โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา สะเทือนเศรษฐกิจ จับตาดึงแรงงานกลับ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 00.02 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น.

สถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นผลมาจากการปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา บริเวณ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. 68 กลายเป็นข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา และยังไม่มีท่าที่ทีจะยุติลงในเร็ววันนี้

โดยฝ่ายกัมพูชาเสนอให้นำข้อพิพาทเรื่องชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice - ICJ) หรือศาลโลก ขณะที่ไทยต้องไม่ต้องการไปศาลโลกแต่ต้องการให้ใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมระหว่างกัมพูชา-ไทย (JBC) ในการแก้ปัญหา

ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ทางฝ่ายไทยใช้มาตรการตอบโต้กัมพูชาในเบื้องต้นด้วยการออกมาตรการล่าสุดฝ่ายไทยได้มีออกมาตรการเปิด-ปิดด่านชายแดนชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563–2567) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีด่านชายแดนสำคัญที่เป็นจุดผ่านการค้าหลักระหว่างสองประเทศ โดยแต่ละปีมีมูลค่าการค้าเกือบ 2 แสนล้านบาท

สำหรับปี 2567 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มีการค้ารวม 175,530 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 141,846 ล้านบาท การนำเข้ามูลค่า 32,684 ล้านบาท ได้ดุลการค้า 109,163 ล้านบาท

โดยสินค้าส่งออกสำคัญ คือ เครื่องดื่ม ส่วนประกอบรถยนต์/จักรยานยนต์, เครื่องยนต์, เครื่องจักรกลเกษตรคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง, เศษโลหะ (อลูมิเนียม, ทองแดง), ลวดสายไฟ ฯลฯ สินค้าเหล่านี้สำคัญต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องในไทย เช่น อาหารสัตว์, รีไซเคิล, อิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้จุดผ่านแดนไทย - กัมพูชา มีทั้งหมด 18 แห่ง ใน 7 จังหวัด คือ จังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี แบ่งเป็น จุดผ่านแดนถาวร 8 แห่ง จุดผ่อนปรนการค้า 9 แห่ง และจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว 1 แห่ง

ปัจจุบัน เปิดทำการอยู่ 16 แห่ง และปิดทำการ 2 แห่ง คือ 1. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหมื่นด่าน(จ.ตราด) และ 2. จุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร (จ.ศรีสะเกษ) ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อ การค้าด้านชายแดนไทย - กัมพูชา

"สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่กระทบต่อการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย - กัมพูชา "กรมการค้าต่างประเทศ ระบุ

อย่างไรก็ตามด่านที่สำคัญในการค้าชายแดนและผ่านแดนมี 3 แห่ง (ข้อมูลปี 2567 ) ได้แก่ 1.ด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว มูลค่าการค้า 110,718 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน63.4%

2.ด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด มูลค่าการค้า 29,289 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16.8%

3.ด่านศุลกากรจันทบุรี จ.จันทบุรี มูลค่าการค้า 26,621 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15.3%

ดังนั้น หากมีการปิดจุดผ่านแดนทั้ง 3 จังหวัด จะกระทบมูลค่าการค้าชายแดนไทย – กัมพูชามากกว่า 95.5% และหากรวมด่าน ช่องจอม จ.สุรินทร์ มูลค่า 6,084 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.5% ด่าน ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ มูลค่า 1,818 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.0% จะมีมูลค่ารวม 174,530 ล้านบาทและหากลากยาวออกไป 3 เดือนธุรกิจรายย่อยข้ามแดน ตลาดค้าชายแดนหยุดชะงัก แต่หากยาว 3-12 เดือน กระทบเชื่อมั่นนักลงทุน

สำหรับการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาในเดือน เม.ย.ปี 68 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องมีมูลค่า 15,800 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 12,145 เพิ่ม 10.94% การนำเข้า 3,655 ล้านบาท เพิ่ม 36.28% โดยไทยได้ดุลการค้า 8,490 ล้านบาท

ขณะที่ 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.- เม.ย.)มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มีมูลค่า 64,612 ล้านบาท เป็นการส่งออก 50,225 ล้านบาท และการนำเข้า 14,387 ล้านบาท ซึ่งไทยยังได้ดุลการค้ามูลค่า 35,838 ล้านบาท

ทั้งนี้การปิดด่านอย่างถาวรหรือปิดหลายด่านนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนแล้วอาจจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อภาคธุรกิจภาคธุรกิจบริการและภาคแรงงาน เนื่องจากประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางข้ามมาฝั่งไทยเพื่อรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสถานพยาบาลและที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับแรงงานกัมพูชาที่ข้ามมาทำงานฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก

“อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี “ ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี มองการเปิด-ปิดด่าน บ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน และจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดจันทบุรี ว่า ทั้ง 2 ด่านมีความสำคัญด้านการค้าขาย เป็นการชั่วคราวประเมินว่า ถ้าเปิดด่าน 1 สัปดาห์หรือเป็นเดือนจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ากว่าพันล้านบาท

"ไม่เฉพาะแค่มูลค่าเศรษฐกิจแต่อาจจะกระทบต่อแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในล้งผลไม้จันทบุรี ทั้งการเก็บผลไม้ คัดกรอง การบรรจุกล่อง เป็นต้น ซึ่งมีจำนวนแรงงานคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80 %ของแรงงานภาคการเกษตร"

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า การปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ของรัฐบาล เป็นการปิดด่านชั่วคราวไม่ได้มีเงื่อนไขในการกีดกันการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าระหว่างกัน และการเปิดเส้นทางส่งออกสินค้าระหว่างกันยังคงดำเนินการอยู่ การค้าก็ยังเป็นปกติกระทบการส่งออกไทยเพียง 5–10 % แต่ถ้าหากปิดด่าน 100% เต็ม ก็มองว่าจะเกิดความเสียหาย ซึ่งอาจได้เห็นความเสียหายของมูลค่าทางเศรษฐกิจหลัก 10,000 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ ต้องประเมินสถานการณ์ต่อไป ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อแค่ไหน แต่ในเบื้องต้นหอการค้าไทยมองว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก ซึ่งยังไม่มีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจมหภาครุนแรง แต่จะเป็นการส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่มากกว่า

ปัจจุบันสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ยังคงมีต่อเนื่อง หากสถานการณ์ยังไม่จบในเร็ววัน เศรษฐกิจชายแดนของ 2 ประเทศได้รับผลกระทบไปเต็มๆรวมถึงความเดือนร้อนของประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็วเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...