โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับประเด็น 5 ข้อ ธนาคารโลกเขียนถึงไทยอย่างไรบ้าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.32 น.
โลโก้ธนาคารโลก ภาพโดย REUTERS/Elizabeth Frantz

ธนาคารโลก (World Bank) ออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หรือ Global Economic Prospects ฉบับล่าสุดในวันที่ 10 มิถุนายน 2025 โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง เหลือโต 2.3% จากที่เคยคาดไว้ว่าจะโต 2.7% ในประมาณการครั้งก่อน

ซึ่งร่วงลงอย่างมากจากการเติบโต 3.4% ในปี 2024 ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงมากสุด นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา โดยไม่นับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอื่น ๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ ความปั่นป่วนทางการค้าและความไม่แน่นอนของสงครามภาษียังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ในรายงานที่เผยแพร่สองครั้งต่อปีฉบับนี้

ไม่เพียงเท่านั้น “ประชาชาติธุรกิจ” ยังได้รวบรวมประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่ธนาคารโลกระบุถึงประเทศไทย ดังนี้

ปรับลดจีดีพีเหลือโต 1.8%

ไทยถูกปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2025 ลง 1.1 จุดเปอร์เซ็นต์ จากประมาณการครั้งก่อนในเดือนมกราคม ร่วงมากสุดในภูมิภาค เหลือเพียง 1.8% จากผลกระทบของอุปสงค์ภายนอกที่อ่อนแอ และผลกระทบของภัยแผ่นดินไหว

ซึ่งถือเป็นการปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นมาเล็กน้อยจาก 1.6% ในรายงาน East Asia and Pacific Economic Update ฉบับเดือนเมษายน

ไทยเจ็บหนัก เหตุพึ่งส่งออกมากไป

รายงานระบุว่า ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างมาก เมื่อเทียบกับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) ด้วยกัน ตีคู่มากับเวียดนามและกัมพูชา โดยเฉพาะสินค้าภาคการผลิตสำคัญอย่าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ที่พึ่งการส่งออกเป็นหลัก ทำให้ไทยมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูง หากภูมิรัฐศาสตร์ หรือการค้ามีความผันผวน

โดยมาตรการกีดกันการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่าอย่างจีนและสหรัฐ ได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งไทยอาจต้องเผชิญอุปสงค์ภายนอกที่ลดลง และความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่ต่ำลง จนการลงทุนลดน้อยลงไปด้วย

ธนาคารโลกมองว่า ไทยเป็นประเทศที่เปราะบางต่อมาตรการภาษีอย่างมาก และอาจเผชิญความยากลำบากมากขึ้นได้ หากไม่กระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศเพิ่มเติม ในกรณีที่การค้าโลกไม่ฟื้นขึ้น

โครงการดิจิทัลวอลเลต

ธนาคารโลกได้พูดถึงโครงการแจกเงินหมื่น “ดิจิทัลวอลเลต” ที่คาดว่าจะครอบคลุมประชากรราว 45 ล้านคน และช่วยดึงพายุทางเศรษฐกิจมาหมุนเม็ดเงินในประเทศได้อีก 4 ลูกอีกด้วย โดยธนาคารโลกมองว่าไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในภูมิภาคที่ดำเนินนโยบายการคลังขยายตัว ต่างจากประเทศอื่นที่ดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดทางการคลัง (Fiscal Consolidation) หรือดำเนินงบประมาณสมดุล

ธนาคารโลกมองว่าเป็นการดำเนินนโยบายเชิงรุกที่อาจช่วยสนับสนุนการเติบโตได้ในระยะสั้น แม้ว่าจะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ หากนโยบายยังคงดำเนินต่อไปหลังจากปี 2025

ลดดอกเบี้ยต้องระวัง

ธนาคารโลกระบุว่า ไทยก็เป็นเช่นเดียวกับหลายประเทศที่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้ ซึ่งการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ เป็นไปเพื่อบรรเทาผลกระทบของการบริโภคที่ต่ำ การเติบโตชะลอตัว และความไม่แน่นอนสูงในภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ ธนาคารโลกเตือนว่าการลดอัตราดอกเบี้ยจะมีผลแค่ในระยะสั้น และทำให้พื้นที่ทางการเงินเหลือน้อยลง ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มสูงขึ้น จากการหยุดชะงักของอุปทาน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านราคาของสินค้านำเข้า

แผ่นดินไหวกระทบหนัก

ธนาคารโลกมองว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม อาจกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ภาคเหนือของไทย นอกจากนี้ยังต้องเจียดรายจ่ายภาครัฐมากู้สถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจในปี 2025 เลวร้ายกว่าเดิม

ซึ่งธนาคารโลกประเมินว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ อาจบั่นทอนความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในภูมิภาคลง และอาจชะลอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสสองออกไปอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับประเด็น 5 ข้อ ธนาคารโลกเขียนถึงไทยอย่างไรบ้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...