โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จ่อประสาน ตร.สากล ออกหมายแดงล่าตัว “ก๊ก อาน”

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 10.35 น.

วันที่ 10 ก.ค. 68 พลตำรวจเอกธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคคืบหน้าในการทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติก๊ก อาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติการเข้าค้นเป้าหมาย 20 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ สมุทรปราการ และชลบุรี สามารถอายัดเงินสด 27 ล้านบาท รถยนต์หรู และเอกสารสำคัญ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้เบื้องต้นกว่า 1,100 ล้านบาท พร้อมเตรียมออกหมายจับผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการทั้งหมด และเดินหน้ายึดทรัพย์เพิ่มเติม

พลตำรวจเอกธัชชัย ยืนยันว่า การสอบสวนขยายผลยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตรวจสอบว่ามีข้าราชการไทยเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเน้นย้ำว่าจะดำเนินการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีกในสัปดาห์หน้า

สำหรับประเด็นที่ว่ามีการสมคบคิดกับประชาชนทั่วไป หรือมีการเชื่อมโยงเส้นทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือไม่นั้น จะถูกนำมาพิจารณาเพื่อขออนุมัติหมายศาลต่อไป เบื้องต้นจากการตรวจค้น 20 จุด ยังไม่พบคนไทยที่เกี่ยวข้อง มีเพียงชาวต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว

ในส่วนของก๊ก อาน ซึ่งเป็นหัวหน้าเครือข่ายนั้น ทราบว่าไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานงานกับองค์การตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดงเพื่อให้ประเทศสมาชิกรับทราบและติดตามตัวก๊กอาน มาดำเนินคดีโดยเร็ว

จากการสืบสวนสอบสวนพบหลักฐานที่ชัดเจนว่าก๊ก อาน เป็นเจ้าของอาคารซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการหลักของแก๊งคอลเซนเตอร์ที่หลอกลวงคนไทย

เมื่อสอบถามถึงความสัมพันธ์กับผู้บริหารระดับสูงในประเทศกัมพูชา พลตำรวจเอกธัชชัย กล่าวว่าไม่สามารถตอบได้เนื่องจากเป็นคนละประเทศกัน แต่ข้อมูลที่ยืนยันได้คือก๊ก อาน เป็นนักธุรกิจและมีตำแหน่งทางการเมืองเป็นสมาชิกวุฒิสภาของกัมพูชา และมีความเกี่ยวข้องกับอาคารหลายแห่งในปอยเปตที่ใช้เป็นที่ตั้งของแก๊งคอลเซนเตอร์

อย่างไรก็ตาม ในทางคดีขณะนี้ยังไม่พบความสัมพันธ์กับนักการเมืองไทย ส่วนข้อมูลที่นายรังสิมันต์ โรม เปิดเผยว่า เฮียตือ เกี่ยวข้องกับก๊ก อาน นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว ซึ่งจะต้องรอรายงานก่อน หากมีข้อมูลที่เชื่อมโยง มีพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุต่างๆ จะต้องนำมาวิเคราะห์เพิ่มเติมและขยายผลเพื่อระบุผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ทั้งนี้พลตำรวจเอกธัชชัย ได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการทำคดีนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อป้องกันการหลบหนีและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินของผู้กระทำผิด นอกจากนี้ ได้มีการหารือกับอินเตอร์โพล เกี่ยวกับมาตรการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีมาตรการใหม่ๆ ออกมา และหวังว่าประเทศกัมพูชาจะมีความกระตือรือร้นในการรับมาตรการที่อินเตอร์โพลจะเสนอ แม้จะไม่มีบทลงโทษโดยตรงหากไม่ปฏิบัติตาม แต่เชื่อว่าแรงกดดันจากกระแสสังคมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ด้านพลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือผบช.สอท. กล่าวหลังการแถลงข่าวว่า ตึกแก๊งคอลเซนเตอร์ ในกัมพูชา มีมากกว่า 50 กว่าตึก แต่ที่เราสามารถพิสูจน์ทราบพิกัดได้แล้ว มีประมาณ 20 กว่าตึก ซึ่งแต่ละตึกมีคนทำงานข้างในประมาณหลักพันคน ซึ่งมีหลายสัญชาติ แต่ถูกผลักดันกลับประเทศเพียงหลักร้อยเท่านั้น

ส่วนเรื่องของก๊ก อาน เจ้าพ่อแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ แห่งปอยเปต ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่าทางกัมพูชาจะให้ความร่วมมือในการล่าตัว เนื่องจากตอนนี้กัมพูชามีข้อพิพาทกับไทยอยู่

พลตำรวจโทไตรรงค์ ตอบว่า แม้นายก๊ก อาน จะเป็นชาวต่างชาติ อาศัยอยู่นอกประเทศไทย แต่เราต้องอาศัยอินเตอร์โพลในการตามจับกุมตัว และถึงแม้ว่าจะไม่มีบทลงโทษสำหรับประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือกับอินเตอร์โพล แต่เชื่อว่าประชาคมโลกจะกดดันให้ประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ หันกลับมาให้ความร่วมมือมากขึ้น

พลตำรวจโทไตรรงค์ ผบช.สอท. ยังฝากประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเท่าทันกลวิธีของแก๊งคอลเซนเตอร์ มีความรอบคอบ เพราะตอนนี้มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ อย่าให้คนเหล่านี้หลอกเอาเงินจากกระเป๋าเราได้ จำเอาไว้ “รีบโอนโจรยิ้ม”.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...