โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมาน-อุ้มหาย มีผลแล้ว เว้น ม.22-25 มีผล 1 ต.ค.

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ก.พ. 2566 เวลา 19.17 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 11.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สำนักข่าวไทย 23 ก.พ.- พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการแล้ว ยกเว้นเพียงมาตรา 22-25 จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.66 เป็นต้นไป

นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ยกเว้นเพียงมาตรา 22-25 จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้ พระราชบัญญัติฯ ประกอบด้วย 5 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวม 43 มาตรา ซึ่งครอบคลุมฐานความผิดที่สำคัญ 3 ฐาน ได้แก่ การกระทำทรมาน การกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมถึงบทกำหนดโทษ มาตรการดำเนินคดี มาตรการป้องกัน มาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิดดังกล่าว นอกจากนั้นพระราชบัญญัติฯ ยังกำหนดให้มีกลไกคณะกรรมการซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน และมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม แพทย์ ทนายความ และสื่อมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมกำกับดูแลการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติฯ

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเน้นย้ำว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ฉบับนี้มีความสำคัญมาก ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องมีการปรับขั้นตอนการดำเนินงานให้สอดรับกับพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว โดยที่ผ่านมากรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ อย่างต่อเนื่อง จัดทำระเบียบกลางเพื่อวางแนวปฏิบัติ รวมถึงอบรมให้ความรู้แก่หน่วยปฏิบัติทุกหน่วยผ่านทางช่องทางต่างๆ ทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ผ่านทางสื่อ Social Media นอกจากนั้น ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีการปรับโครงสร้างภายในองค์กร โดยมีการจัดตั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายขึ้น เพื่อดูแลการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติฯ โดยเฉพาะ และเป็นที่น่ายินดีว่าหลายหน่วยงานมีการปรับโครงสร้างภายในองค์กร ปรับระเบียบและแนวปฏิบัติ รวมถึงอบรมเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานให้มีความรู้ความเข้าใจพร้อมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ ด้วย และต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้พระราชบัญญัติฯ มีผลใช้บังคับ และมีความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือร่วมใจอย่างเข้มแข็งจากทุกภาคส่วน จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติฯ เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป ตามแนวคิด “เคารพชีวิต ใช้สิทธิตามกฎหมาย ขจัดการอุ้มหายและทรมาน”

ทั้งนี้ ศึกษาข้อมูลพระราชบัญญัติฯ ฉบับเต็มได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1iiVJhAdCZXwjSqlcIzcRig855Px0l78-/view?usp=share_link .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...