โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ ปอย ตรีชฎา สาวประเภทสองคนสวยที่เตรียมเข้าประตูวิวาห์

สยามนิวส์

เผยแพร่ 20 ก.พ. 2566 เวลา 02.49 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เปิดประวัติ ปอย ตรีชฎา สาวประเภทสองคนสวยที่เตรียมเข้าประตูวิวาห์

ว่าที่เจ้าสาว เปิดประวัติ ปอย ตรีชฎา สาวประเภทสองคนสวยที่เตรียมเข้าประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มนักธุรกิจ เรียกได้ว่าประวัติความเป็นมาของเธอนั้นก็ไม่ธรรมดา เป็นถึงดีกรีนางงามที่ผ่านการประกวดและชนะเลิศมาแล้วมากมายหลายเวที ประวัติของเธอนั้นจะเป็นไปมาอย่างไร ไปชมกันเลยจ้า

คลิป

ปอย ตรีชฎา มาลยากรณ์ ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลคุณแม่คือ เพชรรัตน์ ปัจจุบันเปลี่ยนนามสกุลใหม่อีกครั้งต้อนรับวันวาเลนไทน์เป็นนามสกุลครอบครัวว่าที่เจ้าบ่าว คือ หงษ์หยก ตามว่าที่สามีไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

เกิดวันที่ 5 ตุลาคม 2529 โดยพื้นเพของเธอเป็นคนจังหวัดภูเก็ต มีน้องสาว 1 คน ส่วนคุณพ่อแม่นั้นแยกทางกันตั้งแต่ปอยยังเด็ก จึงถูกเลี้ยงมาโดยคุณแม่และพ่อเลี้ยง

จบชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย แต่เธอนั้นก็ได้เปิดเผยว่า ช่วงนั้นเกือบเรียนไม่จบเพราะโดนเรียนและอยากมีแฟน โชคดีที่เพื่อนสนิทช่วยดันหลังจนเรียนจบมาได้ แต่ก็ยังไม่คิดที่จะต่อมหาวิทยาลัย กระทั่งเพื่อนๆเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้วทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่า จึงได้ตัดสินใจสมัครเรียน เข้าเรียนที่คณะวิทยาการจัดการสาขานิเทศศาสตร์ ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต แต่หลังจากเรียนได้ 3 เดือน ต่อมาปอยก็ชนะการประกวดมิสทิฟฟานี่ ปี 2547 และเข้าวงการบันเทิง ทำให้ต้องหยุดเรียนไป

หลังจากทำงานในวงการบันเทิงมาได้ 2-3 ปี เธอก็รู้สึกอยากเรียนอีกครั้ง จึงได้สมัครเข้าเรียนใหม่ ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่พบว่าคณะนี้ยากมาก อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ เลยต้องย้ายไปสมัครเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน เพื่อเรียนเป็นภาษาไทยควบคู่ไปด้วยกัน แต่สุดท้ายก็ดรอปการเรียนกฏหมายไว้เพียงเท่านี้

ด้วยความที่เป็นนักแสดง ปอย จึงได้ถูกชักชวนให้ไปเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดง มหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งอยู่ในเครือซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่ ซึ่งเธอสามารถนำองค์ความรู้มาใช้ในอาชีพได้เป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็ยังเรียนไม่จบ แต่กลายเป็นหลังจากนั้นปอยก็ได้หันมาสนใจด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอชื่นชอบมาตั้งแต่ยังเด็กๆ รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับเวชสำอาง และได้โทรพูดคุยกับนักวิจัยในช่วงที่เธอเริ่มสร้างธุรกิจ

จึงได้ถูกชักชวนให้ไปเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ แต่เรียนไปได้เพียง 2 ปี เธอก็ได้รับโอกาสให้ไปทำงานที่ฮ่องกง จึงทำให้เธอต้องหยุดในเรื่องของการเรียนอีกครั้ง

แต่ในช่วงโควิด ทำให้ปอยได้กลับมาทบทวนตัวเองใหม่อีกครั้ง กลับมาแก้ปมเรื่องการเรียนไม่จบด้วยการโอนหน่วยกิตจากมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มาสมทบกับที่มหาวิทยาลัยสยาม และลงเรียนเพิ่ม จนได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต ในที่สุด นอกจากนี้เธอยังจบหลักสูตรออนไลน์ ภาควิชาประสาทวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลและพันธุวิศวกรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย

ในช่วงปี 2547 ปอย ตรีชฎา ได้สมัครเข้าประกวดมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส และได้รับตำแหน่งชนะเลิศ ในตอนที่อายุเพียง 18 ปี จากนั้นก็ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน จนได้รับตำแหน่งชนะเลิศ ทำให้นั่นเป็นตัวการันตีว่า เธอคือสาวข้าวเพศที่สวยที่สุดในโลก จนได้เข้าวงการบันเทิงและได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ทั้งยังเคยได้รับรางวัล The Nine Fever Awards ครั้งที่ 1 สาขา Miss Queen Fever สาวประเภทสองที่ได้รับความนิยม อีกด้วย

ปอย ตรีชฎา กำลังจะเป็นที่เจ้าสาว เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสุดเซอร์ไพรส์เป็นอย่างมาก เมื่อเธอได้ประกาศว่าเข้าพิธีหมั้นกับ โอ๊ค บรรลุ นักธุรกิจหนุ่มทายาทบ้านอาจ้อ โดยทั้งคู่ได้เคยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่โรงเรียนสมัยมัธยม ซึ่งทั้งคู่พบกันอีกครั้งหน้ารูปปั้นพระพิศเนศ ณ บ้านอาจ้อ จากนั้นจึงได้คบหาดูใจกันมาเป็นระยะเวลา 1 ปี ก่อนจะตัดสินใจหมั้นหมาย ซึ่งทางครอบครัวหนุ่มโอ๊คก็รักและเอ็นดูปอยเป็นอย่างมาก

ล่าสุดปอยเองก็ได้เปลี่ยนนามสกุลเป็นของครอบครัวฝ่ายชายแล้ว แม้จะยังไม่มีกฏหมายสมรสเท่าเทียม แต่ทั้งสองก็ยังจับมือเดินหน้าแต่งงานและทำพิธีเหมือนบ่าวสาวทั่วไปกันนั่นเอง

เรียบเรียง siamnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...