“อิสราเอล” เริ่มทดสอบระบบป้องกันทางอากาศ หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่นับร้อย
นับตั้งแต่คืนวันศุกร์อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลรวมกว่า 370 ลูก โจมตีอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด "อิสราเอล" เริ่มทดสอบระบบป้องกันทางอากาศ เตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีรอบใหม่
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 12.06 น. เว็บไซต Yahoo Finance รายงานว่า ระบบป้องกันทางอากาศของอิสราเอลถูกทดสอบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธจำนวนมหาศาลเข้ามา
โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่าตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มิ.ย.68) อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลประมาณ 200 ลูก ตามมาด้วยอีก ราว 70 ลูกในเย็นวันเสาร์ (14 มิ.ย.68) และยังมีการยิงเพิ่มในวันอาทิตย์ (15 มิ.ย.68) และวันจันทร์ (16 มิ.ย.68)
รวมแล้วรัฐบาลอิสราเอลระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล 370 ลูก โดยมีประมาณ 30 ลูกที่พุ่งชนเป้าหมายในประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย และบาดเจ็บเกือบ 600 ราย
โดยเมืองต่าง ๆ เช่น Rishon LeZion และ Bat Yam ใกล้เทลอาวีฟได้รับความเสียหายหนัก บ้านเรือนถูกทำลาย ขณะที่เมืองท่าภาคเหนืออย่างไฮฟาก็เป็นเป้าหมายเช่นกัน รวมถึงใจกลางกรุงเทลอาวีฟ
นอกจากนี้อิหร่านยังส่งโดรนโจมตีหลายร้อยลำ ซึ่งอิสราเอลสามารถสกัดไว้ได้ง่ายกว่า Yechiel Leiter เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ ABC ว่า “เรามีระบบป้องกันที่ดี แต่ยังไม่ถึงขั้นปิดท้องฟ้าได้สนิท …และมีเพียงประมาณ 10–15% ของขีปนาวุธสามารถทะลวงเข้ามาได้” ซึ่งตรงกับตัวเลขคาดการณ์ของกองทัพอิสราเอลเอง
แม้สหรัฐจะไม่ได้เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน แต่ก็ได้ช่วยอิสราเอลในการสกัดขีปนาวุธทุกระลอก ซึ่งมีต้นทุนสูงถึงหลายล้านดอลลาร์ต่อระลอก โดยการโจมตีของอิหร่านในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงและสร้างความเสียหายมากที่สุด เทียบกับการยิงในเดือนเมษายนและตุลาคมปีก่อน ซึ่งในครั้งนั้นอิหร่านเน้นเป้าหมายทางทหารและข่าวกรอง แต่ครั้งนี้ยิงทั้งปริมาณมากขึ้น และมุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือน
แม้อิสราเอลเคยเผชิญการยิงขีปนาวุธและโดรนจากกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน เช่น ฮามาส (Gaza) และฮิซบุลเลาะห์ (เลบานอน) มาก่อน แต่กลุ่มเหล่านั้นไม่มีขีปนาวุธขั้นสูงแบบที่อิหร่านใช้
โดยขีปนาวุธของอิหร่านนั้นเร็วกว่า บรรทุกวัตถุระเบิดมากกว่า บังคับทิศทางกลางอากาศได้ เคลื่อนที่นอกชั้นบรรยากาศโลก ทำให้สกัดยากมาก Giora Eiland อดีตนายพลและอดีตหัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล เผยว่า“เมื่อมีระบบนำทางติดอยู่ ขีปนาวุธจะเปลี่ยนทิศทางได้ และระบบป้องกันของอิสราเอลจะคาดเดาเส้นทางไม่ได้” ในขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีในเยเมนก็ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ยิงเพียงครั้งละ 1 ลูก
ด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี อิสราเอล เตือนประชาชนให้อยู่ใกล้ที่หลบภัยและเข้าไปทันทีเมื่อมีสัญญาณเตือนภัยหรือได้รับแจ้งผ่านโทรศัพท์ โดยกองทัพอิสราเอลพยายามทำลายฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านตั้งแต่วันศุกร์ และระบุว่าสามารถทำลายได้ประมาณ 1 ใน 3 หรือราว 120 แห่ง
เนทันยาฮูกล่าวว่า อิสราเอลกำลังอยู่ในสงครามเพื่อการอยู่รอดของชาติที่มุ่งจะถอยร่นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านให้ล่าช้าไปหลายปีหรืออย่างถาวร
ขณะเดียวกัน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า อิสราเอลจะต้องจ่ายราคาหนักสำหรับการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 224 คน ซึ่งรวมถึงนายพลระดับสูงและนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
Tzachi Hanegbi ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เปิดเผยว่า อิหร่านยังมีขีปนาวุธที่สามารถยิงถึงอิสราเอลอีกนับพันลูก แม้ว่าข้อมูลก่อนหน้านี้ของทางการอิสราเอลบางส่วนจะระบุว่ามีเพียงประมาณ 2,000 ลูก
ทั้งนี้แม้อัตราสกัดจะสูงถึง 90% แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตประชาชนจะปกติ โรงเรียนต้องปิดอย่างน้อยตลอดสัปดาห์นี้ สนามบินปิดตั้งแต่วันศุกร์ ทำให้มีคนอิสราเอลติดค้างอยู่ต่างประเทศกว่า 100,000 คน
โดยระบบป้องกันเช่น Arrow Missile ของอิสราเอลที่ใช้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล มีราคาลูกละ 2–3 ล้านดอลลาร์ และบางครั้งต้องยิงมากกว่า 1 ลูกต่อ 1 ขีปนาวุธเพื่อให้สกัดได้แน่นอน ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว Bloomberg รายงานว่าความพยายามป้องกันการโจมตีของอิหร่านในช่วงไม่กี่ชั่วโมงมีค่าใช้จ่ายรวมกันถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ โดยรวมทั้งการสนับสนุนจากสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส และจอร์แดน ขณะที่การโจมตีในรอบนี้ใช้เวลายาวนานกว่ามาก และยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ววัน
อ้างอิง : finance.yahoo.com