โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MTS Gold แม่ทองสุกแนะ ราคาทองย่อตัว จังหวะเข้าซื้อ ชี้แนวโน้มยังขาขึ้น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 19.16 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 02.16 น.

เศรษฐกิจไทยปี 2568 ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในการลงทุน

ทำให้การปรับตัวของนักลงทุนต้องพิจารณาการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น การลงทุนในทองคำ การพัฒนาตลาดการเงินที่ยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจที่สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินในอนาคต

การมองไปข้างหน้าด้วยการพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของตลาดทองคำและการปรับตัวของดอลลาร์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการลงทุนในปี 2568 โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยากจะคาดเดา

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุกเปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทาย ซึ่งจากประมาณการณ์ของสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปีนี้จะอยู่ที่ 1.8% ซึ่งไตรมาสแรกขยายตัวไปแล้ว 3.1% ดังนั้นภาพรวมของไตรมาสที่เหลือจะชะลอตัวลงมาก จนถึงระดับต่ำช่วง 1%ต้นๆ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ยังปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจโลกว่า จะขยายตัวลดลงเหลือ 3.1% ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนๆ รวมถึงเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเองด้วย ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้บริโภครายใหญ่และเผชิญกับปัญหาการขาดดุลการค้ามาโดยตลอดในช่วง 30-40 ปี

ทำให้รัฐบาลต้องปรับการบริหารการเงินอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตั้งกำแพงภาษีเพื่อเพิ่มรายได้จากภาษี ซึ่งทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกและเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับภาวะที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯที่สูง ส่งผลให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ทะยานสูงขึ้นที่ระดับ 36 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 20%ของจีดีพี ขณะที่รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์เองไม่ยอมตัดลดงบประมาณลง โดยประมาณการว่าเมื่อจบรัฐบาลทรัมป์ จะทำให้หนี้สาธารณะสูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทำให้ความเชื่อมั่นในพันธบัตรสหรัฐฯลดลง เพราะผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวจะลดลง จึงเกิดการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐออกมา โดยเฉพาะจากธนาคารกลาง

สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ(Yield Curve) ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 30ปี ขึ้นมาที่ 5% ไม่เคยสูงขนาดนี้มาก่อน อายุ 10ปี yield อยู่ที่ 4.5% ทำให้เกิดคำถามว่า พันธบัตรที่จะออกใหม่ เพื่อคืนหนี้เดิมที่จะหมดอายุจะมีใครที่จะกล้าลงทุน เพราะอัตราดอกเบี้ยอาจจะแค่ 1% หรือ 0.5%เท่านั้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์เสื่อมค่าลง

“การลดลงของค่าเงินดอลลาร์เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการเงินของรัฐบาลทรัมป์ที่ส่งผลให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น และการใช้นโยบายการเงินที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง”

ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยเผชิญกับความไม่แน่นอน การลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างทองคำกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น นักลงทุนหันมาให้ความสนใจทองคำมากขึ้น เนื่องจากความด้อยเสน่ห์ของสกุลเงินดอลลาร์ที่เคยเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในอดีต ลดลงอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกลางที่เคยให้น้ำหนักทองคำในทุนสำรองประมาณ 2% ก็หันมาเพิ่มขึ้น ธนาคารกลางของทุกประเทศในโลก ให้น้ำหนักทองคำประมาณ 2-3%

จีนซึ่งถือว่า เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจโลก มีการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจีนอนุมัติให้กองทุนที่เกี่ยวข้องกับประกันชีวิตระยะยาวสามารถลงทุนในทองคำได้ ซึ่งเป็นการขยายการลงทุนในทองคำที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศนี้ การที่จีนเริ่มลงทุนในทองคำมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความสำคัญในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย

“เมื่อดีมานด์มีมากขึ้น ขณะที่ซัพพลายทองคำเท่าเดิม ราคาทองคำในปีนี้จึงปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงสองเดือนแรกของปี ราคาทองคำเพิ่มขึ้นถึง 30% ไปทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำในประเทศ ราคาก็ทำสถิติสูงสุดที่ 55,000 บาท”นพ.กฤชรัตน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำที่ย่อตัวลงในขณะนี้ประมาณ 3% ทำให้เกิดคำถามว่า จะทำให้นักลงทุนที่เคยซื้อในช่วงสูงสุดนั้นจะติดดอยหรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว ราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นต่อ เพียงแต่ระยะสั้นอาจจะเหวี่ยงตัวขึ้นลงบ้าง เพราะรับข่าวไปมากแล้ว

แต่สิ่งที่มองคือ ภาษีทรัมป์ ไม่ว่าจะคุยกันได้ดีแค่ไหน ในที่สุดโลกต้องแบ่งเป็น 2 ขั้วคือ จีนกับสหรัฐอเมริกา เมื่อโลกแบ่งเป็น 2 ขั้ว การโอนเงินระหว่างประเทศก็ต้องแบ่งเป็น 2 ขั่้วด้วย แต่สินทรัพย์เดียวที่จะนำมาค้ำประกันได้คือ ทองคำ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางทั่วโลกให้การยอมรับ

“ภาพรวมของธนาคารกลางทั่วโลก ส่วนใหญ่มีเงินดอลลาร์ บอนด์ สํารองอยู่ในคลัง 40-60% แค่ลดการสำรองตรงนี้ลง 5-10% มาถือทองคํา ราคาก็ขึ้นเยอะแล้ว ดังนั้นโอกาสที่ทองคําจะขึ้นต่อยังมี อาจเป็นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า การเข้าซื้อช่วงราคาย่อลงจึงเป็นจังหวะที่เหมาะ”นพ.กฤชรัตน์กล่าว

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,105 วันที่ 15 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...