โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลเผย กองทัพควบคุมตัว 18 ทหารกัมพูชา รุกล้ำอธิปไตยไทย ยันดูแลกฎทางการทหารสากล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 09.40 น.

รัฐบาลยืนยัน ทหารกัมพูชา ที่ถูกควบคุมตัว 18 นายซึ่งรุกล้ำอธิปไตยไทย กองทัพควบคุมตัวและดูแลตามหลักมนุษยธรรมและกฎทางการทหารสากล คาดหลังชายแดนสงบหยุดยิงถาวร พร้อมส่งคืน

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า กองทัพได้ควบคุมทหารเขมร 18 นาย ขณะกองกำลังกัมพูชาเข้ายึดพื้นที่ซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมอาวุธปืนครบมือ หลังยอมจำนน วางอาวุธกับพื้นไม่ขัดขืน ปฏิบัติตามหลักสากล ส่งคนเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนทหารผู้เสียชีวิต 2 นาย นำส่งร่างคืน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 โดยยึดหลักกฎการปะทะและหลักมนุษยธรรม ดูแลขั้นพื้นฐานให้เสื้อผ้า อาหาร น้ำ และการรักษา

ซึ่งขณะนี้ (30 กรกฎาคม 2568) ทหารกัมพูชาทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมในพื้นที่ปลอดภัยของกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้จัดเตรียมการดูแลขั้นพื้นฐานไว้ให้ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร น้ำดื่ม และการรักษาพยาบาล ตามความจำเป็น ดูแลให้เป็นไปตามแบบปฏิบัติในทางทหารของสากล ซึ่งรัฐบาลยืนยันในการดำเนินการโดยยึดหลักมนุษยธรรมสากล โดยหลังจากข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ แต่สถานการณ์ชายแดนยังอยู่ระหว่างการติดตามให้เป็นไปตามข้อตกลงอย่างใกล้ชิด กองทัพจึงยังคงต้องดูแลทหารกัมพูชาต่อไป โดยคาดว่าหลังจากสรุปหยุดยิงอย่างถาวรจะมีการปฏิบัติตามพันธสัญญาสากลต่อไป

อ้างอิง : hwww.thaigov.go.th

อัปเดทสถานการณ์ล่าสุด หลัง กัมพูชา เปิดฉากยิงเข้า ไทย ที่ ปราสาทตาเมือนธม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...