โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้แกว่งกรอบ 32.35-33.00 บาท/ดอลลาร์

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.51 น. • The Bangkok Insight

BAY คาดเงินบาทสัปดาห์นี้แกว่งกรอบ 32.35-33.00 บาท/ดอลลาร์ ลุ้นข้อมูลจ้างงานสหรัฐ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (BAY) เผยมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-33.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.60 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 32.33-33.05 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือน จากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น ก่อนที่เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่า

เงินบาทสัปดาห์นี้

เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยดัชนีดอลลาร์แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และราคาพลังงานคลายตัวลง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศว่าอิหร่าน และอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ด้านประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อสภาว่าเฟดไม่รีบที่จะปรับลดดอกเบี้ย และกำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่มีต่อเงินเฟ้อ ขณะที่สื่อรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพิจารณาประกาศราย ชื่อประธานเฟดคนใหม่เร็วขึ้น ท่ามกลางการปรับมุมมองของตลาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลภาคบริการ และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนของสหรัฐ ซึ่งจะมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ ท่ามกลางความคาดหวังด้านดอกเบี้ยซึ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยหากตัวเลขอ่อนแอกว่าคาด จะทำให้ตลาดมองว่ามีโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้ และจะกดดันค่าเงินดอลลาร์ต่อเนื่อง หลังจากประธานเฟด เปิดช่องไว้สำหรับการลดดอกเบี้ยได้เร็วขึ้นถ้าเงินเฟ้ออยู่ภายใต้ความควบคุม และตลาดแรงงานอ่อนแอลง อีกทั้งเริ่มมีเจ้าหน้าที่เฟดบางราย กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะลดดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับการส่งสัญญาณด้านนโยบายจากธนาคารกลางหลักหลายแห่ง ในงานสัมมนาประจำปีที่จัดขึ้น โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB)

เงินบาทสัปดาห์นี้

ส่วนปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่า GDP ปี 2568 จะเติบโต 2.3% จากเดิมคาดไว้ที่ 2.0% แต่จะแผ่วลงเป็น 1.7% ในปี 2569 บนสมมติฐานว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้กับไทย 18% เรามองว่าการคงดอกเบี้ยสะท้อนความต้องการรักษาพื้นที่นโยบายที่จำกัด โดย กนง.อาจตัดสินใจลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้เพื่อประคองเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะเสียแรงส่งในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ภาคส่งออกเผชิญแรงกดดัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...