โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อดีตนักบินเล่าหมดเปลือก ฝึกกิน-นอนโหดแค่ไหน ก่อนขับเครื่องบินรบ B-2

Amarin TV

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.24 น.
อดีตทหารอากาศสหรัฐฯ เล่าประสบการณ์การเตรียมตัวก่อนขึ้นบินเครื่องบินรบล่องหน B-2 Spirit ซึ่งกองทัพฯ ใช้ใถล่มโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

กินโหดเพราะบินนาน จัดการตัวเองด้วย “ห้องน้ำเคมี”

“อาหารจานโปรดของผม คือแซนวิชไก่งวง ที่มีเนื้อไก่แปะอยู่บนขนมปังโฮลวีท ไม่มีชีส และรสชาติจืดชืดที่สุดในโลก” นี่คือคำบอกเล่าของ พล.ท. สตีฟ บาแชม ซึ่งเคยบินเครื่องบิน B-2 มาเป็นเวลา 9 ปี และเกษียณในปี 2024 ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำยุโรป เขากำลังเล่าถึงความเคร่งครัดในการเตรียมตัวของนักบิน B-2 ที่จะต้องควบคุมหลายเรื่อง แม้แต่อาหารที่ก็ยัง ‘โหดกว่า’ ทหารสายอื่นในกองทัพ

แซนด์วิชเนื้อไม่ติดมัน อย่างแซนด์วิชไก่งวงหรือเนื้อไก่อบ ให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ไม่หนักท้อง แน่นอนว่าขนมปังต้องเป็นโฮลวีทเท่านั้นเพื่อให้พลังงานอย่างต่อเนื่องและย่อยง่าย นักบินจะได้รับอนุญาตให้กินผลไม้บางชนิด เช่น กล้วย แอปเปิ้ล หรือผลไม้แห้งอย่าลูกเกดและแครนเบอร์รีในปริมาณที่จำกัด ส่วนอาหารต้องห้ามมีเยอะกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วต่าง ๆ บรอกโคลี กะหล่ำปลี หอมใหญ่ กระเทียม เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ ไม่ต้องพูดถึงพวกอาหารมัน ๆ ทอด ๆ อาหารรสจัดที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศ นม ชีส โยเกิร์ต ไปจนถึงน้ำอัดลม เพื่อเลี่ยงน้ำตาลและแลคโตส เสี่ยงต่ออาการท้องเสีย

ในปฏิบัติการ Midnight Hammer ถล่มโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มิ.ย. 68) มีการเปิดเผยว่านักบินต้องใช้เวลามากถึง 37 ชั่วโมงบนเครื่องบินรบล่องหน B-2 Spirit ดังนั้น การขับถ่ายบนเครื่องฯ จึงเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการควบคุมที่เหมาะสม เพราะห้องน้ำไม่ได้มีลักษณะเหมือนห้องน้ำบนเครื่องบินโดยสารทั่วไป แต่เป็น สุขภัณฑ์แบบพกพาหรือห้องน้ำเคมี (Chemical Toilet / Port-a-Potty) ขนาดเล็กที่อยู่ในส่วนท้ายของห้องนักบิน ซึ่งมีถังเก็บของเสียและน้ำยาเคมีสำหรับฆ่าเชื้อและลดกลิ่น

นอนอย่างมีวินัย หลับ-ตื่นได้ราวกดสวิชต์

การที่เครื่องบินอย่าง B-2 Spirit ถูกออกแบบมาให้สามารถบินได้โดยไม่ต้องลงจอดเป็นเวลานานหลายสิบชั่วโมง ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการนอนหลับของนักบิน และเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดที่นักบินต้องรับมือ พล.ท. สตีฟ เปิดเผยว่า “เหล่านักบิน B-2 เรียนเรื่องโภชนาการกันมาเยอะมาก ๆ เพื่อที่จะนำมาควบคุมพวกเราแต่ละคน ส่วนการนอนก็สำคัญไม่แพ้กัน พวกเราจะเรียนรู้หลัก ๆ อยู่ 2 อย่าง ก็คือ อะไรทำให้เราตื่น และอีกอันคืออะไรช่วยให้เราหลับได้”

แม้จะมีนักบิน 2 คนที่ผลัดกันบินและพักผ่อน แต่การนอนหลับในห้องนักบินที่แคบและอยู่ในท่าเอนกาย (ไม่ใช่การนอนราบเต็มที่) นั้นไม่สามารถทดแทนการนอนหลับที่มีคุณภาพได้ การงีบหลับสั้นๆ หรือ "Catnaps" (ประมาณ 20-40 นาที) อาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการการพักผ่อนของร่างกายในระยะยาว เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง นักบินจะเริ่มมีอาการอดนอนสะสม ซึ่งนำไปสู่ ความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

เพื่อบรรเทาผลกระทบเหล่านี้ นักบิน B-2 จึงต้องได้รับการฝึกฝนและมีมาตรการพิเศษ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำ Sleep Management Training เพื่อฝึกให้นักบินเข้าใจวงจรการนอนหลับของตนเอง และเทคนิคการงีบหลับที่มีประสิทธิภาพ นักบินได้รับอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างระมัดระวังเพื่อช่วยให้ตื่นตัวในช่วงที่สำคัญ แต่ไม่มากเกินไปจนรบกวนการพักผ่อน นอกจากนี้ ห้องนักบินของเครื่องบิน B-2 มีพื้นที่เล็ก ๆ ด้านหลังที่นั่ง ซึ่งนักบินสามารถนอนบนเตียงได้ เมล็ดทานตะวันช่วยให้นักบินตื่นตัวระหว่างมื้ออาหาร

เติมน้ำมันกลางอากาศ ช่วงเวลาอันตรายโดยแท้

ด้วยปีกกว้าง 172 ฟุต (52.4 เมตร) และโครงสร้างล่องหน B-2 สามารถบินได้ 6,000 ไมล์ทะเลโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง แต่ภารกิจส่วนใหญ่ จำเป็นต้องเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศหลายครั้ง เครื่องบิน B-2 Spirit ซึ่งเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน (stealth bomber) มีความสามารถในการเติมน้ำมันกลางอากาศ (Aerial Refueling หรือ Air-to-Air Refueling: AAR) เพื่อขยายพิสัยการบินและเวลาในการปฏิบัติภารกิจได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภารกิจระยะไกลที่กินเวลานานหลายสิบชั่วโมง

พล.ท. สตีฟ กล่าวว่า ช่วงเวลาที่เครื่องบินต้องเติมน้ำมันกลางอากาศ นับเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่อันตรายมากที่สุด เนื่องจาก B-2 ใช้ระบบเติมน้ำมันแบบ "Boom" (Flying Boom) ซึ่งเป็นระบบที่นิยมใช้ในกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยมีขั้นตอนคร่าว ๆ คือ จะต้องบินเข้าใกล้เครื่องบินเติมน้ำมัน (Tanker Aircraft) เช่น KC-135 Stratotanker หรือ KC-10 Extender และจัดตำแหน่งให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมและมีความเร็วที่เท่ากัน

เครื่องบินเติมน้ำมันจะมี "Boom" ซึ่งเป็นท่อแข็งที่สามารถยืดหดได้ และมีปลายท่อสำหรับจ่ายน้ำมัน นักบินที่ควบคุม Boom (Boom Operator) บนเครื่องบินเติมน้ำมันจะบังคับ Boom ให้เคลื่อนที่ไปเสียบเข้ากับช่องรับน้ำมัน (Receptacle) ที่อยู่บนส่วนบนของลำตัวเครื่องบิน B-2 และช่วงนี้เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด เพราะนักบินจะมองไม่เห็น Boom ที่ยื่นออกมา

การเติมน้ำมันกลางอากาศเป็นหนึ่งในภารกิจการบินที่ท้าทายและมีความเสี่ยงสูงที่สุดสำหรับนักบิน ไม่ใช่เฉพาะกับ B-2 เท่านั้น แต่กับเครื่องบินทุกชนิดที่ทำการเติมน้ำมันกลางอากาศ เพราะต้องอาศัยความแม่นยำสูง บางครั้งอาจมีความปั่นป่วนของกระแสอากาศ ความขัดข้องของระบบเติมน้ำมันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และความเหนื่อยล้าของนักบินเป็นอีกปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้

ย้อนภารกิจ B-2 จากภารกิจแรกสู่ภารกิจ 2025

ทั้งนี้ เครื่องบิน B-2 มูลค่า 2,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่สร้างโดยบริษัท Northrop Grumman ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการโจมตีฐานทัพนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ถูกนำมาใช้ในภารกิจสำคัญ ตั้งแต่ครั้งแรกในปี 1999 สำหรับปฏิบัติการ Allied Force (สงครามโคโซโว) โดย B-2 ได้บินตรงจากฐานทัพในรัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ไปยังโคโซโว และทิ้งระเบิดเป้าหมายของเซอร์เบีย

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เครื่องบินรบล่องหน B-2 ก็มักเข้ามามีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญ ดังนี้

  • ปฏิบัติการ Enduring Freedom (อัฟกานิสถาน) หลังเหตุการณ์ 9/11 ในปี 2001: B-2 มีบทบาทสำคัญในการโจมตีเป้าหมายของกลุ่มตอลิบันและอัลกออิดะห์ในอัฟกานิสถาน โดยมีภารกิจที่กินเวลานานถึง 44 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจการบินรบที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์
  • ปฏิบัติการ Iraqi Freedom (อิรัก) ในปี 2003: B-2 ถูกนำไปใช้ในการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิรัก โดยมีการบินทั้งจากฐานทัพในสหรัฐฯ และจากฐานทัพแนวหน้า (forward operating location)
  • ปฏิบัติการ Odyssey Dawn (ลิเบีย) ในปี 2011: B-2 ได้ทำการโจมตีเป้าหมายทางอากาศและโครงสร้างพื้นฐานของกองทัพลิเบีย เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้เขตห้ามบิน
  • การโจมตีเป้าหมายของ ISIS ในลิเบีย ปี 2017: B-2 ได้ทำการโจมตีค่ายฝึกของกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) ในลิเบีย โดยบินจากฐานทัพในสหรัฐฯ โดยตรง

ทั้งนี้ กองทัพอากาศมีแผนที่จะแทนที่ฝูงบิน B-2 และ B-1 ด้วยเครื่องบิน B-21 Raider อย่างน้อย 100 ลำในช่วงไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมระบุว่า เครื่องบิน B-2 มีต้นทุนการดำเนินงานประมาณ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับเครื่องบิน B-1 ซึ่งมีต้นทุน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ

“นักบินของเราทำให้มันดูง่าย แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ง่ายเลย” บาแชมกล่าว ภารกิจอันซับซ้อนของ B-2 ไม่สามารถทำได้ “หากไม่มีนักวางแผนจำนวนมากที่ประจำการอยู่ทั่วโลกและช่างซ่อมบำรุงที่คอยดูแลให้คุณมีเครื่องบินที่ดีอยู่เสมอ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...