โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

8 เช็กลิสต์ สำรวจชีวิต ถึงเวลาต้องเปลี่ยนงานหรือยัง?

Mission To The Moon

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

คนทำงานส่วนใหญ่มักเคยเผชิญช่วงเวลาที่ไม่มีความสุขกับงาน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น ทำงานมาหลายปีแต่ไม่เติบโต เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เจ้านายไม่แฟร์ เงินเดือนเหมือนเงินทอน หรืองานน่าเบื่อ สารพัดปัญหาที่คนทำงานเคยเจอ อาจทำให้เรามีความคิด ‘อยากลาออก’ ขึ้นมาในตอนเช้าหรือตอนที่นั่งรถไปทำงาน
.
แต่บางครั้งการตัดสินใจลาออกอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกเคว้งคว้างและหลงทางมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ลาออกเพราะรู้สึกว่าปัญหาที่ทำงานเดิมรุนแรงจนไม่อยากทนอีกต่อไป แต่ก็ยังไม่มีทางเลือกอื่นเตรียมไว้ในชีวิต
.
ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจลาออกหรือเปลี่ยนสายงาน เราควรที่จะหยุดคิดสักนิด และพิจารณาสิ่งเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน
.
.
สิ่งที่ทำให้คนทำงานอยาก ‘ลาออก’
.
คนทำงานบางคนอาจจะกำลังรอช่วงเวลาที่สบโอกาสที่สุดในการเริ่มต้นใหม่กับสังคมใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่หรือ ‘งานใหม่’ โดยแต่ละคนก็อาจจะมีเหตุผลหรือแรงจูงใจที่แตกต่างกันออกไป เช่น อยากเปลี่ยนสายงาน อยากเพิ่มฐานเงินเดือน หรืออยากมี Work-life Balance เป็นต้น
.
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหตุผลของการลาออกจะเป็นอะไร แต่คนทำงานจำนวนไม่น้อยอยากลาออกเพราะ ‘ปัญหา’ ในที่ทำงานเริ่มบั่นทอนสุขภาพกายหรือสุขภาพใจจนทนไม่ไหว
.
โดยข้อมูลสถิติการลาออกของแรงงานในประเทศไทย ที่สำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 คนไทยลาออกจากงาน 57% ซึ่ง JobsDB ก็ได้แบ่งปันเหตุผลที่ทำให้คนลาออกจากงาน ตามที่สรุปจากหนังสือเรื่อง The 7 Hidden Reasons Employees Leave เอาไว้ดังนี้
.
1. งานหรือสภาพแวดล้อมที่ทำงานไม่เป็นไปอย่างที่พนักงานคาดหวัง
2. พนักงานไม่ได้ทำงานที่ตรงกับศักยภาพของตัวเอง
3. พนักงานไม่ได้รับการสอนงานอย่างถูกต้องเหมาะสม
4. พนักงานรู้สึกว่าไม่มีโอกาสก้าวหน้าทางอาชีพ
5. พนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับ และไม่มีคุณค่าต่อองค์กร
6. ปริมาณงานที่มากเกินไปทำให้พนักงานเกิดความเครียดและขาด Work-life Balance
7. พนักงานสูญเสียความเชื่อใจและความเชื่อมั่นในองค์กร รวมถึงตัวผู้บริหาร
.
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการย้ายงานบ่อยๆ (Job Hopping) จะไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับคนทำงานยุคใหม่ แต่คนส่วนใหญ่ที่ลาออก หรือตัดสินใจย้ายงานด้วยสาเหตุเพราะไม่อยากทนกับปัญหาท็อกซิกในที่ทำงานก็อาจจะเร่งรีบตัดสินใจจนไม่ทันได้วางแผนล่วงหน้าให้ดี
.
บวกกับตลาดแรงงานตอนนี้ก็ค่อนข้างท้าทายสำหรับคนทำงานไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่เพิ่งเข้าสู่วัยทำงานอย่าง Gen Z เนื่องจากงานหาได้ยากขึ้น เศรษฐกิจก็ค่อยๆ ย่ำแย่ตั้งแต่เริ่มงานแรกในชีวิต ทำให้บางครั้งทางเลือกที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันอาจทำให้คนที่กำลังมองหางานใหม่รู้สึกสับสนและไม่กล้าตัดสินใจ
.
ซึ่งปัญหาเรื่องงานที่หนักข้อมากขึ้นทุกวัน และความไม่มั่นคงของสถานการณ์ตลาดแรงงานอาจสร้างความกังวลให้กับคนที่อยากลาออก และในบางครั้งก็อาจจะเกิดคำถามกับตัวเองมากมาย เช่น ผิดที่งานหรือผิดที่เราไม่เก่งพอ? ลาออกเลยหรือควรรอต่อไปจนกว่าจะมั่นใจจริงๆ?
.
แต่คำถามสำคัญข้อถัดมาก็คือ “แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะลุยต่อหรือลาออกดี?”
.
.
8 คำถามสำรวจใจคนทำงานว่าเราควร ‘ไปต่อกับงานเดิม’ หรือควร ‘เริ่มต้นใหม่กับงานใหม่’?
.
เป็นธรรมดาที่คนทำงานมักจะเผชิญกับความทุกข์ หรือรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่สอดคล้องกับความทุ่มเทลงทุนลงแรงของเรา และเมื่อความรู้สึกนี้ก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้คนส่วนใหญ่มองหาทางเลือกอื่นๆ ที่น่าจะสร้างโอกาสดีๆ ให้กับเราได้มากกว่า ซึ่งก็คือ ‘การลาออก’ นั่นเอง
.
อย่างไรก็ดี Cynthia Pong ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Don’t Stay in Your Lane: The Career Change Guide for Women of Color” กลับมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตอย่างการลาออก หรือการย้ายงานอาจสร้างความสับสนให้กับใครหลายคนมากกว่าเดิม
.
ดังนั้น ก่อนที่กระโดดออกจากงานเดิม เพื่อก้าวไปหาโอกาสใหม่โดยที่เราเองก็ยังไม่แน่ใจกับตัวเลือกนั้น ลองพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอย่างถี่ถ้วนด้วย 8 คำถามจาก Cynthia Pong เพื่อสำรวจเป้าหมายและชีวิตในปัจจุบันของเราก่อนดีกว่า
.
.
[ ] อะไรคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้?
.
งานเป็นส่วนหนึ่งของเรา และยังเชื่อมโยงกับด้านอื่นๆ ในชีวิตของเราด้วย ดังนั้นคุณค่าที่เราให้ความสำคัญกับชีวิตโดยรวม เช่น การก้าวหน้าในอาชีพ ความมั่นคงทางการเงิน ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน หรือการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำงาน จึงเป็นเข็มทิศให้กับชีวิตการทำงานของเราได้
.
.
[ ] มีอะไรบ้างที่กำลังไปได้ดี?
.
ถึงจะมีปัญหาเรื่องงานมากมายรุมเร้า แต่ก็อาจมีบางอย่างที่กำลังดำเนินไปด้วยดี เช่น เพื่อนร่วมงานที่สนับสนุนกัน มีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น หรือเป็นงานที่เราสามารถใช้ทักษะ และแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และการโฟกัสกับเรื่องดีนี้อาจทำให้เรารับรู้ได้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันอาจจะดีกว่าที่เรากังวลอยู่ก็ได้
.
.
[ ] มีอะไรบ้างที่ติดขัด และเป็นปัญหาในช่วงนี้?
.
คำถามนี้จะชวนให้เราพิจารณาปัญหาเรื่องงานที่กำลังเผชิญอยู่ เช่น ปัญหาอยู่ที่ตัวงาน ตัวคน หรือตัวองค์กรกันแน่ การระบุอย่างชัดเจนจะช่วยให้เราคิดหากลยุทธ์ในการรับมือได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเราจะแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร
.
.
[ ] ลางสังหรณ์ของเรากำลังบอกอะไร?
.
บางครั้งลางสังหรณ์ก็ช่วยชีวิตใครหลายคนเอาไว้ ลองใช้จินตนาการของเราในการเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ แล้วพิจารณาว่าตัวเลือกไหนที่ทำให้เรารู้สึกโล่งใจ? ตัวเลือกไหนสร้างความกังวล? หรือตัวเลือกไหนทำให้เราตื่นเต้นและมีไฟขึ้นมาได้?
.
การใส่ใจกับปฏิกิริยาทางร่างกายและอารมณ์กับตัวเลือกแต่ละอย่างอาจทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วเรารู้สึกปลอดภัยและมั่นคงกับทางเลือกไหน
.
.
[ ] เราคิดถึงการลาออกบ่อยแค่ไหนในสัปดาห์ที่ผ่านมา?
.
ความหงุดหงิดเป็นครั้งคราวถือเป็นเรื่องปกติในทุกงาน แต่ถ้าเรามีอารมณ์ลบๆ เช่น ความหงุดหงิด ความเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความเหนื่อยล้า มีสุขภาพแย่ลง หรือคิดถึงการลาออกอยู่บ่อยครั้งอาจชี้ให้เห็นถึงสัญญาณบางอย่างในจิตใจของเราเอง
.
ซึ่งถ้าก่อนหน้านั้นเราได้เคยลองเปลี่ยนบทบาท หรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น นี่ก็อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าอาจจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านั้น
.
.
[ ] เราใฝ่ฝันที่จะทำสิ่งที่แตกต่างออกไปบ้างไหม?
.
บางครั้งความชื่นชอบหรือความสนใจในสาขาและอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็อาจจะสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับเราได้ในช่วงเวลานี้ ถ้าเราเริ่มรู้สึกว่าความปรารถนาหรือแรงไฟในงานอื่นจริงจังและก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา การลองคุยกับหัวหน้าเพื่อขอเปลี่ยนบทบาท หรือเปลี่ยนสายงานก็อาจจะช่วยทำให้เรารู้สึกกระตือรือร้นกับงานมากขึ้น โดยไม่ต้องลาออกจากที่ทำงานเดิมก็ได้
.
.
[ ] คนรอบตัวแนะนำให้เราลาออกบ่อยแค่ไหน?
.
บางครั้งคนอื่นก็สามารถมองเห็นสถานการณ์ของเราได้ชัดเจนกว่าที่ตัวเราเอง หากผู้คนที่รู้จักกันดีแนะนำบ่อยมากขึ้นในช่วงนี้ว่าเราควรจะมีความสุขมากขึ้น หรือควรหาโอกาสที่ดีกว่าในเส้นทางอาชีพอื่นๆ ถึงจะเป็นมุมมองจากบุคคลที่สาม แต่ถ้าในช่วงนี้เราเองก็รู้สึกเหนื่อยล้ากับงานมากกว่าเดิม ความคิดเห็นเหล่านั้นก็คุ้มค่าที่จะเก็บมาพิจารณาเหมือนกัน
.
.
[ ] ถ้าได้เปลี่ยนงานจริงๆ ทักษะอะไรบ้างที่เราสามารถนำไปใช้ในงานใหม่ได้?
.
ประสบการณ์จากงานเดิมอาจเพิ่มพูนทักษะบางอย่างให้กับเราได้มากขึ้น ซึ่งการสำรวจตัวเองผ่านคำถามข้อนี้จะช่วยให้เราสามารถระบุจุดแข็งของตัวเอง รวมถึงความเป็นไปได้และโอกาสใหม่ๆ ที่รอเราอยู่ในอนาคต
.
คำถามข้อนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเราได้แล้ว ยังทำให้เรามองเห็นความแน่นอนของตัวเลือกแต่ละอย่างก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะลาออก หรืออยู่ต่อไปได้อย่างชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย
.
.
ทั้งนี้ ในขณะที่เรายังคงต้องเผชิญและรับมือกับช่วงเวลาที่ท้าทายในชีวิตการทำงานอยู่นี้ การลาออกหรือเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอองค์กรที่ใช่และเหมาะกับเราอย่างไร้ที่ติอาจไม่ใช่ทางออกเดียวเสมอไป และไม่ว่าองค์กรนั้นจะดีแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ต้องเจอกับปัญหาเรื่องงานอีก
.
การเผชิญหน้ากับปัญหา และคิดหากลยุทธ์เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็จริง แต่ก็ทำให้เราสามารถเพิ่มความสุขและความพึงพอใจให้กับชีวิตการทำงานได้มากเช่นกัน
.
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเราจะตัดสินใจอย่างไร หรือเลือกทางไหน แต่การได้เดินตามแนวทางอาชีพที่เราตัดสินใจด้วยตัวเอง ก็คือรูปแบบหนึ่งของการเติบโตและพัฒนาตนเองอย่างแท้จริง
.
.
อ้างอิง
- I’ve helped hundreds of people land new jobs—don’t switch careers before asking yourself 10 questions: Cynthia Pong, CNBC - https://bit.ly/44Ysq5w
- Why You Should Stop Trying To Change Career (And What To Do Instead): Careershifters - https://bit.ly/42PeyJB
- Why People Quit Their Jobs: Harvard Business Review - https://bit.ly/3GIz7yF
- ทำไมคนถึงอยากลาออกจากงาน ?: JobsDB - https://bit.ly/431jaLu
- สรุปผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือนกุมภาพันธ์ 2567: สำนักงานสถิติแห่งชาติ - https://bit.ly/3SrPF0o
.
.
#trend
#worklife
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...