โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"กัณวีร์" ประณามกัมพูชา! หนุนไทยยกระดับมาตรการตอบโต้ถึงขั้นขับทูต เตือนระวังกลลวงสู่ UNSC

สยามรัฐ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 01.21 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 01.21 น.

วันที่ 24 กรกฎาคม 68 กัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กกัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang ระบุว่า…

ผมขอประณามการยั่วยุและปฏิบัติการทางทหารของประเทศกัมพูชาที่ไร้มนุษยธรรมที่ขัดต่อข้อปฏิบัติและข้อตกลงระหว่างประเทศ และได้เอาชีวิตพี่น้องประชาชนบริเวณชายแดนเป็นตัวประกัน และเอาชีวิตผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยเป็นเดิมพันเพื่อสนองความกระหายทางการเมืองของผู้นำของประเทศกัมพูชาเท่านั้น

การที่รัฐบาบไทยใช้มาตรการระดับ 4 ตอบโต้กัมพูชาจากกรณีทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่ชายแดน เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วในการตอบโต้การกระทำของกัมพูชาในครั้งนี้ แต่ต้องระมัดระวังกลลวงของกัมพูชา สร้างเงื่อนไขสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ UNSC ด้วยครับ

แน่นอนว่าการเหยียบทุ่นระเบิดของทหารไทยทั้งที่ช่องบก เมื่อ 16 ก.ค.จนมาถึงวันนี้ที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชนี ทหารของเราบาดเจ็บสาหัส เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ หากกัมพูชานำกับระเบิดใหม่มาวางไว้จริง เป็นการละเมิดอธิปไตยไทย ละเมิดข้อตกลง MOU2543 ละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา ที่รัฐบาลไทยตอบโต้และประท้วงไปแล้วนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

รวมถึงการเพิ่มมาตรการล่าสุดในวันนี้ จากระดับ 1 ถึง ระดับ 4 ตามมาตรการทางการทูตในสนธิสัญญา Vienna Convention 1961 ที่ให้อำนาจรัฐประกาศได้ทันที ซึ่งมี 6 มาตรการจากเบาไปหาหนัก คือ

ระดับที่ 1 ด้วยการประท้วง ไม่ว่าจะเป็นการส่งหนังสือหรือแถลงการณ์ประท้วง

ระดับที่ 2 การเรียกทูตคู่กรณีเข้าพบ ซึ่งมีการเรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มารับหนังสือประท้วงจากปัญหาทุ่นระเบิดไปแล้ว

ระดับที่ 3 เรียกทูตกลับประเทศ ซึ่งเป็นการลดระดับทางการทูตและแสดงจุดยืนทางการเมือง ซึ่งกรณีนี้รัฐบาลได้เรียกเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับไทยแล้ว

และระดับ 4 ขับทูตประเทศคู่กรณี เป็นการไม่ยอมรับสถานะทางการทูต ซึ่งกรณีนี้ มีการขับทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยให้กลับกัมพูชาแล้ว

แต่ยังไม่ถึงระดับ 5-6 ที่ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ที่ลดจากเอกอัครราชทูตเหลืออุปทูต และตัดความสัมพันธ์ทางการทูต ด้วยการปิดสถานทูต และถอนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด

สถานการณ์ไทยกัมพูชาเดินมาถึงระดับ 4 แล้ว เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องดำเนินการ แต่ต้องระมัดระวังสถานการณ์ชายแดนไม่ได้เดินเข้าสู่กลลวงของกัมพูชา เพื่อสร้างเงื่อนไขนำกรณีพิพาทกับไทยไปสู่ UNSC แม้กรณีการวางทุ่นระเบิดใหม่ ดังนั้นข้อพิสูจน์ของไทยในเรื่องนี้และตอบสนองให้ประชาคมโลกรับทราบโดยเร็วจะทำให้กัมพูชาหมดความชอบธรรมต่อการช่วงชิงปมข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างแน่นอน

การสร้างสถานการณ์ยั่วยุของฝั่งกัมพูชาทั้งทางสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ จนถึงการเผชิญหน้าทางการทหาร เป็นเกมของทางกัมพูชา ที่ให้ไทยเปิดปฏิบัติการทางการทหารอย่างเต็มรูปแบบ แผนจักรพงษ์ภูวนาท ที่เปิดใช้โดยกองทัพบก คือแผนตอบสนองทางทหารแบบเผชิญหน้าที่เราได้มีไว้ เพื่อตอบโต้ทางการทหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เราจึงเห็นได้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์การยั่วยุครั้งนี้ของไทย เป็นสิ่งที่เป็นไปตามรูปแบบสากลและการยกระดับจากเบาไปหาหนักตามสถานการณ์ที่ถูกสร้างโดยฝ่ายเดียวของกัมพูชา

ประชาคมโลกต้องร่วมวิจารณ์พิจารณาลดระดับความสัมพันธ์กับกัมพูชาในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งกดดันการกระทำที่ย่ำยีการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในเวทีโลกอย่างไร้มนุษยธรรม ผมมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการทางการทูตอย่างเฉียบคม เพื่อบอกประชาคมโลกถึงการกระทำที่หักล้างสันติภาพโลกเพียงแค่การกระหายการคงอยู่ทางการเมืองของกัมพูชาเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...