โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮุน เซน เรียกร้องไทยใช้แนวทาง วิน-วิน แก้ปัญหาทวิภาคีกับกัมพูชา

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 06.49 น.

28 มิถุนายน 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เรียกร้องให้ประเทศไทยและกัมพูชาหันมาใช้แนวทางแบบ “วิน-วิน” (Win-Win Approach) ในการแก้ไขปัญหาทวิภาคี เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองชาติ โดยระบุว่า การเผชิญหน้าที่ผ่านมาเป็นแนวทางที่ส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย

ระหว่างการพบปะกับสมาชิกสภาท้องถิ่นในจังหวัดพระวิหารเมื่อช่วงเช้าวันนี้ สมเด็จฮุน เซน ได้แสดงความผิดหวังต่อท่าทีของไทย พร้อมกล่าวว่า

เราควรเล่นเกมแบบวิน-วิน แต่สิ่งที่ไทยทำมาจนถึงตอนนี้กลับเป็นเกมแบบแพ้-แพ้

ฮุน เซน เรียกร้องไทยใช้แนวทาง วิน-วิน แก้ปัญหาทวิภาคีกับกัมพูชา

ผู้นำกัมพูชาระบุเพิ่มเติมว่า “ประชาชนชาวไทยไม่ใช่ศัตรูของเรา และผมเชื่อว่าคนไทยก็ต้องการให้กัมพูชาเป็นมิตรเช่นกัน การค้าและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านย่อมนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน หากเราเลือกแนวทางวิน-วิน ทุกฝ่ายก็จะได้ประโยชน์ร่วมกัน กัมพูชาอาจมีประชากรเพียง 17 ล้านคน แต่กำลังซื้อของเราก็แข็งแกร่ง”

ในประเด็นเรื่องการปิดจุดผ่านแดน สมเด็จฮุน เซน ยืนยันว่า “ฝ่ายที่ปิดจุดผ่านแดนโดยลำพัง ก็สามารถเปิดได้โดยลำพังเช่นกัน เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเจรจา”

ฮุน เซน เรียกร้องไทยใช้แนวทาง วิน-วิน แก้ปัญหาทวิภาคีกับกัมพูชา

นอกจากนี้ ประธานวุฒิสภายังกล่าวย้ำเจตนารมณ์ระยะยาวของกัมพูชาในการเปลี่ยนอดีตพื้นที่ความขัดแย้งให้กลายเป็นเขตแห่งการพัฒนา และแปลงชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านให้กลายเป็น “เขตแดนแห่งสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนา”

“กัมพูชายินดีฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศไทยด้วยแนวทางสันติ ไม่ว่าจะผ่านกลไกทวิภาคี หรือกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ” สมเด็จฮุน เซน กล่าวปิดท้าย

ฮุน เซน เรียกร้องไทยใช้แนวทาง วิน-วิน แก้ปัญหาทวิภาคีกับกัมพูชา

ที่มา: สำนักงานข่าว Agénce Kampuchea Presse (AKP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...