โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขข้อมูล UFO วัตถุปริศนาที่ทำให้เข้าใกล้ตัวตนการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว

อีจัน

อัพเดต 18 ก.พ. 2566 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2566 เวลา 09.21 น. • อีจัน

ช่วงนี้กระแสUFOและมนุษย์ต่างดาวเป็นเรื่องที่ทั้งไทยและต่างประเทศถูกให้ความสนใจอีกครั้ง ด้วยที่ว่ามีการพบวัตถุบนท้องฟ้าที่ไม่สามารถระบุได้ หรือยูเอฟโอ (UFO) โดยเมื่อไม่นานมานี้ข่าวโด่งดังที่ทางการสหรัฐฯได้ทำการยิงทำลายวัตถุบินปริศนาที่ลอยอยู่บนน่านฟ้าอะแลสกา(Alaska) โดยมีขนาดเท่ากับรถยนต์หนึ่งคันเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ทั่วโลกต่างจับตาดูสถานการณ์นี้กันอย่างแปลกประหลาดใจ เราจะตามลอยเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวที่อ้างถึงวัตถุบนท้องฟ้าที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าจะเป็นยูเอฟโอ (UFO) หรือไม่ ?

UFO คืออะไร ?

คำว่า ยูเอฟโอ (UFO) ย่อมากจาก Unidentified Flying Object หรือสามารถแปลเป็นไทยได้ว่าวัตถุผิดปกติที่มองเห็นบนท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุได้ในทันทีว่าเป็นวัตถุหรือปรากฏการณ์ใด (unidentified flying object) หรือจะเรียกง่ายๆว่า “จานบินของมนุษย์ต่างดาว”ก็ได้เช่นกัน ซึ่งคำว่า “ยูเอฟโอ” นั้น ถูกใช้ในปีพ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) โดยทางกองทัพอากาศสหรัฐ เพื่ออธิบายรายงานเกี่ยวกับวัตถุบินลึกลับบนท้องฟ้า โดยต่อมาคำว่า“ยูเอฟโอ”ได้รับความนิยมมาจากหนังสือพิมพ์และนิตยสาร เนื่องจากเริ่มมีการพบเห็น “ยูเอฟโอ” มากขึ้นในปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ.1950) หลังจากการพัฒนาเทคโนโลยีหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับจรวดและขีปนาวุธ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่มีนักวิจัยบางกลุ่มเชื่อว่า มีสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดเดินทางมาสำรวจโลก

สำหรับหลักฐานการพบเจอจำนวนมากมักมีรายงานแถบประเทศสหรัฐอเมริกา(United States) รองลงมาคือเม็กซิโก(Mexico)และแคนาดา(Canada) ซึ่งสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ที่มีประชากรจำนวนมากให้ความสนใจในเรื่องยูเอฟโอ(UFO) จึงทำให้สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะมีรายงานการพบเห็น “ยูเอฟโอ(UFO)” มากที่สุด และรองลงมาคือประเทศเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งสองประเทศนี้ต่างเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกันจึงทำให้มีการรายงานการพบเห็น “ยูเอฟโอ”ในประเทศเหล่านั้นอยู่ตลอด

โดยในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เครื่องบินรบ F-22 ได้ยิงวัตถุที่มี “ขนาดเท่ากับรถยนต์” ที่ลอยอยู่ 40,000 ฟุตเหนือน่านฟ้าของรัฐอะแลสกา ต่อมาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ก็ได้ยิงวัตถุต้องสงสัย “รูปทรงกระบอก” จนตกลงพื้น ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา ซึ่งสหรัฐฯ และแคนาดาได้ร่วมมือกันในปฏิบัติครั้งนี้ ก่อนที่ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เครื่องบินรบ F-16 ของสหรัฐฯ จะยิงทำลายวัตถุลึกลับบนท้องฟ้าอีกครั้ง ขณะบินอยู่เหนือทะเลสาบฮูรอน ในมิชิแกน ถือเป็นการยิงทำลายวัตถุต้องสงสัยครั้งที่ 4 ในเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐฯ

ทฤษฎีสมมติฐานเรื่อง มนุษย์ต่างดาว(Alien)

โดยทฤษฎีต่างๆถูกตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ถ้าระบบสุริยะจักรวาลของเรามีดาวเคราะห์มากมาย การพบสิ่งมีชีวิตต่างๆบนดาวเคราะห์และกาแล็กซีอื่นๆก็น่าจะไม่ใช่เรื่องยากในการพบเจอ“มนุษย์ต่างดาว(Alien)” เพราะว่าดาวเคราะห์และระบบสุริยะของเรามีขนาดเล็กอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ของเอกภพ(Universe) ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่อาจเป็นไปได้ว่า “มนุษย์ต่างดาว(Alien)” จากนอกระบบสุริยะอาจมีอยู่จริงก็เป็นได้

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่พยายามคิดวิธีต่างๆที่จะสามารถสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว(Alien) โดยแนวคิดบางอย่างต้องสื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ หรือ รูปทรง ซึ่งนับว่าเป็นเวลาหลายทศวรรษที่ได้ส่งคลื่นวิทยุไปยังอวกาศ หรืออาจใช้เวลาหลายปีที่ข้อความจะไปถึงดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง จากนั้นอาจใช้เวลาอีกหลายสิบปีที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นจะส่งข้อความกลับมาหาเรา

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีปรากฏการณ์ครอปเซอร์เคิล(Crop Circle) ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1678 ที่ฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ (Hertfordshire) ประเทศอังกฤษ โดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าใครหรืออะไรทำให้มันเกิดขึ้น โดยพืชได้ล้มลงเป็นจำนวนมากในเวลาคืนเดียว และเกิดเป็นลวดลายที่ซับซ้อนสวยงามขึ้นในหลากหลายประเทศ

เรื่องราวยูเอฟโอ (UFO) หรือมนุษย์ต่างดาว นับว่าเป็นเรื่องที่ชวนค้นหา และยิ่งวิทยาการที่ดีมากขึ้นทำให้เราเริ่มได้เห็นสิ่งที่เชื่อมโยงถึงการมีตัวตนได้มากกว่าเดิม ก็ไม่แปลกที่ประเด็นนี้จะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันหรือเป็นแค่นิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป ใครจะไปรู้ละคะว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตมากมายมายที่อยู่นอกโลก กำลังมองดูพวกเราอยู่ก็เป็นได้นะคะ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและทำให้พวกเราเข้าใจกี่ยวกับเรื่องยูเอฟโอ(UFO)มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

อ้างอิง funkidslive , wsj , dw

วานเลนไทน์ปีนี้ ครูไม่โสดแล้วนะคลิปแนะนำอีจัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...