วงในเผย สหรัฐฯ อาจร่วมวงโจมตีอิหร่าน ขณะยุโรปเล็งเจรจานิวเคลียร์ศุกร์นี้
วงในเผย สหรัฐฯ อาจร่วมวงโจมตีอิหร่าน ขณะยุโรปเล็งเจรจานิวเคลียร์ศุกร์นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มิ.ย. 68 14:10 น.
แหล่วงข่าววงในเผย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมรับมือความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังมีส่งสัญญาณบ่งชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังระดมทรัพยากร เพื่อเตรียมเข้าสู่ความขัดแย้งกับอิหร่านโดยตรง
บุคคลที่ทราบเรื่องให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่บางรายระบุว่า อาจมีแผนการโจมตีเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ส่วนอีกแหล่งข่าวระบุว่า ผู้นำระดับสูงของหน่วยงานรัฐบาลกลางเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีแล้วเช่นกัน โดยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการสั่งโจมตีอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านได้เข้าสู่การทำสงครามกับอิสราเอลมาเกือบหนึ่งสัปดาห์
ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธว่า ตนเองมีความคิดว่าจะทำอะไร และชอบที่จะตัดสินใจวินาทีสุดท้ายก่อนถึงเส้นตาย เพราะสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้นเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ทรัมป์กล่าวว่า "ผมอาจจะทำหรือไม่ทำก็ได้" เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ใกล้จะโจมตีอิหร่านหรือยัง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า ทุกทางเลือกยังคงเปิดกว้าง
การเปลี่ยนแปลงวาทกรรม
การให้สัมภาษณ์ล่าสุดของทรัมป์เกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง สวนทางจากความเห็นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์เรียกร้องให้มีการเจรจาทางการทูตเพื่อบรรลุข้อตกลงการปลดอาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน
การรอดูสถานการณ์ 2-3 วันก่อนโจมตีจะช่วยให้ผู้นำอิหร่านมีเวลาเพิ่มเติม เพื่อแสดงให้ทรัมป์เห็นว่า อิหร่านเต็มใจที่จะลดระดับขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมบางส่วน เพื่อลดโอกาสที่จะถูกสหรัฐฯ โจมตี
นายอับบาส อาราคชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า อิหร่านยังคงมุ่งมั่นในแนวทางการทูต ไม่เคยแสวงหาและจะไม่มีวันแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวยังเผยว่า รัฐมนตรีต่างประเทศจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี กำลังวางแผนที่จะจัดการเจรจานิวเคลียร์กับฝั่งอิหร่านในวันศุกร์นี้ ที่นครเจนีวา
เป็นที่น่าสังเกตว่า วาทกรรมของทรัมป์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่วันมานี้ ขณะที่พันธมิตรย้ำว่า อิหร่านใกล้จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จแล้ว โดยลินด์เซย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) วุฒิสมาชิก รัฐเซาท์แคโรไลนา เป็นแกนนำที่เรียกร้องให้ประธานาธิบดีพิจารณาใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยทรัมป์เองได้โทรศัพท์พูดคุยกับเกรแฮมหลายครั้ง ตามรายงานจากแหล่งข่าว
"เขาให้โอกาสทางการทูตแล้ว ผมคิดว่าพวกเขาคาดการณ์ผิด" เกรแฮมกล่าวถึงอิหร่าน "ยิ่งเรายุติภัยคุกคามต่อมนุษยชาติได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น"
เกรแฮม ยังกล่าวว่า ตนเองได้พูดคุยกับทรัมป์เมื่อวันอังคาร และกล่าวว่า ประธานาธิบดีมีความมุ่งมั่นมาก สงบมาก และจริงจัง ซึ่งเกรแฮมพูดถึงทรัมป์ว่าไม่ต้องการให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
จุดยืนของสหรัฐฯ ในการทำสงครามต่างประเทศ
ที่ผ่านมา ทรัมป์เรียกร้องให้สหรัฐฯ อยู่เหนือความขัดแย้งในต่างประเทศมาหลายปี และย้ำในการหาเสียงว่า เขาจะป้องกันไม่ให้เกิดสงครามโลกครั้งใหม่ และมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาภายในประเทศ
อย่างไรก็ดี ทรัมป์กล่าวว่า ตนเองได้สนับสนุนให้เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อไป แต่ไม่ได้ให้สัญญาณใด ๆ แก่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะเข้าร่วมในการโจมตี
นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตี อิหร่านได้โต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธ 400 ลูก และส่งโดรนหลายร้อยลำโจมตีอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 800 ราย ตามข้อมูลของรัฐบาลอิสราเอล ขณะที่อิหร่าน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 224 คนเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล
ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังไม่มีทีท่าว่าจะลดระดับปฏิบัติการลง โดยกองทัพอิสราเอลได้เตือนพลเรือนอิหร่านให้อพยพออกจากภูมิภาคอารัค-คอห์นดาบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางตอนกลางของอิหร่าน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ที่สำคัญที่สุดบางส่วนของประเทศ รวมถึงเป็นที่ตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบน้ำมวลหนัก (heavy water reactor)
ทั้งนี้ เมืองอารัคตกเป็นเป้าการตรวจสอบระหว่างประเทศมานานแล้ว เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลูโทเนียม ซึ่งอาจนำไปใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต หากมีการพัฒนาขีดความสามารถในการแปรรูปแร่
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ