โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สัมพันธ์‘อียู-จีน’เลวร้ายลง ‘ยุโรป’เมินการเกี้ยวพาจาก‘ปักกิ่ง’ แม้ถูก‘ทรัมป์’บีบคั้นจนหน้าเขียว

Manager Online

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 18.17 น. • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2025/07/chinas-patience-wears-thin-with-eu-over-medical-device-row/)

China’s patience wears thin with EU over medical device row

by Jeff Pao

11/07/2025

การประชุมซัมมิตวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอียู-จีน ที่เดิมวางแผนจัดกัน 2 วัน ในวันที่ 24-25 ก.ค.นี้ มีหวังจะถูกตัดเหลือแค่วันเดียว ท่ามกลางรายงานข่าวที่ว่า สหภาพยุโรปไม่สนใจใยดีอะไร ตอนที่รัฐมนตรีต่างประเทศ หวัง อี้ ของจีน ไป “สนทนาทางยุทธศาสตร์” ช่วงต้นเดือน ก.ค. นี้ โดยพยายามแจกแจงว่า “ระหว่างจีนกับอียูนั้น ไม่ได้มีความขัดแย้งระดับรากฐานใดๆ เลย ทว่ากลับมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างค่อนข้างกว้างขวาง” จึงขอให้อียูพัฒนาความเข้าอกเข้าใจจีนในแบบไร้อคติและมีความสมเหตุสมผลให้มากขึ้น และนำเอานโยบายซึ่งเป็นไปในทางบวกและมุ่งมองผลในทางปฏิบัติให้มากขึ้นมาใช้กับจีน

ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศจีนกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากอียูจำกัดไม่ให้วิสาหกิจและผลิตภัณฑ์ของจีนเข่าร่วมในการประกวดราคาเสนอขายพวกเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ให้แก่ภาครัฐของยุโรป ขณะเดียวกันปักกิ่งก็ได้ตอบสนองด้วยการเปิดฉากใช้มาตรการแก้เผ็ดเอาคืน

ความตึงเครียดที่กำลังขยายตัวออกไปทุกทีนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการประชุมซัมมิตอียู-จีน ซึ่งในปัจจุบันมีกำหนดการจัดขึ้นในประเทศจีนระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอียูกับจีน

ทั้งสองฝ่ายวางแผน [1] กันเอาไว้ว่าวันแรกของการประชุมหารือจะจัดขึ้นในกรุงปักกิ่ง ส่วนวันที่สองจะจัดในมณฑลอานฮุย ซึ่งเวลานี้เป็นฮับทางด้านเทคโนโลยีระดับสูงแห่งหนึ่งของจีน ทั้งทางการคำนวณเชิงควอนตัม (quantum computing), พลังงานฟิวชั่น (fusion energy), และเทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology) อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงาน [2] ว่า รัฐบาลจีนอาจจะยกเลิกกิจกรรมในวันที่สอง

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission หรือ EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของอียู ได้ตัดสิทธิพวกกิจการจีนจากการเข้าร่วมประกวดราคาเสนอขายเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหลายซึ่งมีมูลค่าเกิน 5 ล้านยูโร (ราว 5.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) คณะกรรมาธิการยุโรปอธิบายว่ามาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะจูงใจจีนให้ยุติการกีดกันบรรดาวิสาหกิจของอียูและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผลิตโดยอียู และปฏิบัติต่อบริษัทอียูทั้งหลายด้วยความเปิดกว้างอย่างเดียวกับที่อียูปฏิบัติต่อบรรดาบริษัทและผลิตภัณฑ์ของจีน

EC อธิบายต่อไปว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการตอบโต้การที่จีนได้กีดกันตัดสิทธิ์มานานแล้วไม่ให้พวกเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งผลิตในอียูได้ทำสัญญาขายให้แก่ภาครัฐจีน

หวัง อี้ (Wang Yi) รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ซึ่งมีอาวุโสสูงในวงการเมืองของแดนมังกร โดยมีตำแหน่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งใน 24 คนของกรมการเมือง (politburo) แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย ได้พบปะหารือกับประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา หวัง กล่าวว่า อียูและจีน ซึ่งเป็น 2 อารยธรรมยิ่งใหญ่และ 2 พลังอำนาจสำคัญ ควรที่จะกระชับเพิ่มความแข็งแกร่งในการติดต่อสื่อสารกัน, เพิ่มพูนความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน, และเข้าแบกรับความรับผิดชอบต่างๆ ท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งท้าทายมากขึ้นทุกที

ในวันเดียวกันนี้ หวัง ยังพบปะหารือ [3] เป็นเวลา 4 ชั่วโมงกับ คาจา คัลลัส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของคณะกรรมาธิการยุโรป

“ระหว่างจีนกับอียูนั้น ไม่ได้มีความขัดแย้งระดับรากฐานใดๆ เลย ทว่ากลับมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างค่อนข้างกว้างขวาง” หวัง กล่าว “ทุกวันนี้ยุโรปเผชิญกับความท้าทายต่างๆ หลากหลาย ทว่าความท้าทายเหล่านี้ไม่ได้มาจากจีน ไม่ว่าในอดีต, ปัจจุบัน, หรืออนาคต”

เขารบเร้าอียูให้พัฒนาความเข้าอกเข้าใจจีนในแบบไร้อคติและมีความสมเหตุสมผลให้มากขึ้น และนำเอานโยบายซึ่งเป็นไปในทางบวกและมุ่งมองผลในทางปฏิบัติให้มากขึ้นมาใช้กับจีน

ตามรายงานข่าวชิ้นหนึ่งของ เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ (South China Morning Post) สื่อฮ่องกง หวังบอกกับคัลลาส [4] ว่า ปักกิ่งไม่ต้องการเห็นทางรัสเซียพ่ายแพ้ในยูเครน เพราะหวั่นเกรงว่าหากเป็นเช่นนั้นแล้วสหรัฐฯก็จะปรับโฟกัสทั้งหมดของพวกเขามาเล่นงานจีน รายงานข่าวชิ้นนี้ระบุว่า การแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ของ หวัง ทำให้พวกเจ้าหน้าที่อียูบางคนถึงกับงงงวยทีเดียว

เพื่อตอบโต้มาตรการใหม่เกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ของอียู ทางด้านกระทรวงการคลังจีนได้ประกาศในวันที่ 6 กรกฎาคม เพิกถอนสิทธิไม่ให้พวกบริษัทอียูเข้าร่วมการเสนอราคาในการจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ของจีนซึ่งมีราคาเกินกว่า 45 ล้านหยวน (ราว 6.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

ทั้งนี้ กฎระเบียบใหม่นี้ซึ่งมีผลบังคับใช้ในทันที มีการยกเว้นไม่ใช้ [5] กับพวกเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งสามารถจัดหาได้จากอียูเท่านั้น

นอกจากนั้น จีนยังประกาศบังคับใช้ [6] ภาษี “ต่อต้านการทุ่มตลาด” (anti-dumping) กับสุราบรั่นดีที่นำเข้าจากอียู ขึ้นไปอยู่ที่อัตรา 34.9% เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมเป็นต้นไป

รัฐบาลจีนเอง ยังไม่ได้มีการยืนยันว่าการประชุมซัมมิตอียู-จีนจะสิ้นสุดลงเร็วกว่าที่เคยวางแผนกันเอาไว้หรือไม่ ขณะที่มีพวกผู้ออกความคิดเห็นทางสื่อ (คอมเมนเตเตอร์) ชาวจีนบางรายเสนอแนะว่า การประชุมซัมมิตที่มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกตัดให้สั้นลงนี้ ควรพิจารณาว่าคือการตอบโต้เอาคืนการที่อียูกดขี่บีฑาภาคเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ของจีน

“ในเดือนกรกฎาคม 2025 จีนได้เปิดฉากใช้มาตรการตอบโต้อียูอย่างประณีตบรรจง กล่าวคือ ดำเนินการตัดทอนซัมมิตอียู-จีนให้สั้นลง, จำกัดการซื้อหาเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ของยุโรป, และบังคับให้อัตราภาษีศุลกากรใหม่เอากับสุราบรั่นดี มันคือการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าความอดทนอดกลั้นของจีนได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว” หลี่ เหยียน (Li Yan) คอลัมนิสต์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ผู้คนซึ่งตั้งฐานอยู่ในนครหนานจิง (เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ทางภาคตะวันออกของแดนมังกร) กล่าวเช่นนี้ [7] ในข้อเขียนชิ้นหนึ่ง

“ในเมื่อการแข่งขันกันระหว่างจีนกับสหรัฐฯได้กลายเป็นธีมหลักของโลกทุกวันนี้ อียูจึงไม่สามารถที่จะแสดงบททำเป็นเอนเอียงเข้าข้างทั้งสองฝ่ายในระหว่างประเทศเจ้าของระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก 2 รายนี้ อย่างที่ได้เคยทำมาในอดีตได้อีกต่อไปแล้ว” หลี่ บอก

“อียูต้องการที่จะหาประโยชน์จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน และพยายามออกแรงกดดันจีนเพื่อสร้างแต้มสำหรับใช้ต่อรองทางการทูตขึ้นมา ในการเจรจาทางการค้าระหว่างอียู-สหรัฐฯ” เธอกล่าว “อย่างไรก็ดี ยุทธศาสตร์เช่นนี้ละเลยเพิกเฉยความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในประเทศจีน ซึ่งไม่ได้เป็นโรงงานของโลกที่เอาแต่มุ่งหาทางเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและเอาแต่กล้ำกลืนความโกรธแค้นของตนเอาไว้อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นมหาอำนาจระดับโลกรายหนึ่งที่มีทั้งความสามารถ, ความมุ่งมั่นตั้งใจ, และเครื่องไม้เครื่องมือ สำหรับปกป้องรักษาผลประโยชน์แห่งชาติของตนเอง”

เธอบอกว่าจุดยืนของปักกิ่งนั้นชัดเจนมาก นั่นคือ จีนมีความยินดีที่จะพูดจากัน แต่ก็ไม่ได้กลัวการเผชิญหน้ากันหรอก

การเจรจาการค้าอียู-สหรัฐฯ

ความสัมพันธ์อียู-จีนเปลี่ยนไปในทางย่ำแย่ลงเช่นนี้ ในห้วงเวลาเดียวกับที่อียูกับสหรัฐฯก็กำลังเจรจาเพื่อทำข้อตกลงการค้าระหว่างกัน ทั้งนี้หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรเพื่อการตอบโต้ เอากับทุกๆ ประเทศสำคัญๆ เมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งก็รวมถึงการขึ้นภาษีศุลกากรจากสินค้านำเข้าของอียูในอัตรา 20% แล้ว เขาก็ได้ยินยอมที่จะจัดเก็บภาษีศุลกากรอัตราพื้นฐานเพียง 10% จากประเทศเหล่านี้ไปก่อนเป็นเวลา 90 วันนับจากวันที่ 9 เมษายน

สื่อไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) ของสหราชอาณาจักร เคยรายงานเอาไว้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน [8] ว่า ทางอียูได้ยกเลิกการสนทนาเรื่องเศรษฐกิจและการค้ากับจีนที่วางแผนกันเอาไว้อย่างกะทันหัน โดยมีรายงานว่า อียูได้แสดงความกังวลทั้งเกี่ยวกับจุดยืนของจีนว่าด้วยสงครามของรัสเซียในยูเครน, กำแพงกีดกันการเข้าถึงตลาด, และความไม่สมดุลด้านการค้าโดยภาพรวม

“เมื่อตอนที่จู่ๆ อียู ก็ยกเลิกการสนทนาทางเศรษฐกิจและการค้าระดับสูงจีน-อียู ในวันที่ 17 มิถุนายนนั้น เหตุผลที่พวกเขาอ้างก็คือว่าไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องการเจรจาทางการค้า” ซือหม่า ผิงปัง (Sima Pingbang) คอลัมนิสต์ที่ตั้งฐานอยู่ในมณฑลซานซี กล่าว [9] ในข้อเขียนชิ้นหนึ่ง

“แต่ดูสิ่งที่อียูได้กระทำลงไปเมื่อเร็วๆ นี้เถอะ - ทั้งประกาศใช้ภาษีศุลกากรเพื่อการลงโทษในอัตรา 35.3% กับพวกยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของจีน, การจำกัดไม่ให้บริษัทจีนเข้าร่วมในการเสนอราคาเพื่อการจัดซื้อจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ของพวกเขา, การประโคมข่าวให้เอิกเกริกเกี่ยวกับการสอบสวนเรื่องการอุดหนุนผลิตภัณฑ์นม, และกระทั่งการแซงก์ชั่นแบงก์จีน 2 แห่งในข้อหา ‘กำลังช่วยเหลือรัสเซีย’” คอลัมนิสต์ผู้นี้แจกแจง

“การที่รัฐมนตรีต่างประเทศ หวัง อี้ ของจีน ไป ‘สนทนาเชิงยุทธศาสตร์’ ในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม จึงดูเหมือนกับการยื่นคำขาดต่ออียูเสียมากกว่า” เขากล่าว “คัลลาส บอกว่า อียูจะเตรียมการสำหรับการประชุมซัมมิตที่กำลังจะมีขึ้น แต่เธอไม่ยอมประนีประนอมเรื่องอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับรายการแซงก์ชั่นจีน ความอดทนอดกลั้นของจีนจึงหมดสิ้นลงในท้ายที่สุด”

ซือหม่า กล่าวต่อไปว่า เวลานี้อียูเข้าใจแล้วว่าความอดทนอดกลั้นของปักกิ่งนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับ “หุ้นส่วน” รายไหนก็ตามที่จ้องใช้มีดแทงจีนข้างหลัง เขาบอกว่า ยังคงมีเวลาอยู่บ้างก่อนที่จะถึงกำหนดประชุมซัมมิตอียู-จีน บางทีฝ่ายอียูอาจจะเปลี่ยนความคิดของพวกเขาก็ได้

นักวิจัยผู้หนึ่งจาก โชยอน อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (Choyon Information Technology) ของจีน อ้างอิงข้อมูลใน เมดเทค ยุโรป (MedTech Europe) ที่ระบุ [10] ว่า ยอดรวมการจัดซื้อสาธารณะทางการแพทย์ของอียูในปี 2024 อยู่ที่ 42,000 ล้านยูโร ในจำนวนนี้ 13,100 ล้านยูโร หรือ 31.2% มีความเกี่ยวข้องกับพวกซัปพลายเออร์ชาวจีน ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรกซึ่งมาจากจีน ได้แก่ MRI coils (ขดลวดเครื่อง MRT สำหรับถ่ายภาพอวัยวะด้วยระบบคอมพิวเตอร์) 35%, CT ระดับไฮเอนด์ 28%, และ cardiac interventional devices (อุปกรณ์สวนหัวใจและหลอดเลือด) 24%

นักวิจัยผู้นี้บอกว่า การหาทางเลือกอื่นๆ มาใช้แทนผลิตภัณฑ์จีนเหล่านี้ บริษัทยุโรปน่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอาจจะถึงระดับ 60% ทีเดียว ซึ่งจะตกเป็นเงินประมาณ 7,800 ล้านยูโร

สำหรับสุราบรั่นดี ตามตัวเลขในปี 2024 บรั่นดีฝรั่งเศสส่งออกไปยังจีนมีมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านยูโรต่อปี การขึ้นภาษีศุลกากรเพื่อการลงโทษในอัตรา 35.3% ของจีนแปลว่าจะต้องจ่ายค่าภาษีจำนวน 494 ล้านยูโร

ผู้สังเกตการณ์บางคนชี้ว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถือว่ามีความสำคัญต่ออียูและบริษัทต่างๆ ของพวกเขา ทว่ามันน้อยนิดเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับภาษีศุลกากรที่อียูจะต้องจ่ายให้สหรัฐฯถ้าหากการเจรจาการค้าอียู-สหรัฐฯล้มเหลวพังครืนลง

ในปี 2024 ยอดส่งออกรวมของอียูไปยังสหรัฐฯมีมูลค่าทั้งสิ้น 532,300 ล้านยูโร และทำให้ทางยุโรปได้เปรียบดุลการค้าอเมริกาอยู่ 198,000 ล้านยูโร

การที่สหรัฐฯจะขึ้นภาษีศุลกากรเอากับอียู หากอยู่ในอัตรา 10% จะทำให้ยุโรปต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 53,000 ล้านยูโรป ถ้าเป็น 20% ตัวเลขก็จะกลายเป็น 106,000 ล้านยูโร มีอยู่ช่วงหนึ่งทรัมป์ถึงขนาดข่มขู่ว่าจะขึ้นภาษีศุลกากรในอัตรา 50% (266,000 ล้านยูโร) ทีเดียว ถ้าอียูกล้าหือกล้าตอบโต้

ทรัมป์ได้ลงนาม [11[ ในคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับหนึ่งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ขยายกำหนดเส้นตายขึ้นภาษีสำหรับประเทศและดินแดนคู่ค้าส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถีงอียูด้วย ออกไปอีกเป็นวันที่ 1 สิงหาคม เขายังขู่พวกพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯในเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ว่า จะต้องเผชิญภาษีศุลกากรอัตรา 25%.ในเดือนหน้า หากพวกเขายังขืนไม่ยอมร่วมมือ

อียูนั้นแถลง [12] ในวันพุธ (9 ก.ค.) วาดหวังว่าจะสามารถเห็นชอบเรื่องกรอบข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯได้ภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้

เชิงอรรถ

[1] https://www.politico.eu/article/china-eu-summit-july-24-25/

[2] https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-07-03/china-set-to-cancel-part-of-eu-summit-in-latest-strain-on-ties

[3]https://www.fmprc.gov.cn/mfa_eng/wjbzhd/202507/t20250703_11664496.html

[4]https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3316875/china-tells-eu-it-cannot-afford-russian-loss-ukraine-war-sources-say

[5]https://www.google.com/search?q=China+45+million+yuan+procurement+EU+medical+devices&rlz=1C9BKJA_enGB1051GB1051&oq=China+45+million+yuan+procurement+EU+medical+devices&gs_lcrp=EgZjaHJvbWUyCQgAEEUYORigAdIBCTc4MDQzajBqN6gCFLACAeIDBBgBIF_xBb1rHFp44DIl8QW9axxaeOAyJQ&hl=en-GB&sourceid=chrome-mobile&ie=UTF-8

[6] https://www.france24.com/en/france/20250704-china-slaps-anti-dumping-tariffs-of-34-9-percent-on-eu-brandy

[7]https://baijiahao.baidu.com/s?id=1836970791864438827&wfr=spider&for=pc

[8] https://www.ft.com/content/81700fc4-8f23-4bec-87e9-59a83f215431

[9]https://baijiahao.baidu.com/s?id=1836949235213390988&wfr=spider&for=pc

[10]https://baijiahao.baidu.com/s?id=1834177257738505171&wfr=spider&for=pc

[11] https://edition.cnn.com/2025/07/07/economy/trump-letters-tariffs

[12] https://www.dw.com/en/eu-eyes-quick-trade-deal-as-trump-announces-more-tariffs/a-73218680

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...