โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพยฯ เชื่อภาษีการค้าไทย-สหรัฐ กระทบไม่แรง เหตุนักลงทุนทยอยรับรู้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 12.02 น.
ตลาดหลักทรัพยฯ เตรียมพร้อมมาตรการรับมือผลกระทบตลาดหุ้น จากความไม่แน่นอนของอัตราภาษีสหรัฐ เชื่อมาตรกาที่มีรับมือไหว และตลาดรับรู้ข้อมูลไปบ้างแล้วว่ากรณีแย่สุดหรือดีสุดจะอยู่ที่ประมาณไหน ชี้การขยายเวลาน่าจะส่งผลดีต่อไทย

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ 30 มิถุนายน 2568 ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดที่ 1,089.56 จุด ปรับลดลง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ปรับลดลง 22.2% จากปัจจัยเชิงลบเรื่องความขัดแย้งอิสราเอลกับอิหร่าน ,ความขัดแย้งชายแดนไทย- กัมพูชา และประเด็นเสถียรภาพการเมือง แต่ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยเชิงบวก จากตัวเลขการส่งออกที่เร่งสูงขึ้น และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับคาดการณ์การอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ( GDP ) ปี 2568 ขึ้นเป็น 2.3% จากเดิมคาดไว้ 1.8%

ส่วนในระยะถัดไปมองว่า ยังต้องติดตามความชัดเจนจากมาตรการภาษีการค้าไทย-สหรัฐ ที่ยังไม่แน่นอน แม้ใกล้กำหนดเส้นตายในวันที่ 9 ก.ค. 2568 นี้ ส่วนกระแสข่าวที่สหรัฐจะเลื่อนออกไป จาก 9 ก.ค. เป็น 1 ส.ค.นั้น เชื่อว่าจะส่งผลเชิงบวกกับไทย เพราะจะช่วยให้ไทยมีเวลาในการเตรียมการเจรจาได้ดีขึ้น ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยหรือบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น เบื้องต้นผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ บจ.น้อย แต่อาจต้องติดตามดูผลทางอ้อมอื่นๆ ด้วย

โดยสถานการณ์ในปัจจุบัน เชื่อว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากตลาดหรือนักลงทุนได้รับรู้ผลบวกและลบในกรณีดี กรณีฐาน และกรณีแย่ที่สุดไปแล้วว่าจะอยู่ประมาณไหน จากการจัดทำบทวิเคราะห์และมุมมองหน่วยงนาภาครัฐต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้ตลาดรับรู้ไปแล้ว แต่ตลาดหลักทรัพย์ก็จะติดตามผลการเจรจาอย่างใกล้ชิดต่อไป ซึ่งได้มีมาตรการและหลักเกณฑ์ในการดูแลตลาดที่เตรียมไว้ใช้ได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติม เพราะมาตรการที่มีน่าจะรับมือได้ เพียงแต่ก่อนจะออกมาตรการใดๆ มาบังคับใช้ ก็ขอดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน และไม่อยากให้นักลงทุนตื่นตระหนก ( Panic) จนเกินไป

ทั้งนี้ ภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนมิถุนายน 2568 ตลาดหุ้นโลกได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระยะสั้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอยู่ในช่วง 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อีกทั้งผู้ลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับความคืบหน้าของการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ หลังประกาศข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการกับเวียดนามซึ่งถือเป็นประเทศแรกใน ASEAN ที่บรรลุข้อตกลงในการลดกำแพงภาษี นอกจากปัจจัยภายนอกในเดือนมิถุนายนแล้ว

ผู้ลงทุนไทยยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังมีปัจจัยด้านการเมืองภายในประเทศที่กำลังเข้าสู่ช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง สว.ยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี และมีมติสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

ซึ่งนักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำว่าการรักษาวินัยการลงทุนและเดินหน้าตามกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง หรือ “Stay Invest” จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ลงทุนไม่พลาดโอกาสสำคัญหากดัชนีตลาดสามารถพลิกกลับขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะถัดไป อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางแผนสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในหลายมิติผ่านโครงการ “JUMP+” เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...