โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่นความร้อนถล่มยุโรป สเปนแตะ 46 องศาฯแล้ว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 01.22 น.
ฤดูร้อนปีนี้ไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมา เมื่อคลื่นความร้อนระลอกแรกแผ่ปกคลุมยุโรปตอนใต้ ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายเมืองของสเปนพุ่งทะลุ 45 องศาฯ บางเมืองแตะ 46 องศาฯ ทุบสถิติเดือนมิถุนายนแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่ประชาชนต่างเร่งหาวิธีรับมือกับอากาศสุดขั้ว และเจ้าหน้าที่เตือนให้เฝ้าระวังสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์นี้คืออีกหนึ่งผลกระทบที่ชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

ในขณะที่หลายประเทศเพิ่งเข้าสู่ฤดูร้อน แต่สำหรับบางพื้นที่โดยเฉพาะแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนปีนี้กลับมาพร้อมคลื่นความร้อนระลอกแรกที่รุนแรงและรวดเร็วผิดปกติ สร้างความกังวลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค

ช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ประเทศในยุโรปตอนใต้ โดยเฉพาะสเปน กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อน (Heatwave) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงจนแตะระดับอันตราย หลายเมืองประกาศเตือนภัยด้านสุขภาพ พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่ในที่ร่ม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสเปน (AEMET) รายงานว่า อุณหภูมิในหลายพื้นที่ทะลุ 42 องศาเซลเซียส โดยบางจุดอย่าง เมืองเอลกรานาโด ในจังหวัดอูเอลบา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มีรายงานอุณหภูมิพุ่งถึง 46°C เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดของเดือนนี้เท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ส่วนในเมือง เซบีย่า แคว้นอันดาลูเซีย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอากาศร้อนอยู่แล้ว เทอร์โมมิเตอร์กลางถนนแสดงอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างพยายามหาวิธีคลายร้อน ไม่ว่าจะเป็นการกางร่ม พกพัดลมพกพา ใช้น้ำจากน้ำพุตามทางเท้า หรือดื่มน้ำเย็นอย่างต่อเนื่อง

แม้จะเป็นประเทศที่ประชาชนมีความคุ้นชินกับอากาศร้อน แต่ปีนี้ดูเหมือนว่าจะเป็น “ฤดูร้อนที่ไม่ปกติ” อย่างแท้จริง ทั้งอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ และผลกระทบด้านสุขภาพที่ตามมา ล่าสุดมีรายงานว่า พนักงานทำความสะอาดในเมืองบาร์เซโลนาเสียชีวิต หลังกลับจากการทำงานท่ามกลางอุณหภูมิร้อนจัด ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับอากาศร้อนโดยตรงหรือไม่

จะเห็นว่าคลื่นความร้อนที่รุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นในยุโรป ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่เร่งให้โลกอุ่นขึ้นเร็วกว่าที่เคย จากรายงานขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ทวีปยุโรปคือพื้นที่ที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยในยุโรปเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง สองเท่า

และในฤดูร้อนปี 2022 และ 2023 ที่ผ่านมา ก็มีคลื่นความร้อนรุนแรงในหลายประเทศอย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี และกรีซ ซึ่งทำให้เกิดไฟป่าขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้าใช้งานหนักจนอาจล่ม และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ปี 2025 จึงนับเป็นอีกครั้งที่ยุโรปเผชิญกับคำเตือนที่ชัดเจนว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทางการท้องถิ่นหลายเมืองออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น

  • เปิด ศูนย์พักร้อน (Cooling Centers) ในอาคารสาธารณะ เช่น ห้องสมุด โรงยิม หรือศูนย์ชุมชน
  • แจกน้ำดื่มฟรีตามจุดเสี่ยง
  • จัดทีมพยาบาลเคลื่อนที่ดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน
  • ให้คำแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงบ่าย และสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า คลื่นความร้อนจะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงมากขึ้นทุกปี หากยังไม่มีการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง และย้ำว่า “ไม่ใช่แค่ต้องปรับตัวให้ทัน แต่อาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตเพื่ออยู่รอดในโลกที่ร้อนขึ้น”

ดังนั้น คลื่นความร้อนในสเปนปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอากาศร้อนธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือสัญญาณจากธรรมชาติที่บ่งชี้ว่าเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบนิเวศและภูมิอากาศโลก การรับมือจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเปิดแอร์หรือดื่มน้ำมากขึ้น แต่คือการร่วมมือระดับโลกในการลดโลกร้อน ก่อนที่ฤดูร้อนจะกลายเป็นฤดูอันตรายสำหรับทุกชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...