PM 2.5 ภัยเงียบที่ยากจะป้องกันได้
PM 2.5 ภัยเงียบที่ยากจะป้องกันได้
จากกรณี นักแสดงสาว เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ ภรรยาของนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่ออกมาเปิดเผยว่า ตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่หนึ่งซึ่งปัจจุบันอยู่ในการรักษาตัวอยู่ทึ่โรงพยาบาล
โดยเจ้าตัวออกมาเปิดเผย ในช่วงแรกว่ามีอาการ เสียงหายช่วงแรกพูดมาแทบไม่ได้ยินแล้วก็ไม่ได้เจ็บคอหรือเป็นหวัดแต่อย่างใดรวมถึงตนก็ไม่ได้ตะโกนใช้เสียงเยอะที่ไหนจึงรักษาไปตามอาการพอตกกลางคืนก็เกิดอาการไอหนักมากทั้งที่ไม่ได้นอนตรงจุดที่มีแอร์แล้วต้องดื่มน้ำตลอดเวลา จึงไปทำการตรวจที่โรงพยาบาลแล้วพบว่าตนเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 1
ซึ่งป๋อ ณัฐวุฒิ ก็ได้มีการอัพเดตคลิปในช่องทางยูทูป บรรยายถึงการรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยแพทย์ที่รักษาอาการ เผยว่ามียีนส์ตัวหนึ่งที่อยู่ในเซลล์กลายพันธุ์เมื่อเจอกับฝุ่นละออง PM 2.5 หรือมลภาวะ ซึ่งทำให้เกิดเซลล์มะเร็ง และสิ่งที่ผิดสังเกตุคือเจ้าตัว ไม่ได้มีการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอลล์เลย ทำให้แพทย์ประเมินออกมาว่าตัวการคือฝุ่น pm 2.5 ที่อันตราย
ทางนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สส.พรรคเพื่อไทย ในฐานนะประธานกรรมาธิการสาธารณะสุข เผยว่า ฝุ่น pm 2.5 เข้าไปทำให้เซลล์อักเสบและกลายพันธุ์เป็นเนื้อร้าย ซึ่งมีทั้งควันบุหรี่หรือฝุ่นละอองต่างๆก็จะกระตุ่นให้เกิดโรคนี้ โดยมะเร็งเป็นโรค ที่ไม่มีช่วงเวลาในการเกิดบางคนอาจป่วยในขณะอายุยังน้อยหรืออายุมากก็เป็นได้และเป็นโรคที่ฝังในดีเอนเอ ถ้าหากพบว่าคนในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคนี้ก็อาจจะเข้าข่ายเสี่ยงด้วยก็ได้
ทั้งนี้ยังมีนายแพทย์ธนาวุฑฒ์ โสภักดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหู คอ จมูก ออกมาเปิดเผยว่าโรคมะเร็งที่เกิดกับเอ๋ พรทิพย์นั้น ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงคือเป็นหญิงชาวเอเชีย ซึ่งจะมียีนส์พิเศษคือยีนส์ EGFR ซึ่งเป็นยีนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายเมื่อกลายพันธุ์จะทำให้เกิดเป็นมะเร็งและแพร่กระจายได้เร็วซึ่งพบได้บ่อยในมะเร็งปอด โดยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ก็เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดสิ่งนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพีเอ็ม 2.5 จะทำให้เกิดมะเร็งปอดเพียงอย่างเดียวเพราะเจ้าตัวนี้มันมีขนาดเล็กมากๆมันสามารถไปอุดหลอดเลือดหรือทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้เนื่องจากไปอุดกั้นการเดินของเลือดในหลอดเลือดและจะทำให้เกิดการกดหัวใจเต้นผิดจังหวะหรืออาจจะมีภาวะอื่นๆร่วมด้วยจนถึงขั้นหัวใจล้มเหลวเสียชีวิต ส่วนระบบประสาทก็สามารถไปสกัดระบบประสาทจนทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมหรือไปอุดกั้นไต เสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และถ้าหากเป็นหญิงตั้งครรภ์รับมลพิษไปมากๆส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กโดยเฉพาะปอดของเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาและอาจทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนดได้
ส่วนการเข้มข้นของรัฐบาลนั้นในช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงที่อยู่ในการวางใจเพราะอาจจะมีเรื่องอื่นสำคัญกว่าแต่ในช่วงปลายปีจนถึง ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ฝุ่นหนาแน่นมากที่สุดทั้งในภาคกลางและภาคเหนือ หากมองตามเนื้อผ้าแล้วก็อาจจะมองว่าช่วงแรกมีการควบคุมดีในระดับหนึ่งแต่พอผ่านไปก็จะหย่อนปัญหาลงเรื่อยเรื่อยซึ่งทางนายแพทย์ธนาวุฑฒ์ ก็ ออกมาบอกว่าต้องช่วยกันรณรงค์กันและบังคับใช้ข้อกฎหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีอากาศดีเพราะในช่วงนี้ก็จะเกิดการเติบโตของสังคมที่น้อยและจะกลับมาตื่นตัวอีกทีตอนที่มีปัญหา เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาเทคแอ็คชั่นเกี่ยวกับเรื่อง ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่เป็นมลพิษในสังคมว่าควรจะมีมาตรการที่รัดกุมทั้งเรื่องการควบคุมรถยนต์ เผาป่าเผาหญ้า รวมถึงฝุ่นควันข้ามชายแดน ที่ต้องไปการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพราะบางทีในประเทศประเทศไทยก็อาจจะไม่ได้มีฝุ่นหรือการเผาป่าขนาดนั้น แต่อาจเป็นฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านที่เกิดจากการทำเกษตรกรรมและลอยข้ามชายแดนมา โดยหมอทศพรมองว่า รัฐบาลควรมีมาตรการที่รัดกุมในการจำกัดการเผาป่าหรือการร่วมด้วยช่วยกันของประชาชน ซึ่งอาจจะต้องมีการเสียเงินค่าใช้จ่ายเพื่อทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมองว่ารัฐบาลแก้ปัญหาน้อยไปหน่อยแต่ก็ต้องให้ประชาชนร่วมมือด้วย เพราะเราไม่สามรถห้ามกิจวัตรของประชาชนได้
แต่ถึงอย่างไรเราจะไปพึ่งในรัฐบาลอย่างเดียวก็ไม่ได้การป้องกันตัวเองอีกวิธีหนึ่งก็คือการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรืออยู่ในสถานที่ที่ฝุ่นไม่หนาแน่นก็เป็นการช่วยป้องกันตัวเองอีกสิ่งหนึ่งและการออกกำลังกายหรืออาหารการกินก็เป็นส่วนสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เราสามารถดูแลตัวเองได้เพราะไม่ใช่มะเร็งปอดอย่างเดียวที่น่ากลัวแต่มะเร็งอื่นๆก็น่ากลัวไม่แพ้กัน ซึ่งก็อยู่ที่คนไทยในการดูแลรักษาสุขภาพว่าจะช่วยเหลือตนเองได้มากแค่ไหนและรัฐบาลก็จะมีหนทางในการแก้ไขอีกทางหนึ่งอย่างไร
โดยเราก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลและสังคมไทยจะตระหนักเรื่องความรุนแรงของ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 หรือไม่เพราะในยุคฤดูปัจจุบันนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนไม่ใช่ฤดูฝนจึงอาจทำให้คนไทยชะล่าใจไม่ มีการป้องกันหรือตระหนักรู้พอ อย่างเช่นกรณีของหมอกฤษไท แพทหนุ่มชื่อดังที่เพิ่งเสียชีวิตไปจากการป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเพียงอายุ 30 ปี ซึ่งในช่วงที่หมอกฤตไทออกมาบอกว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งปอดนั้น คุมได้ตระหนักรู้และตื่นตัวเกี่ยวกับโรคมะเร็งกันอย่างมากรวมถึงคุณภาพอากาศกันอย่างมาก จนถึงการเสียชีวิตของหมอกฤษไท ก็ เป็นแรงกระตุ้นถึงรัฐบาลซึ่งในขณะนั้นคือรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นการผลักดันพรบ.อากาศสะอาด เพื่อให้คนไทยมีอากาศสะอาดหายใจ แต่พอหลังจากนั้นมาสังคมไทยก็เงียบลงตามเดิมจนถึงข่าวที่ เอ๋ พรทิพย์ ออกมาบอกว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งปอดก็เกิดการตื่นตัวใน สังคมไทยอีกครั้ง ซึ่งโรคมะเร็งเป็นโรคที่ไม่สามารถตรวจหาได้ถ้ายังไม่เผยอาการขึ้นมาหากมีสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้า ที่รุนแรงหรือสะสมมานานก็อาจจะเกิดโรคขึ้นได้เป็น “ภัยเงียบที่ป้องกันได้ยาก”