“จีน” ยืนยันจุดยืนอีกครั้ง ย้ำสหรัฐควรยกเลิกภาษีฝ่ายเดียวต่อจีน ก่อนเปิดฉากเจรจาการค้า
"จีน" ยืนยันจุดยืนอีกครั้ง ย้ำสหรัฐควรยกเลิกภาษีฝ่ายเดียวต่อจีน ก่อนเปิดฉากเจรจาการค้าสุดสัปดาห์นี้ ด้านทรัมป์ยังยืนกรานไม่ลดภาษีนำเข้า 145%
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนยืนยันจุดยืนอีกครั้ง เรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกมาตรการภาษีฝ่ายเดียวต่อจีน โดยระบุว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเริ่มต้นเจรจาอย่างจริงจัง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก
นายเหอ ย่าตง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 8 พ.ค.68 ว่า “สหรัฐควรแสดงความจริงใจในการเจรจา และเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขสิ่งที่ทำผิด รวมถึงยกเลิกมาตรการภาษีฝ่ายเดียว”
คำกล่าวนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่าเขาจะไม่ลดภาษีนำเข้าต่อจีน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 145% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ เพื่อแลกกับการเริ่มการเจรจาที่มีสาระมากขึ้นกับจีน โดยทั้งสองฝ่ายต่างแสดงจุดยืนแข็งกร้าวเพื่อเสริมสร้างอำนาจต่อรอง ก่อนที่การเจรจารอบแรกจะเริ่มต้นในสุดสัปดาห์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะมีฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรั และ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ พบหารือกับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน
ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวว่าเขาอาจพิจารณาลดภาษีต่อจีนในอนาคต แต่จุดยืนล่าสุดสะท้อนถึง ช่องว่างที่ลึกมากระหว่างสหรัฐกับจีนในประเด็นการค้า และอุปสรรคสำคัญในการบรรลุข้อตกลงลดภาษี
อย่างไรก็ตามการประกาศเริ่มต้นเจรจาอย่างเป็นทางการก็ช่วยสร้างความหวังว่าทั้งสองประเทศอาจหาทางคลี่คลายข้อพิพาทได้ ก่อนที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะลุกลาม ทั้งสองประเทศต่างเผชิญแรงกดดันภายในประเทศให้เร่งหาข้อตกลง ฝั่งสหรัฐ เศรษฐกิจหดตัวในไตรมาสแรกของปี 2568 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 จากการเร่งนำเข้าสินค้าก่อนภาษีใหม่มีผล และการบริโภคที่ชะลอลง ขณะที่จีนก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) อย่างเป็นทางการล่าสุด สะท้อนกิจกรรมในโรงงานเข้าสู่ภาวะหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ธันวาคม 2023
นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “ในหลักการ จีนจะไม่เปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตน และจะไม่เปลี่ยนจุดยืนในการธำรงความยุติธรรมระหว่างประเทศ”
อ้างอิง : bloomberg.com