โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภราดร แถลงลาออก รองประธานสภา ย้ำรักษาหลักการเสียงข้างมาก ยัน ไม่มีใบสั่งให้ลาออก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 01.47 น.

‘ภราดร’ แถลง ลาออกรองปธ.2 หลัง ‘ภูมิใจไทย’ ประกาศถอนตัวร่วมรัฐบาล บอก แม้ไม่มีกฎหมายระบุไว้แต่เป็นมารยาททางการเมือง ให้เป็นบรรทัดฐาน ส่งไม้ต่อคนมารับตำแหน่งช่วยสานต่องานค้างคา ยัน ไม่มีใบสั่งให้ลาออก

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 แถลงลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 หลังพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกแถลงการณ์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า อย่างที่ได้ทราบกัน และเป็นข่าว เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว หลังจากกรณีที่นายอุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ได้มีการพูดถึงตำแหน่งของตนว่าได้มีการพูดคุยกันกับตน เป็นอย่างที่ท่านได้บอกไปว่า มีการหารือกันกับนายอนุทินจริงๆ ไม่ใช่เพิ่งจะมีการหารือกันเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ได้เห็นถึงสถานการณ์และเหตุการณ์ทางการเมืองพอประเมินได้ว่าพรรคเราจะเดินทางไปสู่จุดไหนของการเมือง

จึงได้มีการหารือกับนายอนุทินว่า ในกรณีที่พรรคเราเป็นเสียงส่วนน้อยของสภา หรือฝ่ายค้าน ตนขอลาออกเพื่อที่ไปทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรค ภท.ในฐานะ ส.ส.ฝ่ายค้าน ซึ่งนายอนุทินก็ได้ท้วงติงว่าจริงๆ แล้วตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือข้อบังไม่ได้ห้ามให้ตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภา ต้องลาออก ในขณะที่ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

นายภราดรกล่าวว่า ต้องขอชี้แจงเหตุผลว่า ตนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 แม้ว่าจะไม่มีคู่แข่งขัน แต่เป็นที่รู้กันว่าตนมาจากฟากฝั่งของเสียงข้างมากหรือฟากของฝ่ายรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยได้ประชุมหารือกันและส่งตนไปเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อมาดำรงตำแหน่งนี้ ตนตระหนักดีว่าตนมาจากเสียงข้างมากของสภา และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎรว่าตำแหน่งประธาน รองประธานทั้งสองคนไม่มีที่จะมาจากเสียงข้างน้อย แม้ว่าจะไม่ได้มีการระบุเอาไว้ในตัวบทกฎหมาย แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเป็นแนวปฏิบัติที่เข้าใจ และถือกันมาเช่นนั้น

นายภราดรกล่าวด้วยว่า เมื่อรู้ว่าตัวเองมาจากเสียงข้างมาก แล้ววันนี้สถานะทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยซึ่งตนสังกัดอยู่ ได้เปลี่ยนสถานะจากเสียงข้างมากไปอยู่ฟากฝั่งของเสียงข้างน้อย ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา พรรค ภท.โดยการประชุมของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้ประกาศชัดเจนว่าจะถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล รวมถึงลาออกจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของฝ่ายบริหารทั้งหมด

นั่นหมายความว่าพรรค ภท.ได้ถูกเปลี่ยนสถานะจากพรรคเสียงข้างมากไปอยู่ในฟากฝั่งของเสียงข้างน้อยหรือไปเป็นฝ่ายค้าน เมื่อเป็นแบบนี้ แม้ว่าตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและข้อบังคับไม่ได้ระบุไว้ แต่ด้วยมารยาททางการเมืองและความรับผิดชอบทางการเมืองและเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นต้องตัดสินใจ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 เพื่อคืนอำนาจให้กับสภา ในการสรรหาคนที่มีความเหมาะสมจากฟากฝ่ายเสียงข้างมากของสภา เพื่อที่จะมาทำหน้าที่รองประธานสภาคนที่ 2 ต่อไป

นายภราดรกล่าวต่อว่า จริงๆ ตนตั้งใจจะลาออกในช่วงที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาอยู่แล้ว เพราะตั้งใจที่จะใช้เวทีของสภาขอบคุณหลายๆ ส่วน แต่เมื่อสถานการณ์เร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้น จึงต้องใช้เวทีนี้ตนอยากจะขอบคุณ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่ 1 ที่ตลอดระยะเวลา 9 เดือนกับ 8 วัน ของตนในตำแหน่งหน้าที่

ท่านเอ็นดู เมตตา และให้โอกาสในการที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ ภายใต้ร่มใหญ่ของท่าน นั่นคือพยายามที่จะทำให้สภาเป็นของประชาชนให้ได้ ท่านให้ตนไปดูแลในหลายสำนักงานด้วยกัน ซึ่งตนพยายามที่จะคิดแนวทางและนโยบายหลายอย่างเพื่อที่จะทำให้สภาของพวกเราเป็นสภาของพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน

นายภราดรกล่าวต่อว่า ตนขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่ของตน ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ส่วนตัวตน ตนมั่นใจว่าตนทำถูกต้อง ตนขอบคุณที่ทุกคำวินิจฉัยของตนได้รับความเคารพ ความเชื่อถือ จากเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค่านและฝ่ายรัฐบาล จริงๆ ไม่ใช่เคารพในตัวตน แต่เคารพในองค์กรของเราและเคารพในคนที่ทำหน้าที่ประธาน

ฉะนั้น จะขาดเสียไม่ได้ ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่น้องๆ ข้าราชการที่อยู่ในกลุ่มงานของตน 10 กว่าชีวิต ซึ่งทำงานกับตนมา 9 เดือนกว่า ด่ากันบ้างทะเลาะกันบ้าง เห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็พยายามที่จะทำงานแนวทางที่ตนได้ดำเนินการและกำหนด ตนเชื่อว่าถ้าตนไม่มีมือไม่มีไม้ คิดอะไรก็คงไม่สามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ รวมถึงขอบคุณข้าราชการทุกคน

“เรารู้ว่าตำแหน่งทางการเมืองแบบนี้อยู่ไม่นาน มีวันมาแล้วก็มีวันไป แต่ทุกคำขอร้อง ทุกแนวทางที่ได้มอบหมาย ให้ไปดำเนินการทุกส่วนของสภา ก็ช่วยดำเนินการตามแนวทางที่ได้มอบหมาย ฉะนั้น จะขาดไม่ได้ตั้งแต่เลขาธิการสภา รองเลขาธิการสภา ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ รวมถึงพี่น้องข้าราชการทั้งหมดที่ได้ช่วยกันผลักดันงานต่างๆ ให้เดินมาถึงวันนี้ หากผมจะพูดว่าสำเร็จลุล่วง ก็ยังไม่สำเร็จลุล่วงทั้งหมด ขอบคุณพี่น้องผมที่ยืนอยู่ที่นี่พรรคภูมิใจไทยไม่มีพวกเขาก็ไม่มีรองประธานอย่างผม

เขาสนับสนุนทุกการทำหน้าที่ของผม วันที่ผมมาดำรงตำแหน่งเขาเข้ามาส่งผม วันนี้วันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ผมก็เปลี่ยนสถานะก็มารับผมกลับบ้าน ขอบคุณพี่น้องของผมทุกคน และเช่นเดียวกันขอบคุณประชาชนที่ได้ติดตามการทำหน้าที่ ไม่ใช่แค่ของผมแต่ของสภา และขอให้ติดตามการทำหน้าที่ของสภาต่อไป นี่คือเสาหลักอีกเสาหนึ่งของประเทศนี้ที่จะทำงานแก้ไขกฎหมายให้กับประชาชน ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ได้ติดตามและให้กำลังใจผมมาโดยตลอด

ท้ายที่สุด ผมขอฝากถึงผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 ต่อจากผม ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมได้รับมอบหมายมาแล้วยังทำไม่เสร็จ ไม่ว่าจะเรื่องพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พิพิธภัณฑ์ของประชาชนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นเจ้าของสภาของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ขอฝากให้ดำเนินการต่อไป” นายภราดรกล่าว

นายภราดรกล่าวต่อว่า วันที่ตนเข้ารับตำแหน่ง ตนได้ประกาศเอาไว้ว่าตนจะไม่เป็นรองประธานของฝ่ายรัฐบาล จะไม่เป็นรองประธานสภาของพรรค ภท.ไม่เป็นรองประธานสภาของเสียงข้างมาก แต่ตนจะเป็นรองประธานสภาของสมาชิกทั้ง 495 คน วันนี้เป็นเวลา 9 เดือน 8 วัน

ตนเชื่อว่า สังคมได้พิพากษาตนมาตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ทำหน้าที่อย่างที่ตนได้ประกาศเอาไว้ พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน วันนี้ตนขอลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 และคืนอำนาจให้กับสภา ในการสรรหาคนที่เหมาะสมในการทำหน้าที่นี้ต่อไป ขอย้ำว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีใบสั่ง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของแต่ละพรรค

ต่อมา นายภราดร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ภราดร ปริศนานันทกุล” เป็นภาพการนำพวงมาลัยไปไหว้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่รับตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ในวันที่ 11 กันยายน 67 และภาพการเข้าอำลาวันที่ 19 มิถุนายน 68 หลังแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่ง รองประธานสภาฯ ภายหลังพรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล

โดย นายภราดร ระบุว่า “วันมา วันกลับ ไปลา มาไหว้ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของผมในบทบาท รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จากวันแรกจนถึงวันนี้ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยบทเรียน คำสอน และประสบการณ์อันมีค่า ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูงสำหรับความเมตตา ความไว้วางใจ และโอกาสที่ท่านได้มอบให้ผม นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ข้างท่านตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กราบขอบพระคุณครับ”

นอกจากนี้ยังมีคลิปเคลื่อนไหวในการอำลานายวันมูหะมัดนอร์ โดยนายภราดร ระบุว่า “ผมขอใช้พื้นที่เล็กๆ ตรงนี้ เพื่อขอบคุณท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมมีโอกาสได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลา 9 เดือน 8 วัน ในตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ท่านประธานเป็นผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส เอื้อเฟื้อ และเมตตาอย่างมาก ทำให้ผมได้มีพื้นที่ในการผลักดันสิ่งต่างๆ ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ “การทำให้สภาเป็นของประชาชนให้ได้จริงๆ” ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทางกันในช่วงเวลานี้ กราบขอบพระคุณครับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภราดร แถลงลาออก รองประธานสภา ย้ำรักษาหลักการเสียงข้างมาก ยัน ไม่มีใบสั่งให้ลาออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...