โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นายกฯญี่ปุ่นยันไม่ลาออก แม้พ่ายเลือกตั้งสภาสูง พรรคขวาจัดผงาด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 02.06 น.
AP

นายกฯญี่ปุ่นยันไม่ลาออก แม้พ่ายเลือกตั้งสภาสูง พรรคขวาจัดผงาด

พรรคร่วมรัฐบาลของญี่ปุ่นสูญเสียเสียงข้างมากในสภาสูงของประเทศจากการเลือกตั้งในวันที่ 20 กรกฎาคม แต่นายชิเกรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ยืนยันว่าเขาไม่มีแผนจะลาออกจากตำแหน่ง

ประชาชนชาวญี่ปุ่นออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ในการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจต่อรัฐบาลผสมของพรรคแอลดีพีและพรรคร่วมรัฐบาลโคเมอิโตะ จากราคาสินค้าที่สูงขึ้นรวมถึงปัญหาคุกคามจากนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ

อิชิบะกล่าวหลังการปิดหีบเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขายอมรับผลการเลือกตั้งที่รุนแรงนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยืนยันว่าจุดสนใจหลักของเขาเน้นไปที่การเจรจาการค้ากับสหรัฐ

รัฐบาลผสมซึ่งนำโดนพรรคแอลดีพีสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมา การพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดนี้จึงยิ่งบั่นทอนอิทธิพลทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องการที่นั่งอย่างน้อย 50 ที่นั่งเพื่อรักษาเสียงข้างมากในสภาสูง ซึ่งสมาชิกทั้งหมด 248 คน แต่ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคระบุว่า ขณะที่เหลืออีกเพียงที่นั่งเพียงหนึ่งเดียวที่ยังไม่ประกาศผล พรรคร่วมรัฐบาลได้มาเพียง 47 ที่นั่งเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอกับที่ต้องการในการครองเสียงข้างมากในสภาสูง

เจฟฟรีย์ ฮอลล์ อาจารย์ด้านญี่ปุ่นศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยศึกษานานาชาติคันดะ ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่า การสนับสนุนพรรคฝ่ายขวาที่เพิ่มขึ้น ได้แย่งคะแนนเสียงจากฐานเสียงกลุ่มอนุรักษ์นิยมของพรรคแอลดีพี

“นายกรัฐมนตรีอิชิบะถูกมองว่าไม่อนุรักษ์นิยมพอในสายตาของผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ พวกเขาคิดว่าอิชิบะไม่มีมุมมองชาตินิยมต่อประวัติศาสตร์ และไม่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนเหมือนอาเบะ” ฮอลล์กล่าว

ฮอลล์กล่าวว่า คะแนนเสียงที่เคยสนับสนุนพรรคแอลดีพีบางส่วนได้เทไปให้พรรคซันเซโตะ ซึ่งกำลังพูดประเด็นต่างๆ ที่สมาชิกสภาสูงไม่เคยกล้าพูดต่อสาธารณะมาก่อน เช่น ทฤษฎีสมคบคิด วาทกรรมต่อต้านชาวต่างชาติ และมุมมองที่มีการเปลี่ยนแปลงการตีความประวัติศาสตร์อย่างสุดโต่ง

พรรคแอลดีพีซึ่งเป็นพรรคสายกลางขวา ได้ปกครองญี่ปุ่นเกือบต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1955 แม้จะมีการเปลี่ยนผู้นำบ่อยครั้ง แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อผู้นำอย่างอิชิบะ ซึ่งยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นใดๆ ได้ในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตค่าครองชีพ และการเจรจาการค้ากับสหรัฐ

ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากไม่พอใจกับภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะราคาข้าวที่แพงขึ้น รวมทั้งกรณีอื้อฉาวทางการเมืองที่รุมเร้าพรรคแอลดีพีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจากพรรคแอลดีพีคนก่อนหน้านี้ 3 คนที่เสียเสียงข้างมากในสภาสูงต่างก็ตัองลาออกจากตำแหน่งภายใน 2 เดือน ทำให้นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ว่าความพ่ายแพ้ครั้งใหย่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน

ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ก็อาจเป็นการเปิดทางให้สมาชิกพรรคแอลดีพีที่เป็นที่รู้จักคนอื่นๆ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ อาทิ นายซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งมีคะแนนมาเป็นอันดับิ 2 ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแอลดีพีในปีที่แล้ว นายทาคายูกิ โคบายาชิ อดีตรัฐมนตรีด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และนายชินจิโร่ โคอิซุมิ บุตรชายของอดีตนายกฯ จุนอิชิโร โคอิซุมิ

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนผู้นำภายในพรรครัฐบาลในเวลานี้อาจสร้างความปั่นป่วนทางการเมือง และทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นไร้เสถียรภาพในช่วงเวลาสำคัญของการเจรจาการค้ากับสหรัฐ

ในวันจันทร์ ตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันหยุดราชการ แต่ค่าเงินเยนกลับแข็งค่าขึ้น สะท้อนว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นไปตามที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้

คะแนนเสียงของพรรครัฐบาลดูเหมือนจะถูกแย่งไปโดยพรรคซันเซโตะ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดขนาดเล็กที่ดึงดูดกลุ่มอนุรักษ์นิยมด้วยนโยบาย “ญี่ปุ่นมาก่อน” และการต่อต้านคนต่างชาติ โดยพรรคซันเซโตะเริ่มเป็นที่รู้จักผ่าน YouTube ช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับวัคซีนและกลุ่มชนชั้นนำระดับโลก

วาทกรรมแบบชาตินิยมสุดโต่งของพรรคซันเซโตะช่วยขยายฐานเสียงของพรรคก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากนโยบายเกี่ยวกับชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นและการย้ายถิ่นฐาน ได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียงของหลายพรรคการเมือง

ญี่ปุ่นซึ่งมีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรมปิดและนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เข้มงวด กำลังเผชิญกับการหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การไหลบ่านี้ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่นบางส่วนรู้สึกว่าชาวต่างชาติกำลังเอาเปรียบญี่ปุ่น ซึ่งยิ่งทำให้ความไม่พอใจมากขึ้น

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อิชิบะเพิ่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อจัดการกับอาชญากรรมหรือพฤติกรรมก่อความรำคาญและสร้างความเดือดร้อนที่กระทำโดยชาวต่างชาติบางคน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐาน การซื้อที่ดิน และการไม่จ่ายเงินประกันสังคม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯญี่ปุ่นยันไม่ลาออก แม้พ่ายเลือกตั้งสภาสูง พรรคขวาจัดผงาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...