แอมเนสตี้ แฉกัมพูชายับ! เบื้องหลัง 'ศูนย์สแกมเมอร์' ฝันร้ายเหยื่อค้ามนุษย์ ทำไมสั่งปิดไม่ได้
แอมเนสตี้ แฉกัมพูชายับ! เบื้องหลัง ‘ศูนย์สแกมเมอร์’ ฝันร้ายเหยื่อค้ามนุษย์ ทำไมสั่งปิดไม่ได้
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน รอยเตอร์รายงานว่า องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่ข้อมูล โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลกัมพูชาปล่อยให้การเป็นทาสและการทรมานเกิดขึ้นในศูนย์สแกมเมอร์ที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการลงพื้นของหน่วยงานแอมนาสตี้ที่ทำรายงานศึกษาศูนย์สแกมเมอร์กว่า 50 แห่งตลอด 18 เดือน และคำให้การผู้รอดชีวิตเผยรายละเอียดการค้ามนุษย์ การเป็นทาส และการบังคับใช้แรงงานที่กระทบผู้คนหลายพันราย รวมถึงข้อค้นพบชี้ถึงความเกี่ยวข้องของรัฐต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำโดยกลุ่มอาชญากรรมชาวจีน
แอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงการถูกหลอก ถูกจับค้ามนุษย์ และถูกกดขี่ ว่ามาจากเรื่องเล่าของผู้รอดชีวิตจากศูนย์เหล่านี้ เช่น ตนติดอยู่ในฝันร้าย เพราะถูกบังคับให้เข้าองค์กรอาชญากรรมที่กระทำการภายใต้ความยินยอมที่เห็นได้ชัดของรัฐบาลกัมพูชา
ข้อค้นพบของแอมเนสตี้บ่งชี้ถึงการประสานงานและอาจถึงขั้นสมรู้ร่วมคิดระหว่าง “หัวหน้าศูนย์ชาวจีน” กับ “ตำรวจกัมพูชา” ที่อยู่เบื้องหลังความล้มเหลวในการสั่งปิดศูนย์เหล่านี้ แม้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนสารพัดอยู่ภายใน
“งานวิจัยของแอมเนสตี้เปิดโปงวิกฤตการณ์ที่น่าหวาดกลัวนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กัมพูชาดำเนินการไม่มากพอในการปราบปราม ความล้มเหลวนี้ทำให้เครือข่ายอาชญากรรมที่แผ่ขยายข้ามพรมแดนเหิมเกริมยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนนับล้านได้รับผลกระทบจากการหลอกลวง” คาลามาร์ดระบุ
รายงานดังกล่าวทางแอมนาสตี้รวบรวมไว้ถึง 240 หน้า ระบุถึงศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 53 แห่งในกัมพูชา และสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต 58 คนจากแปดสัญชาติที่รวมเด็กจำนวน 9 คน
แอมเนสตี้ยังตรวจสอบบันทึกผู้เสียหายจากศูนย์เหล่านี้อีก 336 ราย โดยผู้ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวคือผู้ที่หลบหนีออกมาแล้วได้รับการช่วยเหลือ หรือครอบครัวจ่ายค่าไถ่ให้ปล่อยตัว
ลิซ่า (นามสมมติ) ผู้รอดชีวิตอายุ 18 ปี กล่าวว่า ตนหางานทำช่วงปิดเทอมที่ประเทศไทยก่อนถูกจับค้ามนุษย์ โดยนายหน้าบอกกับตนว่าจะให้ทำงานธุรการพร้อมส่งภาพโรงแรมที่มีสระว่ายน้ำมาให้ แถมค่าตอบแทนนั้นเป็นเงือนเดือนที่สูงมาก แต่เมื่อตนเดินลักลอบข้ามไปกัมพูชาตอนกลางคืน กลับถูกควบคุมตัวไว้กว่า 11 เดือน โดยมียามที่มีอาวุธครบคอยจับตา พร้อมบังคับให้ทำงานหลอกลวง ต่อมาตนพยายามหลบหนีแต่ไม่สำเร็จก็ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง
“มีผู้ชายอยู่สี่คน สามคนกดตัวหนูไว้ให้หัวหน้าใช้ท่อนเหล็กตีฝ่าเท้าหนู พวกมันบอกว่าถ้ายังร้องไม่หยุด มันจะตีจนกว่าจะเงียบ” ลิซ่าระบุ
รายงานของแอมเนสตี้พบว่า รัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แพร่กระจายในศูนย์สแกมเมอร์ ทั้งที่ได้รับแจ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายวิจัย เผยว่า ทางการกัมพูชารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นในศูนย์สแกมเมอร์ แต่กลับปล่อยให้ดำเนินต่อไป ข้อค้นพบเผยให้เห็นรูปแบบความล้มเหลวของรัฐที่เอื้อให้อาชญากรรมเฟื่องฟู และทำให้เกิดคำถามต่อแรงจูงใจของรัฐบาล (กัมพูชา)
รัฐบาลกัมพูชาอ้างว่ากำลังแก้ปัญหาวิกฤตสแกมเมอร์ผ่านคณะกรรมการต่อต้านการค้ามนุษย์กัมพูชา (NCCT) และคณะทำงานระดับกระทรวงหลายชุดที่ควบคุมตำรวจในการ “ช่วยเหลือ” เหยื่อจากศูนย์สแกมเมอร์หลายครั้ง
ศูนย์สแกมเมอร์กว่า 2 ใน 3 ที่ระบุในรายงานยังคงดำเนินการอยู่ แม้ถูกตำรวจบุกและ “ช่วยเหลือ” แล้ว รวมถึงมีสื่อรายงานอย่างกว้างขวาง ว่าศูนย์แห่งหนึ่งในอำเภอโบตุมซาโกร์นั้นลอบค้ามนุษย์ แม้ตำรวจเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเหยื่อหลายครั้ง สถานที่ดังกล่าวก็ยังดำเนินการอยู่
ขณะเดียวกัน ทางการกัมพูชากลับพุ่งเป้าไปที่ผู้เปิดโปงปัญหาศูนย์สแกมเมอร์ มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสื่อหลายรายที่ทำข่าวนี้ถูกจับกุม ขณะเดียวกันยังมีนิตยสารข่าว Voice of Democracy ที่ถูกสั่งปิดในปี 2566 เพื่อตอบโต้การรายงานเรื่องวิกฤตสแกมเมอร์
“รัฐบาลกัมพูชาสามารถหยุดการละเมิดเหล่านี้ได้ แต่เลือกที่จะไม่ทำ การแทรกแซงของตำรวจที่บันทึกไว้ดูจะเป็นเพียง ‘การสร้างภาพ’ เท่านั้น” เฟร์เรอร์กล่าว
ทั้งนี้ ผู้รอดชีวิตที่แอมเนสตี้สัมภาษณ์มาจากจีน ไทย มาเลเซีย บังกลาเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเอธิโอเปีย นอกจากนี้ แอมเนสตี้ยังมีบันทึกของผู้เสียหายอีกหลายร้อยคนจากอินเดีย เคนยา เนปาล และฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศอื่นๆ
แอมนาสตี้เรียกร้องให้ทางการกัมพูชารับประกันว่าจะไม่มีผู้หางานคนใดถูกค้ามนุษย์เข้าสู่ประเทศเพื่อเผชิญการทรมาน การเป็นทาส หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นใดอีก
โดยกัมพูชาต้องเร่งสืบสวนและปิดศูนย์สแกมเมอร์ทั้งหมด พร้อมระบุตัว ช่วยเหลือ และคุ้มครองเหยื่ออย่างเหมาะสม เพราะการเป็นทาสจะเติบโตได้เมื่อรัฐบาลเมินเฉย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่กำลังเขียนรายงานเรื่องข้างต้น ผู้สื่อข่าวได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่คาดว่าเป็นมิจฉาชีพ สะท้อนถึงปัญหาข้างต้นที่กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาคมโลก
อ่านฉบับเต็มได้ที่ : https://www.amnesty.or.th/news/2025/06/cambodia-government-allows-slavery-torture-flourish-inside-scamming-compounds/
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอมเนสตี้ แฉกัมพูชายับ! เบื้องหลัง ‘ศูนย์สแกมเมอร์’ ฝันร้ายเหยื่อค้ามนุษย์ ทำไมสั่งปิดไม่ได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th