โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ “ส่งเสริมไม้เศรษฐกิจ ร่วมกู้วิกฤตโลกร้อน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวสู่ความยั่งยืน”

สยามรัฐ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 12.45 น.

“อ.อ.ป. ดันไม้เศรษฐกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ช่วยลดโลกร้อน เสริมรายได้เกษตรกร พร้อมเปิดบทบาทคาร์บอนเครดิต เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

ในวันที่โลกเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ “ป่าไม้” กลับถูกย้ำชัดในฐานะทรัพยากรธรรมชาติที่มีความแตกต่าง โดยเป็นหนึ่งในไม่กี่ทรัพยากรที่ “ใช้แล้วปลูกทดแทนได้” และยังสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการแก้ปัญหาวิกฤตโลกร้อน

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ อ.อ.ป. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมุ่งมั่นเดินหน้าเพื่อยกระดับบทบาทของ “ไม้เศรษฐกิจ” ให้เป็นทั้งพืชเศรษฐกิจและเครื่องมือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังให้เกิดความยั่งยืนอย่างครอบคลุมทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และระบบนิเวศของประเทศ

อ.อ.ป. ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2490 มีบทบาทสำคัญในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ส่งออกไม้แปรรูปสร้างรายได้เป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของชาติในยุคนั้น แต่เมื่อประเทศมีนโยบายยุติสัมปทานป่าในปี 2532 อ.อ.ป. จึงเปลี่ยนแนวทางใหม่ จากการใช้ประโยชน์จากไม้ป่าธรรมชาติ มุ่งสู่การปลูกสร้างสวนป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ดูแลรวมกว่า 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ และกลายเป็นต้นแบบการจัดการป่าเศรษฐกิจที่สมดุลทั้งการใช้สอยและการอนุรักษ์

โดย อ.อ.ป. ยึดแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับ BCG Model หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว มาขับเคลื่อนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น มิติด้านสังคม ที่มีการส่งเสริมชุมชนโดยรอบสวนป่า จัดตั้งหมู่บ้าน สร้างโรงเรียน วัด และสาธารณูปโภค มิติด้านเศรษฐกิจ ที่ไม้เศรษฐกิจกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเกษตรกรในระยะยาว และ มิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่ต้นไม้ทุกต้นสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากชั้นบรรยากาศ ลดภาวะเรือนกระจก และคืนสมดุลให้แก่โลก

นายประสิทธิ์ เกิดโต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อ.อ.ป. เล่าว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าประมาณ 40% ของประเทศ แบ่งเป็นป่าอนุรักษ์ 25% และ ป่าเศรษฐกิจ 15% โดยอาศัยความร่วมมือระหว่าง อ.อ.ป. และกรมป่าไม้ในการดูแลป่าเศรษฐกิจ ในส่วนของ อ.อ.ป. มีเป้าหมายสำคัญคือ การส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกป่าในพื้นที่ของตนเอง พร้อมดูแลตั้งแต่การปลูกจนถึงการตลาด

การเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจไม่สามารถทำในเขตป่าธรรมชาติได้ แต่ต้องขยายไปในพื้นที่การเกษตรแทน โดยเฉพาะที่ดินเสื่อมโทรมหรือพื้นที่ลาดชันที่ไม่เหมาะแก่การทำไร่ เช่น ข้าวโพดหรือมันสำปะหลัง อ.อ.ป. จึงมุ่งให้เกิด “การเปลี่ยนผ่านอย่างชาญฉลาด” โดยแนะนำให้ปลูกไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้ยูคาลิปตัส หรืออะคาเซีย ซึ่งเป็นไม้โตเร็วและขายได้ภายใน 5 ปี

แม้จะมีไม้เศรษฐกิจที่เติบโตเร็วและให้ผลตอบแทนเร็ว แต่ยังมีไม้อีกหลายชนิดที่ต้องอาศัยระยะเวลาหลายสิบปี เช่น ไม้พยุง ไม้ประดู่ ไม้มะค่า หรือไม้ยางนา ซึ่งถึงแม้จะไม่เหมาะกับเกษตรกรรายย่อยในปัจจุบัน แต่ก็เป็น “ไม้เศรษฐกิจตัวจริง” ที่ประเทศต้องวางรากฐานเอาไว้เพื่อคนรุ่นหลัง

ดังนั้น อ.อ.ป. จึงเริ่มปรับบทบาท มุ่งเน้นการปลูกไม้ยืนต้นคุณภาพสูงเพื่ออนาคตแทนที่จะเน้นเฉพาะไม้โตเร็ว ซึ่งจะสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรและรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ตระหนักคือ “ต้นไม้หนึ่งต้นมีมูลค่ามากกว่าเนื้อไม้” เพราะมันสามารถสร้างมูลค่าทางสิ่งแวดล้อมผ่านระบบคาร์บอนเครดิตได้ด้วย ปัจจุบัน อ.อ.ป. ได้เริ่มจัดเก็บข้อมูลปริมาณคาร์บอน ที่ป่าสามารถดูดซับได้ และนำมาใช้ในการซื้อขายกับภาคธุรกิจที่ต้องการชดเชยการปล่อยคาร์บอน เช่น โลจิสติกส์ หรือโรงงานอุตสาหกรรม

เพื่อสนับสนุนแนวโน้มใหม่นี้ อ.อ.ป. ยังได้จัดตั้ง “สำนักธุรกิจคาร์บอนและนวัตกรรม” ขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน และขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่


“ไม้เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วปลูกทดแทนได้ ต่างจากทรัพยากรอย่างหิน ปูน หรือเหล็กที่ใช้แล้วหมดไป หากคนรุ่นใหม่อยากอยู่ในโลกที่ยั่งยืน ต้องหันมาใช้ทรัพยากรที่หมุนเวียนได้ และไม้ คือคำตอบ ไม่ใช่เพียงเพื่อเศรษฐกิจ แต่ยังเพื่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลก” รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อ.อ.ป. ทิ้งท้ายเชิญชวนให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...