โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พ่อเลี้ยงทาสยาทุ่มลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบ ลงพื้น 5 ครั้ง จนเสียชีวิต ก่อนนำศพทิ้งลงแม่น้ำคำ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 06.29 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(13 พ.ค.68) พ.ต.อ.สงกรานต์ สันวงค์ ผกก.สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มอบหมายให้ พ.ต.ท.ภาสกร สุขะ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วย ว่าที่ พ.ต.ต.กันตพัฒ์ ยาท้วม สว.(สอบสวน) และผู้เกี่ยวข้อง ได้พาตัวคนร้ายในคดีฆาตกรรมลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณบ้านห้วยผึ้ง ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ท่ามกลางบรรดาญาติของผู้เสียชีวิต และชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างมารอดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ต่างรู้สึกไม่พอใจ รับไม่ได้กับพฤติกรรมของคนร้าย และมีท่าทีจะเข้ามาทำร้ายผู้ก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังเพื่อป้องกันการก่อเหตุไม่สงบ หรือทำร้ายผู้ต้องหาขณะกำลังทำแผน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น การทำแผนผ่านไปอย่างเรียบร้อยด้วยดี

การจับกุมและทำแผนดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 68 สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้รับแจ้งความว่ามีเด็กหญิงวัย 2 ขวบ หายออกจากบ้าน พื้นที่บ้านห้วยผึ้ง ม.2 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.อ.สงกรานต์ สันวงค์ ผกก.สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พ.ต.ท.ภาสกร สุขะ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.แม่ฟ้าหลวง ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.กันตพัฒ์ ยาท้วม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ฟ้าหลวง ลงพื้นที่สอบสวนเพื่อติดตามหาตัวผู้สูญหาย

จากการลงพื้นที่สืบสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่านายชำนาญ อายุ 35 ปี พ่อเลี้ยง ของ ด.ญ.วนิดา หรือ น้องยีฉิ่ง อายุ 2 ขวบ ผู้สูญหาย และเป็นสามีใหม่ของนางนามู อายุ 35 ปี มารดาของ ด.ญ.วนิดา มีพิรุธน่าสงสัย และยังได้หลบหนีออกจากบ้านไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบและช่วยกันตามหา ด.ญ.วนิดา จึงได้สืบสวนติดตาม จนพบตัวนายชำนาญในวันที่ 11 พ.ค. 68 เวลาประมาณ 15.00 น. ที่ถนนสาธารณะบ้านห้วยผึ้ง หมู่ 2 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

จากการสอบสวน นายชำนาญอ้างว่าไม่รู้เห็นว่า ด.ญ.วนิดา อายุ 2 ขวบ ลูกเลี้ยงของตน หายออกจากบ้านได้อย่างไร ขัดกับคำให้การของนางนามู มารดาของน้องยีฉิ่ง ที่ให้การว่านายชำนาญได้อุ้ม ด.ญ.วนิดา ไปในช่วงเวลากลางคืนของวันที่ 8 พ.ค. 68 ต่อเนื่องกลางดึกของวันที่ 9 พ.ค. 68 ระหว่างซักถามปากคำ ได้ตรวจสารเสพติดในร่างกายของนายชำนาญ พบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนและมอร์ฟีน จึงได้จับกุมตัวดำเนินคดีในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีน) ส่งพนักงานสอบสวน ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง ได้ทำการสืบสวน เพิ่มเติมจนมีความสงสัยว่า นายชำนาญจะได้ทำอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของ ด.ญ.วนิดา

จนกระทั่ง วันที่ 12 พ.ค. 68 เวลาประมาณ 16.00 น. นายชำนาญได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.แม่ฟ้าหลวง ว่าวันที่ 8 มี.ค. 68 เวลาประมาณ 22.00 น. นายชำนาญได้อุ้ม ด.ญ.วนิดา จากห้องเก็บของ เข้าไปในบ้าน หมู่ 2 จากนั้นได้โยน ด.ญ.วนิดา ลงพื้น จำนวน 5 ครั้ง จนกระทั่งเสียชีวิต จากนั้นได้นำศพ ด.ญ.วนิดา ใส่กระสอบ แล้วใช้รถจักรยานยนต์ขับออกจากบ้านโดยวางศพ ด.ญ.วนิดา ไว้ตรงที่พักเท้าของรถจักรยานยนต์ ก่อนจะขับไปจอดบริเวณสะพานข้ามลำน้ำคำ บ้านสามัคคีเก่า หมู่ 11 ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 5 กม. แล้วจอดรถ จากนั้นได้อุ้มศพนำไปทิ้งลงลำน้ำคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายชำนาญไปชี้จุดที่ทิ้งศพ แล้วช่วยกันตามหา ปรากฏว่าพบศพ ด.ญ.วนิดา อยู่ในลำน้ำคำ ห่างจากจุดที่นายชำนาญทิ้งศพประมาณ 500 เมตร

จากการสอบสวนทราบว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านของพี่สาวของนายชำนาญ และยกห้องให้น้องชายอาศัยอยู่กับภรรยา 1 ห้อง ส่วนพี่สาวไปอยู่ อ.แม่สาย นานๆทีจะกลับมาที่บ้านสักครั้ง ที่ผ่านมานายชำนาญซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงรับว่าเคยทำร้ายลูกเลี้ยงบ้าง โดยนายชำนาญและนางนามูมีพฤติกรรมเสพสารเสพติดร่วมกันเป็นประจำ และขณะก่อเหตุอยู่ในอาการเมายา ไม่ได้มีปากเสียงกับแม่ของเด็กมาก่อน คาดว่านายชำนาญจะพลังมือทำร้ายลูกเลี้ยงที่ร้องไห้เสียงดังจนเสียชีวิตในขณะเมายา ทางพนักงานสอบสวน และแพทย์ประจำโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ได้ชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย และได้ควบคุมตัวนายชำนาญเพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น และปิดบังการตาย โดยการ ซ่อนเร้น ย้าย ทำลาย เพื่อปิดบัง การตาย เหตุที่ทำให้ตาย”

นางนาตยา แซ่ซัว ผช.ผญบ.บ้านห้วยผึ้ง กล่าวว่า นายชำนาญและนางนามูแม่ของเด็ก มาอยู่ด้วยกันได้ประมาณ 6 เดือนกว่า เท่าที่ทราบทั้งคู่มีพฤติกรรมชอบเสพยาเสพติด โดยจะมีน้องยีฉิ่ง วัย 2 ขวบ ซึ่งเป็นลูกติดฝั่งแม่อาศัยอยู่ด้วยกัน น้องยีฉิ่งเป็นเด็กน่ารัก และค่อนข้างอาภัพตั้งแต่เกิด เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ แถมก่อนหน้านี้ไม่นานทราบมาว่าขาของน้องโดนท่อมอเตอร์ไซค์นาบ ทำให้ช่วงนี้น้องเดินไม่ได้ ไปไหนมาไหนต้องมีคนพาไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา นายชำนาญ (คนก่อเหตุ) ได้มาหาผู้นำชุมชน บอกว่าลูกเลี้ยงหายตัวออกจากบ้าน

โดยก่อนมาหาผู้นำทราบมาว่าเขาได้ไปถามหาลูกเลี้ยงกับพี่ชายที่นอนเฝ้าสวนยาง เมื่อไม่เจอก็เลยมาแจ้งทางผู้นำ หลังรับแจ้งทางผู้นำชุมชน จึงระดมกำลังทั้ง ชรบ. อปพร. ญาติๆ และชาวบ้านที่ทราบเรื่องช่วยกันตามหามาตลอด ซึ่งพวกตนคิดว่าจะต้องมีคนพาเด็กไป เพราะเด็กเดินไปเองไม่ได้ จนมาถึงวันที่ 10 พ.ค. แม่ของเด็กมาหาผู้นำ บอกว่าอยากจะแจ้งความเด็กหาย ส่วนพ่อเลี้ยงทราบว่าหนีไปที่ อ.แม่สาย เราก็พยายามติดต่อผ่านพี่สาวของเขาบอกเขาว่า หากเราไม่ได้ทำผิด ไม่ได้เอาเด็กไป ก็ไม่ต้องกลัว แต่ต้องกลับมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนนายชำนาญเดินทางกลับมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตู้ยามเทอดไทก็ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนทั้งฝ่ายพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็ก และเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ทางชุมชนได้รับแจ้งว่าน้องถูกทำร้ายเสียชีวิตไปแล้ว โดยศพถูกนำไปทิ้งที่แม่น้ำคำ จึงพากันไปตามหาศพตามจุดที่คนร้ายบอกว่านำศพไปทิ้ง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 10 กม. และไปพบศพห่างจากจุดทิ้งศพไปประมาณ 500 ม. โดยพ่อแท้ๆ ของน้องเป็นผู้พบศพเป็นคนแรก

"ที่ผ่านมา ตนไม่เคยได้ยินว่าพ่อเลี้ยงเคยทำร้ายน้องมาก่อน แต่ทราบว่ามีพฤติกรรมเสพยา ไม่มีประวัติก่อเรื่องในชุมชน จนมาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ส่วนแม่ของเด็กเท่าที่ทราบจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ตอนเกิดเหตุแม่ของเด็กนอนอยู่ที่ด้านนอกห้อง ไม่ได้นอนกับเด็ก จึงไม่รู้เรื่องขณะที่นายชำนาญก่อเหตุ" ผช.ผญบ.บ้านห้วยผึ้ง กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...