โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อ้วนลงพุงระวัง "ไขมันพอกตับ" ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

Thai PBS

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 09.19 น. • Thai PBS
“ไขมันพอกตับ” ภัยเงียบที่ครึ่งหนึ่งของคนไทยอาจเผชิญโดยไม่รู้ตัว โรคนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของนักดื่ม แต่เกิดจากพฤติกรรมการกิน ไลฟ์สไตล์ที่หลายคนทำทุกวัน รู้จักสาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และเคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรง

ลองนึกภาพตับของเราเป็นโรงงานใหญ่ที่ทำงานหนักทุกวัน กรองสารพิษ สร้างพลังงาน และจัดการไขมันในร่างกาย แต่ถ้าโรงงานนี้เต็มไปด้วยกองไขมัน ? สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ ไขมันพอกตับ หรือ Fatty Liver Disease โรคที่กำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้น ๆ ของคนไทย โดยเฉพาะในยุคที่ของหวาน ขนมทอด และน้ำอัดลมครองโต๊ะอาหาร

ไขมันพอกตับคืออะไร ?

ไขมันพอกตับ คือ ภาวะที่มีไขมันสะสมในเซลล์ตับมากเกินไป โดยทั่วไปถ้าไขมันเกินร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตับ ถือว่าเข้าข่ายแล้ว ไขมันส่วนใหญ่เป็นไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ที่มาจากอาหารหรือการเผาผลาญผิดปกติ โรคนี้แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • NAFLD (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease) ไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ พบบ่อยในคนอ้วน ผู้ป่วยเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง
  • AFLD (Alcoholic Fatty Liver Disease) เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์หนักและต่อเนื่อง

น่าตกใจที่ 1 ใน 3 ของคนไทย มีภาวะนี้ และหลายคนไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการในระยะแรก

ภาพประกอบข่าว

สาเหตุใด ? ตัวการแฝงในชีวิตประจำวัน

ไขมันพอกตับไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์อย่างเดียว แต่พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตคือตัวการใหญ่ด้วย เช่น

  • การกินหวาน กินมันเกินพอดี น้ำตาลฟรุกโตสในน้ำอัดลม ขนมหวาน หรือผลไม้หวานจัด เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน ถูกตับเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม
  • อ้วนลงพุง ไขมันหน้าท้องสัมพันธ์กับการสะสมไขมันในตับ โดยเฉพาะคนที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 25 หรือรอบเอวเกิน 90 ซม. (ชาย) และ 80 ซม. (หญิง)
  • ไม่ยอมออกกำลังกาย การนั่งนาน ๆ หรือขาดกิจกรรมทางกายทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อย
  • โรคเรื้อรัง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หรือภาวะดื้ออินซูลิน เพิ่มความเสี่ยงถึงร้อยละ 60
  • ยาและสารพิษ ยาสเตียรอยด์ ปฏิชีวนะบางชนิด หรืออาหารเสริมที่ไม่มี อย. อาจทำร้ายตับ
  • พันธุกรรม บางคนมียีนที่ทำให้ตับสะสมไขมันง่ายขึ้น
  • การกินดึกหรือนอนไม่เป็นเวลา รบกวนนาฬิกาชีวภาพของตับ เพิ่มความเสี่ยงให้ไขมันพอกตับ
ภาพประกอบข่าว
  • ภาพประกอบข่าว

4 ระยะ ภัยเงียบ "ไขมันพอกตับ"

ไขมันพอกตับมักไม่มีอาการในระยะแรก จึงถูกเรียกว่าภัยเงียบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตรวจเจอจากการตรวจสุขภาพประจำปี เมื่อค่าตับ (AST, ALT) ผิดปกติ หรือเห็นตับโตจากอัลตราซาวด์ บางรายอาจมีอาการไม่ชัดเจน เช่น

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง
  • คลื่นไส้เล็กน้อย
  • ปวดหน่วงใต้ชายโครงขวา
  • คันผิวหนัง (จากน้ำดีคั่ง)

ถ้าปล่อยไว้นาน อาจเข้าสู่ 4 ระยะของโรค

ระยะ 1 ไขมันสะสมแต่ยังไม่รุนแรง ไขมันเริ่มสะสมในเซลล์ตับเกินร้อยละ 5-10 โดยไม่มีอาการหรือการอักเสบ มักตรวจพบจากการตรวจสุขภาพ และสามารถย้อนกลับได้ด้วยการปรับอาหารและออกกำลังกาย

ระยะ 2 ตับเริ่มอักเสบ (NASH) ตับอักเสบจากไขมันสะสม (Non-Alcoholic Steatohepatitis) อาจมีอาการอ่อนเพลียหรือปวดชายโครงขวา ยังรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ แต่หากปล่อยไว้จะรุนแรงขึ้น

ระยะ 3 มีพังผืดในตับ (Fibrosis) เกิดพังผืดหรือแผลเป็นในตับจากการอักเสบต่อเนื่อง ทำให้ตับทำงานแย่ลง การรักษายากขึ้น และอาจต้องใช้ยาควบคู่กับการปรับพฤติกรรม

ระยะ 4 ตับแข็ง (Cirrhosis) หรือมะเร็งตับ ตับเสียหายถาวร มีพังผืดหนาแน่นหรือตับแข็ง อาจนำไปสู่มะเร็งตับ ต้องรักษาด้วยยา การผ่าตัด หรือเปลี่ยนตับ และมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูง

ภาพประกอบข่าว

ระยะ 1-2 ยังย้อนกลับได้ แต่ถ้าถึงระยะ 3-4 การรักษาจะยากและอาจถึงขั้นเปลี่ยนตับ

รู้ก่อนรักษา เปลี่ยนตับพังกลับมาปังได้

การตรวจสุขภาพประจำปีสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยง แพทย์มักใช้วิธีต่อไปนี้ตรวจหาไขมันพอกตับ

  • เจาะเลือด ดูค่าเอนไซม์ตับ (AST, ALT) และระดับไขมันในเลือด
  • อัลตราซาวด์ เห็นภาพไขมันในตับ
  • FibroScan วัดความแข็งและไขมันในตับด้วยคลื่นเสียง ไม่ต้องผ่าตัด
  • เจาะชิ้นเนื้อตับ ใช้ในกรณีรุนแรงเพื่อยืนยันการอักเสบหรือพังผืด

ข่าวดีคือ ไขมันพอกตับระยะแรกสามารถหายได้โดยไม่ต้องพึ่งยา ด้วยการปรับไลฟ์สไตล์

  • ควบคุมอาหาร โดยกินให้สมดุล เลือกข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ปลา อกไก่ เต้าหู้ ผักใบเขียว และผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ เช่น ฝรั่ง กีวี

  • ลดหวาน มัน ทอด หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม ขนมหวาน ข้าวขาว และของทอด เพราะน้ำตาลและไขมันทรานส์เป็นตัวการหลัก

    • กินช้า ๆ การกินเร็วเกินไปเพิ่มความเสี่ยงไขมันพอกตับ
    • อาหารดีต่อตับ กาแฟดำ (ไม่ใส่น้ำตาล) ชาเขียว และอาหารที่มีโอเมกา-3 เช่น ปลาแซลมอน ช่วยลดไขมันในตับ
  • ลดน้ำหนัก ร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัวช่วยลดไขมันในตับได้ชัดเจน ทำช้า ๆ อย่าหักโหม

  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 45 นาที 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือโยคะ เน้นเผาผลาญไขมันหน้าท้อง

  • เลิกแอลกอฮอล์ ผู้ชายดื่มไม่เกิน 2-3 แก้ว/วัน ผู้หญิง 1-2 แก้ว/วัน หรือเลิกเลยยิ่งดี

  • นอนให้เป็นเวลา 7-8 ชั่วโมง/คืน และหลีกเลี่ยงกินดึกเพื่อให้ตับได้พัก

  • หลีกเลี่ยงยาไม่จำเป็น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาหรืออาหารเสริม

ภาพประกอบข่าว
  • ภาพประกอบข่าว

ในบางกรณี แพทย์อาจให้ยาควบคุมเบาหวานหรือไขมันในเลือด แต่ไม่มียายี่ห้อใดรักษาไขมันพอกตับโดยตรง การปรับพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญ

เคล็ดลับจากนักโภชนาการ ให้ข้อมูลว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงไขมันพอกตับ ลองทำเมนูสุขภาพ เช่น สลัดอกไก่ย่างกับน้ำมันมะกอก, ข้าวกล้องผัดผัก, ปลานึ่งสมุนไพร, ถั่วอัลมอนด์อบ (ไม่ใส่เกลือ) หรือผลไม้สด

ไขมันพอกตับอาจดูไม่ร้ายแรง แต่ถ้าปล่อยไว้อาจนำไปสู่ ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ ซึ่งรักษายากและค่าใช้จ่ายสูง การดูแลตับตั้งแต่วันนี้เหมือนลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว ไม่วาคุณจะอายุ 20 หรือ 60 การเปลี่ยนเล็ก ๆ เช่น ลดน้ำหวาน หรือเดินวันละ 30 นาที สามารถเปลี่ยนตับพังให้เป็นตับปังได้

ที่มา : โรงพยาบาลศิครินทร์, สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลรามาธิบดี, Eatwellconcept.com

อ่านข่าวอื่น :

ประเมิน "กองทัพเรือกัมพูชา" อยู่ตรงไหนในอาเซียน ?

กลุ่ม คปท.แสดงออกเชิงสัญลักษณ์หน้าสถานทูตฯ กัมพูชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

โหราศาสตร์ กับข้อห้าม แต่งงานวันพุธ-เผาผีวันศุกร์-ขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์

ศิลปวัฒนธรรม

“แซ่" นามสกุลของคนจีนมีที่มาจากไหน “แซ่” บอกอะไร

ศิลปวัฒนธรรม

21 มกราคม 1793 ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16

ศิลปวัฒนธรรม

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพุธที่ 21 ม.ค. 69

PostToday

ชุดน้ำชายามบ่ายสตรอว์เบอร์รี "อะมะโอ" ต้อนรับฤดูกาลแห่งความสดใส ที่ อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง

Manager Online

ฉลองวาเลนไทน์และตรุษจีน เติมเต็มกุมภาพันธ์นี้ ที่ ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, ในยาง บีช

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...