‘โค้ชวัง’ ลั่นไม่ทองซีเกมส์ ก็ต้องลายกทีม
“ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การคุมทีมของหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล เดินหน้าเก็บตัวฝึกซ้อมวันแรก เตรียมแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์อาเซียน 2025 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่าง 15-29 ก.ค. นี้
สำหรับโปรแกรมรอบแรก ของทีมชาติไทย วันที่ 19 ก.ค. 68 พบ ติมอร์เลสเต และวันที่ 22 ก.ค. 68 พบ เมียนมา เตะเวลาไทย 20.00 น. ทั้ง 2 นัด รอบแรกคัดแชมป์ 3 กลุ่ม และอันดับ 2 ที่ดีที่สุดอีก 1 ทีม เข้ารอบรองชนะเลิศ ที่จะเตะวันที่ 25 ก.ค. 68
จบศึกอาเซียน ช้างศึกหนุ่ม เตรียมลุยต่อทันที ในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 3-9 ก.ย. 68 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือน ธ.ค. ที่เป้าหมายเดียวคือ เหรียญทอง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ทีมชาติไทย ชุด 23 ปี เข้ารายงานตัวที่ ธารา พาร์ค รีโซเทล ในช่วงบ่าย ก่อนที่ช่วงเย็นฝึกซ้อมครั้งแรกที่สนาม ยามาโอกา ฮานาซากะ อคาเดมี 1
ขณะเดียวกัน “โค้ชวัง-ธวัชชัย” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "คนกีฬาถามหมอสนามตอบ" ทางเพจ BPChannel 2024 โดยกล่าวถึงการเข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติไทยครั้งแรกว่า การเป็นโค้ชย่อมกดดันกับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ และต้องแบกรับความกดดันของแฟนบอล อย่างไรก็ตาม การมารับงานคุมทีมชาติไทย ชุด 23 ปี นับเป็นเกียรติสูงสุด ส่วนเรื่องสัญญาไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย เพราะทุกอย่างวัดกันที่ผลงาน ตนและทีมงานจะทำอย่างเต็มที่และเต็มศักยภาพที่สุด
ตำนานดรีมทีม กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายสำคัญ อยู่ที่การเล่นรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ ในเดือน ส.ค. 68 รวมถึงกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ที่ต้องกลับมาคว้าเหรียญทองให้ได้ หลังจากที่ไม่ได้เหรียญทองมาถึง 8 ปีแล้ว (ล่าสุด 2017) ถ้าหากไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ตนและทีมงานก็พร้อมพิจารณาตัวเองทันที
ส่วนศึกชิงแชมป์อาเซียน 23 ปี นั้น โค้ชวัง กล่าวว่า มีเวลาเตรียมตัวน้อยไปสักหน่อย แต่จะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด ด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ ส่วนคู่แข่งสำคัญมองว่าเป็นเวียดนาม ที่เก็บตัวมา 2 เดือน เพื่อรายการนี้ รวมถึงอินโดนีเซียที่เป็นเจ้าภาพ ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ผู้เล่นโอนสัญชาติมากแค่ไหน.