จับตา! ผลประชุมกนง. วันนี้ ‘ศูนย์วิจัยกสิกรไทย’ คาดคงดอกเบี้ยระดับเดิมที่ 1.75%
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.52 น. • The Bangkok Insightจับตา! ผลประชุมกนง. วันนี้ "ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" คาดคงดอกเบี้ยระดับเดิมที่ 1.75% คาดปรับลดอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงครึ่งปีหลัง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 มิถุนายน 2568 นี้ คาด กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% หลังปรับลดมาแล้ว 0.50% ในปีนี้ เนื่องจาก กนง. คงรอประเมินผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทย โดย ณ ขณะนี้ สหรัฐยังคงชะลอการเก็บภาษีตอบโต้กับไทยรวมถึงประเทศอื่น ๆ ไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2568
อีกทั้ง คงต้องติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและทิศทางเงินเฟ้อของไทย เนื่องจากเงินเฟ้อของไทยมีความเชื่อมโยงค่อนข้างสูงกับราคาพลังงาน
ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ชะลอลงจากการประชุมในครั้งก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรักษาพื้นที่ทางนโยบายการเงิน (monetary policy space) สำหรับการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในจังหวะที่เหมาะสมและก่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในระยะข้างหน้า
นอกจากนี้ ธปท. มีการใช้นโยบายทางการเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะ "มาตรการคุณสู้เราช่วย" ซึ่งธปท. มองว่าอาจช่วยบรรเทาปัญหาหนี้ได้อย่างตรงจุด
ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยดังต่อไปนี้
- นโยบายภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ของสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนหลังสิ้นสุดการชะลอปรับขึ้นภาษี 90 วัน แต่คาดว่าจะเห็นส่งออกไทยมีแนวโน้มหดตัวลึกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากมีการเร่งส่งออกอย่างมากในช่วงก่อนหน้า
- จำนวนนักท่องเที่ยวมีโมเมนตัมอ่อนแรงลงตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา และยังคงไม่เห็นภาพการฟื้นตัว ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวในปีนี้เผชิญความเสี่ยงที่จะเห็นการหดตัวของนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี
- แรงกดดันเงินเฟ้อคาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางผลักดันราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้นชั่วคราว เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มชะลอลงประกอบกับมีการไหล่บ่าเข้ามาของสินค้านำเข้าราคาถูก
- ปัญหาด้านเสถียรภาพของรัฐบาลอาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณและแนวโน้มเศรษฐกิจ ส่งผลให้โอกาสที่กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้งนั้นมีมากขึ้น อย่างไรก็ดี จังหวะในการปรับลดดอกเบี้ยคงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ออกมาในระยะข้างหน้าเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การคัดเลือกผู้ว่าธปท. คนใหม่ ที่จะเริ่มเข้าดำรงตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2568 เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มนโยบายการเงินในไตรมาส 4/2568 ของปีนี้เป็นต้นไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ด่วน!! กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ลดดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.75% มีผลทันที
- เซอร์ไพรส์!! กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ‘ลดดอกเบี้ย’ 0.25% โดยให้มีผลทันที
- กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายระดับเดิมที่ 2.25% ตามคาด!
ติดตามเราได้ที่