โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แอมเนสตี้ แฉกัมพูชายับ! เบื้องหลัง 'ศูนย์สแกมเมอร์' ฝันร้ายเหยื่อค้ามนุษย์ ทำไมสั่งปิดไม่ได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 07.49 น.

แอมเนสตี้ แฉกัมพูชายับ! เบื้องหลัง ‘ศูนย์สแกมเมอร์’ ฝันร้ายเหยื่อค้ามนุษย์ ทำไมสั่งปิดไม่ได้

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน รอยเตอร์รายงานว่า องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่ข้อมูล โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลกัมพูชาปล่อยให้การเป็นทาสและการทรมานเกิดขึ้นในศูนย์สแกมเมอร์ที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

ข้อมูลดังกล่าวมาจากการลงพื้นของหน่วยงานแอมนาสตี้ที่ทำรายงานศึกษาศูนย์สแกมเมอร์กว่า 50 แห่งตลอด 18 เดือน และคำให้การผู้รอดชีวิตเผยรายละเอียดการค้ามนุษย์ การเป็นทาส และการบังคับใช้แรงงานที่กระทบผู้คนหลายพันราย รวมถึงข้อค้นพบชี้ถึงความเกี่ยวข้องของรัฐต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำโดยกลุ่มอาชญากรรมชาวจีน

แอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงการถูกหลอก ถูกจับค้ามนุษย์ และถูกกดขี่ ว่ามาจากเรื่องเล่าของผู้รอดชีวิตจากศูนย์เหล่านี้ เช่น ตนติดอยู่ในฝันร้าย เพราะถูกบังคับให้เข้าองค์กรอาชญากรรมที่กระทำการภายใต้ความยินยอมที่เห็นได้ชัดของรัฐบาลกัมพูชา

ข้อค้นพบของแอมเนสตี้บ่งชี้ถึงการประสานงานและอาจถึงขั้นสมรู้ร่วมคิดระหว่าง “หัวหน้าศูนย์ชาวจีน” กับ “ตำรวจกัมพูชา” ที่อยู่เบื้องหลังความล้มเหลวในการสั่งปิดศูนย์เหล่านี้ แม้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนสารพัดอยู่ภายใน

“งานวิจัยของแอมเนสตี้เปิดโปงวิกฤตการณ์ที่น่าหวาดกลัวนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กัมพูชาดำเนินการไม่มากพอในการปราบปราม ความล้มเหลวนี้ทำให้เครือข่ายอาชญากรรมที่แผ่ขยายข้ามพรมแดนเหิมเกริมยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนนับล้านได้รับผลกระทบจากการหลอกลวง” คาลามาร์ดระบุ

รายงานดังกล่าวทางแอมนาสตี้รวบรวมไว้ถึง 240 หน้า ระบุถึงศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 53 แห่งในกัมพูชา และสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต 58 คนจากแปดสัญชาติที่รวมเด็กจำนวน 9 คน

แอมเนสตี้ยังตรวจสอบบันทึกผู้เสียหายจากศูนย์เหล่านี้อีก 336 ราย โดยผู้ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวคือผู้ที่หลบหนีออกมาแล้วได้รับการช่วยเหลือ หรือครอบครัวจ่ายค่าไถ่ให้ปล่อยตัว

ลิซ่า (นามสมมติ) ผู้รอดชีวิตอายุ 18 ปี กล่าวว่า ตนหางานทำช่วงปิดเทอมที่ประเทศไทยก่อนถูกจับค้ามนุษย์ โดยนายหน้าบอกกับตนว่าจะให้ทำงานธุรการพร้อมส่งภาพโรงแรมที่มีสระว่ายน้ำมาให้ แถมค่าตอบแทนนั้นเป็นเงือนเดือนที่สูงมาก แต่เมื่อตนเดินลักลอบข้ามไปกัมพูชาตอนกลางคืน กลับถูกควบคุมตัวไว้กว่า 11 เดือน โดยมียามที่มีอาวุธครบคอยจับตา พร้อมบังคับให้ทำงานหลอกลวง ต่อมาตนพยายามหลบหนีแต่ไม่สำเร็จก็ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง

“มีผู้ชายอยู่สี่คน สามคนกดตัวหนูไว้ให้หัวหน้าใช้ท่อนเหล็กตีฝ่าเท้าหนู พวกมันบอกว่าถ้ายังร้องไม่หยุด มันจะตีจนกว่าจะเงียบ” ลิซ่าระบุ

รายงานของแอมเนสตี้พบว่า รัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แพร่กระจายในศูนย์สแกมเมอร์ ทั้งที่ได้รับแจ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายวิจัย เผยว่า ทางการกัมพูชารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นในศูนย์สแกมเมอร์ แต่กลับปล่อยให้ดำเนินต่อไป ข้อค้นพบเผยให้เห็นรูปแบบความล้มเหลวของรัฐที่เอื้อให้อาชญากรรมเฟื่องฟู และทำให้เกิดคำถามต่อแรงจูงใจของรัฐบาล (กัมพูชา)

รัฐบาลกัมพูชาอ้างว่ากำลังแก้ปัญหาวิกฤตสแกมเมอร์ผ่านคณะกรรมการต่อต้านการค้ามนุษย์กัมพูชา (NCCT) และคณะทำงานระดับกระทรวงหลายชุดที่ควบคุมตำรวจในการ “ช่วยเหลือ” เหยื่อจากศูนย์สแกมเมอร์หลายครั้ง

ศูนย์สแกมเมอร์กว่า 2 ใน 3 ที่ระบุในรายงานยังคงดำเนินการอยู่ แม้ถูกตำรวจบุกและ “ช่วยเหลือ” แล้ว รวมถึงมีสื่อรายงานอย่างกว้างขวาง ว่าศูนย์แห่งหนึ่งในอำเภอโบตุมซาโกร์นั้นลอบค้ามนุษย์ แม้ตำรวจเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเหยื่อหลายครั้ง สถานที่ดังกล่าวก็ยังดำเนินการอยู่

ขณะเดียวกัน ทางการกัมพูชากลับพุ่งเป้าไปที่ผู้เปิดโปงปัญหาศูนย์สแกมเมอร์ มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสื่อหลายรายที่ทำข่าวนี้ถูกจับกุม ขณะเดียวกันยังมีนิตยสารข่าว Voice of Democracy ที่ถูกสั่งปิดในปี 2566 เพื่อตอบโต้การรายงานเรื่องวิกฤตสแกมเมอร์

“รัฐบาลกัมพูชาสามารถหยุดการละเมิดเหล่านี้ได้ แต่เลือกที่จะไม่ทำ การแทรกแซงของตำรวจที่บันทึกไว้ดูจะเป็นเพียง ‘การสร้างภาพ’ เท่านั้น” เฟร์เรอร์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้รอดชีวิตที่แอมเนสตี้สัมภาษณ์มาจากจีน ไทย มาเลเซีย บังกลาเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเอธิโอเปีย นอกจากนี้ แอมเนสตี้ยังมีบันทึกของผู้เสียหายอีกหลายร้อยคนจากอินเดีย เคนยา เนปาล และฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศอื่นๆ

แอมนาสตี้เรียกร้องให้ทางการกัมพูชารับประกันว่าจะไม่มีผู้หางานคนใดถูกค้ามนุษย์เข้าสู่ประเทศเพื่อเผชิญการทรมาน การเป็นทาส หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นใดอีก

โดยกัมพูชาต้องเร่งสืบสวนและปิดศูนย์สแกมเมอร์ทั้งหมด พร้อมระบุตัว ช่วยเหลือ และคุ้มครองเหยื่ออย่างเหมาะสม เพราะการเป็นทาสจะเติบโตได้เมื่อรัฐบาลเมินเฉย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่กำลังเขียนรายงานเรื่องข้างต้น ผู้สื่อข่าวได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่คาดว่าเป็นมิจฉาชีพ สะท้อนถึงปัญหาข้างต้นที่กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาคมโลก

อ่านฉบับเต็มได้ที่ : https://www.amnesty.or.th/news/2025/06/cambodia-government-allows-slavery-torture-flourish-inside-scamming-compounds/

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอมเนสตี้ แฉกัมพูชายับ! เบื้องหลัง ‘ศูนย์สแกมเมอร์’ ฝันร้ายเหยื่อค้ามนุษย์ ทำไมสั่งปิดไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...