โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีดิ่ง 10.44 จุด ลงมายืน 1,084.14 จุด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 20.37 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.37 น.

เปิดการซื้อขายตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันนี้ 19 มิ.ย.68 ณ เวลา 10.07 น. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,084.14 จุด ลดลง 10.44 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.95 จุด นับตั้งแต่เปิดตลาดซื้อขายดัชนีแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,085.71 - 1,080.15 จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 5,835.31 ล้านบาท

โดย 5 หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดในภาคเช้าวันนี้ ได้แก่

  • GULF ราคา 40.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.23% มูลค่าซื้อขาย 565.33 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 148.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ1.99 % มูลค่าซื้อขาย 515.21 ล้านบาท
  • KTB ราคา 21.30 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 1.84% มูลค่าซื้อขาย 367.33 ล้านบาท
  • AOT ราคา 27.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.89% มูลค่าซื้อขาย 333.33 ล้านบาท
  • CPALL ราคา 43.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.69% มูลค่าซื้อขาย 291.94 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็นทางการเมืองไทยที่เข้าสู่ภาวะวิกฤติที่อาจนำไปสู่การยุบสภา จาก 2 เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่

  • การปรับคณะรัฐมนตรี โดยจะเรียกคืนตำแหน่ง รมว.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล
  • ประเด็นคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กับอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฮุน เซน เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2568 โดยบทสนทนาแสดงถึงความไม่เป็นเอกภาพระหว่างรัฐบาลกับกองทัพไทย การแทนตัวเองในฐานะหลานและแสดงความนับถือต่ออีกฝ่ายในฐานะลุง รวมถึงการรับปากจะดำเนินการตามที่สมเด็จฮุน เซนร้องขอ คลิปดังกล่าวถูกวิจารณ์ว่าการวางตัวไม่เหมาะสมต่อสถานะผู้นำประเทศ และมีเสียงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา

ฉากทัศน์การเมืองที่เป็นไปได้ : ทางฝ่ายประเมินฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ ดังนี้

  • เปลี่ยนนายกฯ เป็นคุณอนุทิน ชาญวีรกูล โดยเพื่อไทยและภูมิใจไทยยังคงร่วมรัฐบาล โอกาส 40%
  • ยุบสภา โอกาส 30% โดยเฉพาะหากพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมใจกันถอนตัว
  • เพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ โอกาส 20% นายกฯ อาจพยายามบริหารต่อ แต่จะเผชิญแรงต้านและความเสี่ยงต่อการฟ้องร้องถอดถอน อีกทั้งการเปลี่ยนนายกฯ อาจไม่ได้รับเสียงรับรองจากรัฐสภา (ส.ส. + ส.ว.)
  • สลับขั้ว (พรรคประชาชน + ภูมิใจไทย) โอกาส 10% พรรคประชาชนอาจเข้าร่วมรัฐบาลเฉพาะกิจ 6–12 เดือน เพื่อให้กลไกงบประมาณไม่สะดุด และเตรียมเลือกตั้ง

ไม่ว่าผลจะออกทางไหน ก็ดูไม่ค่อยดี : ทั้งฉากทัศน์ที่ 1, 3 และ 4 แม้สามารถแก้วิกฤติการเมืองระยะสั้นได้ แต่จะเจอข้อจำกัดในการผลักดันนโยบาย ส่วนฉากทัศน์ที่ 2 (ยุบสภา) จะทำให้รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ เสี่ยงที่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 จะล่าช้า ซึ่งกระทบต่อการเบิกจ่ายและเศรษฐกิจในช่วงที่โลกเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า

หลีกเลี่ยงกลุ่ม Domestic : กลุ่มที่อิงการใช้จ่ายภาครัฐ (เช่น รับเหมาก่อสร้าง, สื่อสารขนาดเล็ก) และกลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ (ค้าปลีก, ธนาคาร, การเงิน) มีแนวโน้มได้รับผลกระทบในทุกฉากทัศน์ที่ไม่เป็นบวก ขณะที่กลุ่มหุ้นที่อิงเศรษฐกิจต่างประเทศ (พลังงาน, บรรจุภัณฑ์, ปิโตรเคมี) และกลุ่มสาธารณูปโภค (เช่น ไฟฟ้า) ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำด้านกำไร มีแนวโน้ม Outperform ตลาดในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางการเมือง

ผลกระทบต่อ GDP : ความล่าช้าของพ.ร.บ.งบประมาณ หรือขาดมาตรการที่เหมาะสมที่จะบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นภาษีการค้า จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลด GDP ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายภายนอกต่างๆ ทางฝ่ายมองหุ้นกลุ่มอิงปัจจัยนอกประเทศ อาทิ IVL, SCGP, RATCH, EGCO จะได้รับผลกระทบจำกัดมากที่สุด

ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัวในกรอบ 1,080 - 1,150 จุด เข้าสู่โหมดระมัดระวัง แนะนำหมุนเงินลงทุนถือเงินสด หรือหมุนเงินลงทุนมายังกลุ่ม External และ Defensive อาทิ IVL, SCGP, RATCH และ EGCO หากราคาปรับลดลงมาตามตลาด เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองในประเทศมากนัก

แนวรับ : 1,080 จุด
แนวต้าน : 1,150 จุด
สัดส่วนลงทุน : เงินสด 50% และพอร์ตหุ้น 50%
หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)

  • IVL (23 บาท) : คาดผลการดำเนินงานปรับดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/68 การมีฐานการผลิตในสหรัฐฯ ทำให้คาดได้รับผลกระทบจากภาษีการค้าต่ำ ตัดขาดทุน 18.70 บาท
  • RATCH (27.50 บาท) : เป็นหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มี P/E ระดับต่ำ, Dividend Yield สูง และมองเป็นหุ้นหลุมหลบภัย ตัดขาดทุน 24.00 บาท
  • EGCO (110 บาท) : เป็นหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มี P/E ระดับต่ำ, Dividend Yield สูง และมองเป็นหุ้นหลุมหลบภัย ตัดขาดทุน 100 บาท
  • SCGP (19 บาท) : แนวโน้มผลประกอบการดีขึ้น จากการปรับราคาของบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย และการลดต้นทุน รวมถึงมีโอกาส M&A เพิ่ม ตัดขาดทุน 15.20 บาท
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...