูลค่ารวมกัน 85.4% มีรายละเอียดตามลำดับ ดังนี้

อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร มีจำนวนประกาศขาย 42,377 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 30.1% มีมูลค่า 386,191 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 53.8% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท

อันดับ 2 นนทบุรี มีจำนวนประกาศขาย 10,895 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 7.7% มีมูลค่า 48,382 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.7% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาท

อันดับ 3 ชลบุรี มีจำนวนประกาศขาย 9,229 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 6.6% มีมูลค่า 43,925 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วน 6.1% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาท

อันดับ 4 สมุทรปราการ มีจำนวนประกาศขาย 9,613 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 6.8% มีมูลค่า 43,030 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาท

อันดับ 5 ปทุมธานี มีจำนวนประกาศขาย 10,250 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 7.3% มีมูลค่า 28,169 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.9% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 2.01 - 3 ล้านบาท

อันดับ 6 เชียงใหม่ มีจำนวนประกาศขาย 4,508 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 3.2% มีมูลค่า 23,303 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.2 ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 5.01 - 7.5 ล้านบาท

อันดับ 7 ภูเก็ต มีจำนวนประกาศขาย 1,818 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.3 มีมูลค่า 15,006 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.1% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 7.51 - 10 ล้านบาท

อันดับ 8 นครราชสีมา มีจำนวนประกาศขาย 2,745 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 2% มีมูลค่า 9,436 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.3% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5 ล้านบาท

อันดับ 9 ระยอง มีจำนวนประกาศขาย 4,062 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 2.9% มีมูลค่า 8,081 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.1%

อันดับ 10 นครปฐม มีจำนวนประกาศขาย 2,296 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 1.6% มีมูลค่า 7,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.1% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...