โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ค่าเงินบาทผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอน การเมืองในประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.51 น.

ค่าเงินบาทผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง สั่ง “แพทองธาร” นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ ปมคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 32.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (30/6) ที่ระดับ 32.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ระดับ 96.50 เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรา สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันจากความกังวลว่ารัฐบาลสหรัฐอาจเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณ

รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกัยข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ และประเทศคู่ค้ารายใหญ่ ซึ่งนักลงทุนต่างจับตาการลงมติร่างกฎหมายการปรับลดภาษีและการใช้จ่ายขนานใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวุฒิสภา โดยหากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ร่างกฎหมายดังกล่าวก็จะถูกส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เพื่อให้การอนุมัติต่อไป ก่อนที่จะส่งทรัมป์ลงนามเป็นกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า การปรับลดอัตราภาษีครั้งใหม่จะทำให้รัฐบาลมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นอีก 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์

ทรมป์กดดันเฟดลดดอกเบี้ย

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีกระแสคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า หลังทรัมป์กดดันเฟดให้ผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยได้ส่งรายการอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก ให้กับเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด พร้อมเขียนข้อความด้วยลายมือตนเองกำกับไว้ว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ควรจะอยู่ระหว่าง 0.5% ของญี่ปุ่นและ 1.75% ของเดนมาร์ก และบอกพาวเวลล์ว่า “ช้าไปอีกตามเคย”

โดยนักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดต่อไป ในส่วนของข้อตกลงทางการค้า ทางสหราชอาณาจักรและสหรัฐเริ่มบังคับใช้ข้อตกลงทางการค้าระหว่างกันแล้วในวันจันทร์ที่ผ่านมา (30/6) ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับลดภาษีรถยนต์ที่นำเข้าจากสหราชอาณาจักรลงจากระดับ 25% สู่ระดับ 10% ขณะเดียวกัน สหรัฐและจีนได้บรรลุข้อตกลงในการเร่งรัดการส่งออกแร่หายากจากจีนมายังสหรัฐ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 ก.ค.

ปัจจัยการเมืองในประเทศ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (1/7) ศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมปรึกษาคดีที่นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ยื่นคำร้องของ 36 สว.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นางสาวแพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย จากกรณีคลิปเสียงสนทนาเรื่องข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 13.10 ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็ว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (4) โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งผู้ร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 54

ซึ่งคำขอให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีนั้น มีมติโดยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เห็นว่า ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 82 วรรคสอง มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี นับแต่วันที่ 1 ก.ค. 2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องทราบ ส่งผลให้ค่าเงินบาทขณะนั้นปรับตัวอ่อนค่าแตะระดับแนวต้านที่ 32.60 ทันทีหลังการประกาศผลพิจารณาคดีดังกล่าว ก่อนที่จะร่วงลงสู่ระดับเดิมอีกครั้ง

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.40-32.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.41/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 1.1796/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (30/6) ที่ระดับ 1.1719/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวานนี้ (30/6) คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ความไม่แน่นอนจะยังคงเป็นลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจโลกต่อไป ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้เงินเฟ้อมีความผันผวนมากขึ้น และจำเป็นที่ ECB จะต้องดำเนินมาตรการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อรักษาระดับราคาให้อยู่ใกล้เคียงเป้าหมาย

และยังอธิบายเพิ่มเติมในการประชุม ECB Forum on Central Banking ว่า โลกในภายภาคหน้ามีความไม่แน่นอนมากขึ้น และความไม่แน่นอนนั้นมีแนวโน้มจะทำให้เงินเฟ้อผันผวนมากขึ้น

นอกจากนั้น ECB ได้เปิดเผยยุทธศาสตร์ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งสรุปว่า หากเงินเฟ้อเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะสูงหรือต่ำเกินไปก็ตาม ก็จำเป็นต้องมีนโยบายที่ “เข้มแข็งหรือต่อเนื่องอย่างเหมาะสม” เพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตของราคาจะกลับมาสู่เป้าหมาย ซึ่งลาการ์ดยังย้ำว่า การจัดการกับภาวะเงินเฟ้อต่ำเกินไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยลดระยะเวลาที่ ECB ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำเป็นพิเศษ

โดย ณ ปัจจุบัน อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งตรงตามเป้าหมายของ ECB พอดี ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1766-1.1807 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1822/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 143.79/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/6) ที่ระดับ 144.26/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าล่าสุด โบรกเกอร์ของทางญี่ปุ่นระบุว่า บรรยากาศการลงทุนของญี่ปุ่นซบเซาลงหลังจากทรัมป์แสดงความไม่พอใจเมื่อวานนี้ (30/6) ว่า ญี่ปุ่นนำเข้าข้าวจากอเมริกาไม่มากพอ ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับการเจรจาภาษีระหว่างสองประเทศที่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาจากตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่นหลังปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ

อย่างไรก็ตาม โยชิมาสะ ฮายาชิ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นย้ำจุดยืนในวันนี้ (1/7) ว่า ญี่ปุ่นจะไม่เสียสละภาคการเกษตรของประเทศ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องล่าสุดของทรัมป์ที่ต้องการให้ญี่ปุ่นนำเข้าข้าวจากสหรัฐมากขึ้น และกล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราไม่มีความตั้งใจจะประนีประนอมกับอะไรก็ตามที่จะส่งผลเสียต่อภาคเกษตรกรรมของญี่ปุ่นในการเจรจาในอนาคต” ซึ่งทิศทางดูต่างจากเจรจาเรื่องภาษีของสหรัฐ กับประเทศอื่น ๆ ที่ดูเหมือนจะดำเนินไปในทิศทางที่ดี

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.92-143.93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 142.83/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน มิ.ย. จากสถาบัน ADP ของสหรัฐ (2/7), ดัชนี PMI รวมจาก S&P Global ของยูโรโซน (3/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (3/7), อัตราว่างงานเดือน มิ.ย.ของสหรัฐ (3/7), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ (3/7), รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเดือน มิ.ย.ของสหรัฐ (3/7), และดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) ของสหรัฐ (3/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.9/-7.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.0/-5.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าเงินบาทผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอน การเมืองในประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...