โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : รู้ก่อนสมัครเรียน! ทำความรู้จักโรงเรียน 6 ประเภทในไทย

Dek-D.com

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 11.33 น. • DEK-D.com
เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : รู้ก่อนสมัครเรียน! ทำความรู้จักโรงเรียน 6 ประเภทในไทย

มารู้จักโรงเรียน 6 ประเภทในไทย รู้ไว้ก่อนสมัครเรียน!

การจะก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เติบโตอย่างมั่นคงได้นั้น นอกจากพ่อแม่และครอบครัวจะเป็นรากฐานสำคัญแล้ว“โรงเรียน” ยังเป็นปัจจัยหลักที่มีบทบาทในการหล่อหลอม ขัดเกลา ฝึกฝน เด็กแต่ละคนให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต คอลัมน์‘เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน’ จะมาแนะนำโรงเรียนทั้ง 6 ประเภทในประเทศไทย เพื่อให้พ่อแม่ รวมถึงน้องๆ ได้พิจารณาก่อนตัดสินใจสมัครเรียนกันค่ะ

1. โรงเรียนรัฐบาล

โรงเรียนรัฐบาล คือโรงเรียนที่จัดตั้งและดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีหลายสังกัด เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพม.) ฯลฯ

โรงเรียนรัฐบาลมักเป็นตัวเลือกแรกๆ ของผู้ปกครอง ที่อยากให้ลูกเข้าเรียน ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง และตั้งอยู่ใกล้บ้าน แต่ก็มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะโรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนชั้นนำของประเทศ

หลักสูตรของโรงเรียนรัฐบาล

  • ยึดตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นหลักสูตรแกนกลางมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
  • หลักสูตรจะต่างกันตามประเภทห้องเรียน เช่น Gifted, English Program ซึ่งมีให้เลือกในเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ เช่น โรงเรียนประจำจังหวัด โรงเรียนชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของประเทศ
  • ห้องเรียนพิเศษอย่าง Gifted จะมีเนื้อหาการเรียนที่เข้มข้นกว่าห้องเรียนทั่วไป ส่วน English Program การเรียนการสอนทั้งหมดจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ยกเว้นวิชาภาษาไทย

ค่าเทอมของโรงเรียนรัฐบาล

  • สำหรับค่าเทอมโรงเรียนรัฐบาลจะขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของโรงเรียน และประเภทห้องเรียน
  • บางโรงเรียนไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ห้องเรียนทั่วไป อยู่ระหว่าง 3,000 – 6,000 บาทต่อปี
  • ห้องเรียนพิเศษ เช่น Gifted, English Program ฯลฯ อยู่ระหว่าง 15,000 – 50,000 บาทต่อปี

จุดเด่นของโรงเรียนรัฐบาล

  • โรงเรียนรัฐบาลเป็นโรงเรียนที่มีอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • มีโรงเรียนชั้นนำที่มีการแข่งขันสูงและคุณภาพดีเทียบเท่าเอกชน เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
  • มีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเข้มงวด ช่วยฝึกวินัยและความเป็นระเบียบได้
  • มีสังคมหลากหลาย เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้และปรับตัวในสังคมที่หลากหลาย

ข้อสังเกตของโรงเรียนรัฐบาล

  • โดยส่วนใหญ่มีนักเรียนจำนวนมาก คือ ประมาณ 40-50 คนต่อครูประจำชั้น 1 ท่าน
  • จำนวนทรัพยากร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนไม่เพียงพอกับนักเรียน
  • โรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากจะมีอัตราการแข่งขันสูงในการสอบเข้ามากเช่นกัน ทำให้รับนักเรียนได้จำนวนจำกัด

2. โรงเรียนเอกชน

โรงเรียนเอกชน เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งและดำเนินการโดยบุคคลหรือองค์กรภาคเอกชน ซึ่งการจัดตั้งโรงเรียนเอกชนต้องได้รับการรับรองและควบคุมจากกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้กำกับของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

นอกจากนี้ โรงเรียนเอกชนยังรวมถึงโรงเรียนในกลุ่มโรงเรียนคาทอลิกหรือโรงเรียนคริสต์ซึ่งมีพื้นฐานมาจากศาสนาคริสต์ และมักแยกเป็นโรงเรียนชายล้วน-โรงเรียนหญิงล้วนชัดเจน แต่ไม่ได้บังคับให้นักเรียนนับถือศาสนาคริสต์หรือเปลี่ยนศาสนาแต่อย่างใด

หลักสูตรของโรงเรียนเอกชน

  • โรงเรียนเอกชนจะใช้หลักสูตรอิงกระทรวงศึกษาธิการ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการและวิธีการสอนตามแนวทางของแต่ละโรงเรียน

ค่าเทอมของโรงเรียนเอกชน

  • ค่าเทอมของโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนคาทอลิกจะอยู่ในระดับสูง ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือกเรียน
  • หลักสูตรปกติทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 20,000 – 60,000 บาทต่อปี
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ อยู่ระหว่าง 80,000 บาท - 90,000 บาทต่อปี
  • บางโรงเรียนมีหลักสูตรกึ่งนานาชาติ ทำให้มีค่าเทอมสูงขึ้นตามมาตรฐานหลักสูตร

จุดเด่นของโรงเรียนเอกชน

  • หลักสูตรมีความเข้มข้น และมีทางเลือกหลักสูตรที่หลากหลายกว่าโรงเรียนรัฐบาล
  • อุปกรณ์การเรียน และสื่อการสอนทันสมัย
  • มีสภาพแวดล้อมที่ดี และปลอดภัย
  • ปูพื้นฐานภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน ทำให้เด็กมีภาษาที่สองติดตัว
  • มีขนาดชั้นเรียนที่เล็ก ทำให้ครูสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
  • โรงเรียนเอกชนและคาทอลิกมีเครือข่ายโรงเรียนที่แข็งแรง เช่น โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ฯลฯ

ข้อสังเกตของโรงเรียนเอกชน

  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงเรียนรัฐบาล และอาจมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่ากิจกรรม ค่าหนังสือ ฯลฯ ที่เพิ่มภาระผู้ปกครอง
  • บางโรงเรียนอาจมีการจัดสอบคัดเลือกคล้ายกับการสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาล เพื่อวัดศักยภาพทางวิชาการ

อ่านรีวิวโรงเรียนเพิ่มเติมได้ที่

ระบบเรียนแบบ Track 'กรุงเทพคริสเตียน' รูปแบบการเรียนที่ช่วยให้เด็กค้นหาตัวเอง สู่คณะที่ชอบ อนาคตที่ใช่https://www.dek-d.com/education/61958/


3. โรงเรียนสาธิต

โรงเรียนสาธิต เป็นโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การดูแลของคณะศึกษาศาสตร์ หรือคณะครุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งเช่น สาธิตจุฬาฯ สาธิตมศว สาธิตมธ. ฯลฯ มีทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยที่อยู่ในสังกัด ใช้เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยงานต่างๆ และเป็นสถานที่ฝึกการปฏิบัติงานของนิสิตครูก่อนจะสำเร็จการศึกษา

หลักสูตรของโรงเรียนสาธิต

  • การเรียนการสอนยังคงอยู่ภายใต้หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ แต่โรงเรียนสาธิตจะมีอิสระในการพัฒนาหลักสูตรของตัวเองด้วย

ค่าเทอมของโรงเรียนสาธิต

  • ค่าเทอมอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง ประมาณ 25,000 - 60,000 บาทต่อปี

จุดเด่นของโรงเรียนสาธิต

  • อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยต่างๆ
  • มีแนวทางการเรียนรู้หลากหลายศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง โดยที่นักเรียนสามารถออกแบบการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ เช่น สาธิตจุฬาฯ มีวิชาเลือกมากกว่า 100 วิชา
  • มีนวัตกรรมการสอนรูปแบบใหม่ๆ เช่น การเรียนรู้แบบ Active Learning, การเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-Based Learning)
  • ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการคิดวิเคราะห์ ไม่เน้นท่องจำอย่างเดียว
  • มีวิธีการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่างจากโรงเรียนรัฐบาล เช่น ประเมินผ่านความสามารถ หรือพัฒนาการของตัวผู้เรียน (Competency based) ด้วยการสังเกตการณ์, ถามตอบในห้องเรียน, ทำโปรเจกต์ ฯลฯ

ข้อสังเกตของโรงเรียนสาธิต

  • โรงเรียนสาธิตมักรับเด็กเข้าศึกษาจำนวนจำกัด เพื่อประสิทธิภาพในการเรียน
  • การแข่งขันสอบเข้าสูงมาก บางแห่งมีอัตราการแข่งขัน 1:20 หรือมากกว่านั้น
  • บางโรงเรียนเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาเท่านั้น

อ่านรีวิวโรงเรียนเพิ่มเติมได้ที่

สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ : พื้นที่แห่งเสรีภาพ เพื่อสร้างพลเมืองโลกที่เคารพความต่างhttps://www.dek-d.com/education/62121/


4. โรงเรียนทางเลือก

โรงเรียนทางเลือก คือ โรงเรียนที่มีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างจากระบบการศึกษาแบบดั้งเดิม เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านการลงมือทำจริง และการตั้งคำถามมากกว่าท่องจำ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา มากกว่าการเน้นเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการหรือการสอบแข่งขัน

หลักสูตรของโรงเรียนทางเลือก

  • หลักสูตรของโรงเรียนทางเลือกอยู่ภายใต้กรอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
  • โรงเรียนทางเลือกแต่ละโรงเรียนจะมีเอกลักษณ์ และแนวทางการสอนที่หลากหลายขึ้นอยู่กับแนวคิดของโรงเรียนว่าต้องการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างไร เช่น บางโรงเรียนสอนนักเรียนด้วยการทำโปรเจกต์ต่างๆ (Project Approach)

ค่าเทอมของโรงเรียนทางเลือก

  • ค่าเทอมของโรงเรียนทางเลือกนี้จะอยู่ระหว่าง 30,000 - 150,000 บาทต่อปี
  • บางโรงเรียนมีการเรียนการสอน 2 เทอม แต่บางโรงเรียนอาจมีการเรียนการสอนถึง 3 เทอม

จุดเด่นของโรงเรียนทางเลือก

  • การเรียนการสอนไม่เน้นท่องจำ เน้นการเรียนรู้นอกห้องเรียน
  • เน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ จากการลงมือปฏิบัติจริง
  • เนื้อหาการเรียนการสอนจะมีลักษณะยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนตามความสนใจของเด็ก
  • มีการเสริมวิชาที่เป็นทักษะชีวิตที่สามารถนำความรู้ประยุกต์ใช้ได้จริง

ขัอสังเกตของโรงเรียนทางเลือก

  • โรงเรียนทางเลือกส่วนใหญ่จะมีค่าเทอมที่สูง รับนักเรียนจำนวนจำกัด
  • บางโรงเรียนมีแนวทางเฉพาะที่อาจไม่เหมาะกับเด็กทุกคน

อ่านรีวิวโรงเรียนเพิ่มเติมได้ที่

เพลินพัฒนา : เรียนอย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จhttps://www.dek-d.com/education/62558/


5. โรงเรียนสองภาษา

โรงเรียนสองภาษา (Bilingual school) คือ โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กสามารถเข้าใจเนื้อหาวิชาการในทั้งสองภาษา และสามารถสื่อสารได้ดีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

หลักสูตรของโรงเรียนสองภาษา

  • ใช้หลักสูตรการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
  • โดยแต่ละโรงเรียนจะมีสัดส่วนการสอนเป็นภาษาอังกฤษแตกต่างกันไปตามจำนวนขั้นต่ำที่กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดไว้
  • บางโรงเรียนมีการบูรณาการร่วมกับหลักสูตรต่างประเทศ

ค่าเทอมของโรงเรียนสองภาษา

  • ค่าเทอมของโรงเรียนสองภาษา อยู่ระหว่าง 70,000 - 150,000 บาทต่อปี

จุดเด่นของโรงเรียนสองภาษา

  • การเรียนการสอนใช้ภาษาไทยควบคู่กับภาษาต่างประเทศ
  • เด็กเรียนรู้ด้วยภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ตั้งแต่เริ่มต้น
  • ได้เรียนกับครูเจ้าของภาษา (Native Speaker) โดยตรง
  • ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายทั้งไทย และสากล
  • บางโรงเรียนมีการสอนภาษาที่ 3 ควบคู่ไปด้วย เช่น ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น

ข้อสังเกตของโรงเรียนสองภาษา

  • บางโรงเรียนอาจใช้การสื่อสารเป็นภาษาไทยมากกว่าภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น เนื่องจากครูผู้สอนบางท่านอาจไม่ใช่เจ้าของภาษาโดยตรง และนักเรียนส่วนใหญ่เป็นคนไทย

6. โรงเรียนนานาชาติ

โรงเรียนนานาชาติ เป็นโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ หลักสูตรต่างประเทศ และใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นให้นักเรียนมีความสามารถทางวิชาการในระดับสากล และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว

หลักสูตรของโรงเรียนนานาชาติ

  • หลักสูตรต่างประเทศ เช่น American Curriculum, British Curriculum, International Baccalaureate (IB) ฯลฯ

ค่าเทอมของโรงเรียนนานาชาติ

  • ค่าเทอมอยู่ในระดับที่สูง อยู่ระหว่าง 200,000 - 1,500,000 บาทต่อปี

จุดเด่นของโรงเรียนนานาชาติ

  • หลักสูตรมาตรฐานสากล ได้รับการยอมรับทั่วโลก
  • อุปกรณ์การเรียนครบครัน สื่อการสอนทันสมัย
  • ครูผู้สอนเป็นครูเจ้าของภาษา และมีครูผู้ช่วยเป็นครูไทย แต่ใช้การสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก
  • เรียนวันละไม่เกิน 4-5 วิชา เน้นพัฒนาทักษะชีวิต และ Soft Skills
  • มีกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยส่งเสริมทักษะต่างๆ ตามความสนใจ เช่น กีฬา ดนตรี ศิลปะ ฯลฯ
  • นักเรียนต่อห้องเรียนน้อย ประมาณ 15-20 คน ทำให้ครูสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง
  • เพิ่มโอกาสเรียนต่อต่างประเทศ

ข้อสังเกตของโรงเรียนนานาชาติ

  • วิชาภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และประวัติศาสตร์ไทย จะใช้หลักสูตรที่จัดทำขึ้นสำหรับโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งง่ายกว่าหลักสูตรของโรงเรียนไทยในรูปแบบอื่น

อ่านรีวิวโรงเรียนเพิ่มเติมได้ที่

King’s Bangkok: สร้างเด็กให้เติบโตไปใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในสังคมhttps://www.dek-d.com/education/62260/

จะได้เห็นว่า โรงเรียนแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียที่ความแตกต่างกันในเรื่องของหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน ค่าเทอม ความเข้มข้นของเนื้อหา สภาพแวดล้อมการเรียนที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนที่พ่อแม่หรือน้องๆ จะตัดสินใจเลือกโรงเรียน ควรศึกษาถึงระบบการเรียนของโรงเรียนแต่ละเบบ รวมถึงความพร้อมและความถนัดของผู้เรียน เพื่อเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมกับเด็ก และตรงตามความต้องการของพ่อแม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...