โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เผ่าภูมิ” พร้อมทบทวนเงื่อนไขปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 16.41 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 11 มิ.ย. – “เผ่าภูมิ” พร้อมทบทวนเงื่อนไขปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ สั่งสรรพสามิตลุยแก้หลายปัญหา NETA อะไหล่ขาด หลังรัฐบาลส่งเสริมใช้รถไฟฟ้า

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากกรณีปัญหาพิโกไฟแนนซ์ขอคืนใบอนุญาตนับร้อยราย เนื่องจากปัญหาหนี้เสียของระบบพิโกไฟแนนซ์สูงถึงร้อยละ 23 แต่ยังมีผู้ประกอบรายใหม่ยื่นขออนุญาตเติมเข้ามาด้วยเช่นกัน กระทรวงการคลังยังมีนโยบายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจากรายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ด้วยการทบทวนเงื่อนไข จากเดิมกำหนดให้การปล่อยกู้เฉพาะในพื้นที่ขออนุญาตภายในจังหวัด เพื่อขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้ รวมไปถึงเงื่อนไขอื่นๆ รวมทั้งการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อดูแลผู้ประกอบการ พิโกไฟแนนซ์ และประชาชนคนกู้อย่างสมดุล

จากกรณีผู้ใช้รถไฟฟ้า “NETA” ร้องสภาผู้บริโภค เหตุไม่ได้ป้ายดำ-อะไหล่ขาด บางรายรถเสียแต่ไม่ได้รับการซ่อมแซม เนื่องจากไม่มีอะไหล่ ต้องสั่งนำเข้าหลายเดือน ศูนย์ทยอยปิดบริการและไม่รับเคลม โดยผู้ประสานงานผู้เสียหายจากกรณีใช้รถไฟฟ้า NETA ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า NETA ในประเทศไทย มีประมาณ 25,000 คัน เริ่มมีปัญหาเริ่มต้นประมาณปี 2567 จากบริษัทแม่ในประเทศจีนประสบปัญหาในเรื่องสภาพคล่อง

นายเผ่าภูมิ กล่าวยอมรับว่า เป็นปัญหาของค่ายรถยนต์แต่ละราย ในส่วนของรัฐบาล เมื่อออกนโยบายภาพรวมส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า จึงต้องมาทบทวนว่าเมื่อประชาชนผู้ใช้ซื้อรถไฟฟ้าเดือดร้อนจะมีช่องทางช่วยเหลืออย่างไร เนื่องจาก NETA ได้รับเงินช่วยเหลือชดเชย เพื่อตั้งโรงงานผลิตในประเทศกว่า 2,000 ล้านบาท ทดแทนการนำเข้า หลายเรื่องเหล่านี้จะนำไปหารือแก้ไขความเดือดร้อนเพิ่มเติม เพื่อดูแลการใช้รถไฟฟ้าทั้งระบบเหมือนกัน

นายเผ่าภูมิ กล่าวอีกว่า กรณีหลายหน่วยงานรัฐ ยื่นขอจัดสรรงบกลางยอดสูงถึง 4 แสนล้านบาท จากงบกลางตั้งไว้ 1.57 แสนล้านบาท การประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ กำลังเร่งกลั่นกรองโครงการลงทุน เพื่อเสนอโครงการต่อบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสนอ ครม. พิจารณาภายในเดือน มิ.ย. 68 และผลักดันให้เริ่มโครงการอัดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ให้ทันตามกำหนด.-515 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...