โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

'เห็นต่าง' แถลงการณ์สมาคมสื่อฯ กรณีถ่ายภาพและเผยแพร่ใบหน้าสื่อมวลชน ถึงเวลาสื่อต้องปรับการทำงาน?

VoiceTV

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 01.44 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง การกระทำที่เข้าข่ายคุกคามสื่อมวลชน ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยระบุในแถลงการณ์ว่า

สมาคมนักข่าวฯ แถลงการณ์ เตือนทีมงานนายกฯ กรณีถ่ายภาพและเผยแพร่ใบหน้าสื่อมวลชนที่ตั้งคำถามปมพิพาท ‘ไทย-กัมพูชา’ อาจเข้าข่ายคุกคาม สร้างบรรยากาศแห่งความกลัว หวังให้รัฐบาล เคารพเสรีภาพสื่อ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำหน้าที่อย่างปลอดภัย

สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวว่า ทีมงานด้านภาพลักษณ์และสื่อสังคมออนไลน์ของนายกรัฐมนตรีได้บันทึกภาพสื่อมวลชนขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งคำถามต่อน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยต่อมา ภาพใบหน้าของผู้สื่อข่าวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และปรากฏว่าถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มผู้สนับสนุนนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายกรัฐมนตรีแสดงปฏิกิริยาไม่พึงพอใจต่อคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นเดียวกัน ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความกังวลใจต่อบรรยากาศในการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล

สมาคมนักข่าวฯ ขอแสดงความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำที่อาจเป็นการคุกคามต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยมีข้อสังเกต ดังนี้

1. การบันทึกภาพสื่อมวลชนเฉพาะเจาะจงระหว่างการตั้งคำถามต่อผู้บริหารประเทศ และการเผยแพร่ภาพดังกล่าวต่อสาธารณะ อาจถูกมองว่าเป็นการกดดันหรือข่มขู่ ซึ่งกระทบต่อบรรยากาศการทำงานของสื่อมวลชน และบั่นทอนหลักเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารและการตั้งคำถามอันเป็นหัวใจของวิชาชีพในระบอบประชาธิปไตย

2. พฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดบรรยากาศความหวาดกลัวในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ โดยเฉพาะในการสอบถามประเด็นอ่อนไหวที่ประชาชนให้ความสนใจและต้องการคำชี้แจงจากรัฐบาล

3. สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ทีมงานนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หยุดพฤติกรรมที่อาจถูกตีความว่าเป็นการคุกคามสื่อมวลชน และขอให้รัฐบาลส่งเสริมเสรีภาพสื่อโดยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นอิสระในการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน

สมาคมนักข่าวฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับบทบาทของสื่อในฐานะกลไกตรวจสอบและกระบอกเสียงของประชาชน พร้อมทั้งขอให้ทุกฝ่ายเคารพเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานของสื่อมวลชนอย่างมีคุณภาพและเป็นอิสระ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

11 มิถุนายน 2568

เมื่อแถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณะ ประชาชนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของสื่อในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในแฟนเพจเฟซบุ๊กของ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย Thai Journalists Association ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ 'เห็นต่าง' การจากแถลงสมาคมนักข่าวฯ อาทิ

อ่านความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ใน เฟซบุ๊กของ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย Thai Journalists Association

นอกจากนี้ยังมีความเห็น ผ่านสื่อโซเซียลมีเดียต่อแถลงการ และการทำหน้าที่ของสื่อในปัจจุบันอีก เช่นสุภัตรา ภูมิประภาส นักแปลและอดีตนักข่าวได้แสดงความเห็นผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า

เห็นงานแถลงข่าวประชุม ครม. ประจำสัปดาห์ทุกครั้ง ก็อดแปลกใจไม่ได้ทุกครั้งค่ะ ว่าเมื่อไรทำเนียบจะตั้งไมโครโฟนให้นักข่าวสักที ไม่น่ามีอะไรยากเลย

ขอแนะนำให้ทำเนียบรัฐบาลส่งทีมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ไปดูงานที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) ค่ะ และถ้าเชิญนักข่าวทำเนียบไปดูพร้อมกันเลยก็จะดีมากค่ะ

ที่ FCCT เวลามีการจัดเวที หรืองานแถลงข่าวอะไรก็ตาม เขาจะตั้งไมโครโฟนไว้สำหรับผู้สื่อข่าวหรือผู้มาร่วมงาน ที่ต้องการถาม พอผู้พูดบนเวทีทุกคนพูดจบแล้ว เขาก็จะเปิดฟลอร์สำหรับคำถามค่ะ

ผู้สื่อข่าวหรือใครก็ตามที่มีคำถาม จะเดินไปรอคิวที่ไมโครโฟนที่จัดไว้ให้ คนถามจะแจ้งชื่อและสังกัดอย่างผ่าเผยค่ะ เมื่อถามจบก็ยืนรอฟังคำตอบจนจบ จากนั้นคนต่อไปก็จะทำแบบเดียวกัน คนร่วมงานก็จะได้ยินชัดเจนทั้งคำถามและคำตอบ ไม่ต้องมาเงี่ยหูฟังคำถามจากไกลๆ ไม่ผ่านไมค์แบบงานแถลงข่าวประชุม ครม. ประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบ

และเมื่อถาม-ตอบจบแล้ว นักข่าวแต่ละสำนักจะแยกย้ายกันไปเขียนข่าวค่ะ จบเป็นจบ ไม่มีใครมาตะโกนถามตามหลังกันอีก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...