โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา 'Shadow Fed Chair' ดันทองคำครึ่งปีหลังพุ่งแตะ 55,600 บาท

Khaosod

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.17 น.

ตลาดทองคำจับตาแนวคิด 'Shadow Fed Chair' ของทรัมป์ สร้างแรงกดดันทิศทางดอกเบี้ยเฟด ฮั่วเซ่งเฮง แนะนักลงทุนคว้าโอกาส ในภาวะตลาดทองคำที่กำลังผันผวน รับมือความไม่แน่นอน

วันที่ 4 ก.ค. 2568 บริษัท ห้างขายทองฮั่วเซ่งเฮง จำกัด เปิดเผยว่าราคาทองคำปรับขึ้นรับเดือนก.ค. ท่ามกลางความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย โดยตลาดเริ่มให้ความสนใจในท่าทีของ ‘Shadow Fed Chair’ หรือ ประธานเงา ธนาคารกลางสหรัฐ มากกว่านโยบายของเฟด ขณะที่นักลงทุนเฝ้าติดตามทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ มาตรการภาษีตอบโต้ และการผ่านร่างกฎหมาย ของสหรัฐ

ทั้งนี้ราคาทองโลกเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนก.ค. สะท้อนแรงซื้อจากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งมากกว่าที่เคยแจ้งไว้กับ Dot Plot ในการประชุมเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) อ่อนค่าลงต่อเนื่อง หนุนราคาทองให้พุ่งแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน แนวคิด ‘Shadow Fed Chair’ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในตลาดการเงินโลก เมื่อทรัมป์เตรียมเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ล่วงหน้า แม้เจอโรม พาวเวล จะยังดำรงตำแหน่งจนถึงกลางปี 2569 แนวคิดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ 111 ปี ของเฟด และสะท้อนความพยายามแทรกแซงทิศทางนโยบายการเงินผ่านการเมืองโดยตรง

ทั้งนี้ ‘Shadow Fed Chair’ คือแนวคิดที่เกิดจากความพยายามของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการส่งสัญญาณนโยบายการเงินล่วงหน้า ผ่านการเสนอชื่อว่าที่ประธานเฟด ก่อนครบวาระ เพื่อชี้นำตลาดให้คาดหวังว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่แนวคิดนี้กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาด บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อความเป็นอิสระของเฟด และเปิดช่องให้เกิด “เสียงซ้อน” ด้านนโยบาย ในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังเปราะบางและต้องการความมั่นใจจากนโยบายการเงินที่ชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญหลายรายแสดงความกังวลต่อแนวคิด ‘Shadow Fed Chair’ โดยเฉพาะ Alan Blinder อดีตรองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเตือนว่า “การมีประธานเฟด 2 คนในเวลาเดียวกัน เป็นแนวคิดที่เลวร้าย” ขณะที่ Kathryn Judge จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุว่า “ผลกระทบจากสถานการณ์นี้ ไม่อาจคาดการณ์ได้ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่าแม้ยังไม่มีการเปลี่ยนตัวประธานเฟดอย่างเป็นทางการ แต่ ‘นโยบายเงา’ ที่เกิดจากการผลักดันทางการเมือง ก็สามารถสั่นสะเทือนตลาดได้จริง นักลงทุนจึงต้องอ่านเกมล่วงหน้าให้ลึก ไม่ใช่เพียงติดตามคำแถลงจากเฟดเท่านั้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังแรงกดดันนอกระบบที่กำลังแทรกเข้ามาอีกด้วย
ฮั่วเซ่งเฮง ยังได้สรุปปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาในเดือนก.ค.นี้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณจาก ‘Shadow Fed Chair’
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และคำแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด จะถูกตีความอย่างรวดเร็ว หากเอนเอียงไปทางนโยบายที่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย ก็อาจหนุนราคาทองให้กลับมาทดสอบระดับ 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อีกทั้งยังต้องติดตามความไม่แน่นอนด้านการเมืองและภาษี ที่ทรัมป์ยืนยันว่าจะเดินหน้าบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ซึ่งอาจกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อรอบใหม่ ส่งผลให้ทองคำได้รับความสนใจในฐานะ “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง”

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางของประเทศสำคัญอย่างจีน ตุรกี และอินเดีย ยังคงทยอยสะสมทองคำสำรองต่อเนื่อง สะท้อนว่า แม้เฟดจะพยายามควบคุมนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร แต่บทบาทของทองคำในระดับมหภาคยังคงแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ดี ฮั่วเซ่งเฮง ได้ประเมินราคาทองคำแท่งในประเทศ ว่าอาจจะปรับฐานลงมาทดสอบแนวรับที่ 49,500 - 50,200 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นระดับที่น่าทยอยสะสมอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายราคาสูงสุดช่วงครึ่งหลังของปีที่ประมาณ 55,600 บาท (โดยอิงจากราคาทองโลกที่ 3,630 ดอลลาร์ และค่าเงินบาทที่ 32.45 บาท/ดอลลาร์)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตา 'Shadow Fed Chair' ดันทองคำครึ่งปีหลังพุ่งแตะ 55,600 บาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...