โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลาย จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 10.42 น.
การปิดล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิล ค.ศ. 1453 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลาย จุดสิ้นสุดยุคกลาง สู่ศตวรรษใหม่แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา

กรุงคอนสแตนติโนเปิลเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ประตูสู่ยุโรป ไม่เคยมีผู้ใดตีเมืองแตกได้นับพันปี จนกระทั่งสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2แห่งจักรวรรดิออตโตมัน สามารถเข้ายึดครองได้ใน ค.ศ. 1453 และเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาล

ความเป็นมาและความสำคัญ

ในรัชสมัย จักรพรรดิคอนสแตนติน(ครองราชย์ ค.ศ. 324-337) แห่งจักรวรรดิโรมัน พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงจากกรุงโรม มายังดินแดนแห่งใหม่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ยื่นเข้าไปในช่องแคบบอสฟอรัส (ปัจจุบันเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศตุรกี) ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ที่ดีกว่า ทั้งในการป้องกัน การค้าขาย รวมถึงเป็นการสถาปนาอำนาจใหม่ของพระองค์ ในฐานะจักรพรรดิคริสเตียนคนแรกของจักรวรรดิ

พระองค์ทรงเรียกเมืองนี้ว่า “โรมใหม่”(New Roma) ต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ “คอนสแตนติโนเปิล” แปลว่าเมืองของคอนสแตนติน ซึ่งดำรงอยู่นานนับพันปี ด้วยกำแพงเมืองที่แข็งแกร่ง แม้จักรวรรดิโรมันจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม

ปลายศตวรรษที่ 4 จักรวรรดิโรมันประสบปัญหาภายในอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ โรมันตะวันออก และโรมันตะวันตก มีเมืองหลวงคือกรุงคอนสแตนติโนเปิล และกรุงโรม ตามลำดับ

โรมันตะวันตกที่ประสบกับภัยสงครามทั้งภายนอกและภายใน เป็นผลให้ล่มสลายไปใน ค.ศ. 476 คงเหลือไว้เพียงแต่โรมันตะวันออก หรือที่รู้จักกันต่อมาในชื่อ “จักรวรรดิไบแซนไทน์”

กรุงคอนสแตนติโนเปิลเติบโตขึ้นเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรือง เพราะตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เชื่อมระหว่างเอเชียกับยุโรป และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลดำ การค้าส่วนใหญ่ที่มาจากฝั่งตะวันออก จึงจำเป็นต้องผ่านคอนสแตนติโนเปิล เพื่อเข้าสู่ดินแดนทิศตะวันตก นอกจากนี้ เมืองยังเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนา นิกายออร์ทอดอกซ์ อันเป็นนิกายที่ชาวยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่นับถือ

ด้วยความสำคัญของเมืองคอนสแตนติโนเปิลนานาประการข้างต้น ทำให้เป็นที่หมายปองของผู้ปกครองทั่วทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะผู้นำมุสลิม กำแพงของเมืองจึงเปรียบเสมือนที่กั้นระหว่างโลกอิสลามกับยุโรป หลายครั้งที่กองทัพของชาวมุสลิมตั้งแต่สมัยแรกเริ่มของอาณาจักรอิสลามอย่างรัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์ พยายามยึดเมือง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งถึงยุคของจักรวรรดิออตโตมันใน ค.ศ. 1453

การยึดครอง

ความยิ่งใหญ่ของกรุงคอนสแตนติโนเปิลเป็นที่เลื่องลือมาทุกยุคสมัย แม้หลังศตวรรษที่ 13 จักรวรรดิไบแซนไทน์จะเริ่มอ่อนแอลงมากก็ตามจากความขัดแย้งภายใน แต่กำแพงของเมืองก็ยังคงตั้งสง่างาม ไม่มีผู้ใดสามารถตีแตกได้ กลายเป็นความท้าทายของกษัตริย์หลายองค์ที่ต้องการยึดครอง โดยเฉพาะผู้นำมุสลิมที่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง

แรงผลักดันที่ทำให้ผู้นำมุสลิมต้องการเข้าปกครองคอนสแตนติโนเปิล มาจากพระวจนะหนึ่งของศาสดามูฮัมหมัด ความว่า

“แน่นอนคอนสแตนติโนเปิลจะถูกพิชิต และผู้นำที่ดีที่สุดคือผู้นำการพิชิตในครั้งนี้ และกองทัพที่ดีที่สุดก็คือกองทัพดังกล่าว”

(บันทึกโดย อะหมัดและอัลฮากิม)

จักรวรรดิออตโตมันที่ผู้ปกครองเป็นมุสลิม ได้เริ่มขยายอำนาจการปกครองเข้าสู่ยุโรป แต่มีกรุงคอนสแตนติโนเปิลขวางกั้นไว้

มื่อสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. 1451 ขณะมีอายุเพียงแค่ 19 ปี จึงทรงมีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการเข้ายึดครองกรุงคอนสแตนติโนเปิล เพื่อขจัดสิ่งกีดขวางการขยายอำนาจ และเพื่อทำให้พระวจนะเป็นจริง

ทว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสุลต่านหลายพระองค์ก่อนหน้า รวมถึงพระบิดาของสุลต่านเมห์เหม็ดเอง เคยพยายามปิดล้อมเมืองหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ พระองค์จึงได้เตรียมการอย่างเต็มอัตราศึก เพื่อไม่ให้พลาดดังในอดีต

สุลต่านทรงจัดการภัยจากพรมแดนทั้งตะวันออกและตะวันตกให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าปิดล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิล นอกจากนี้ พระองค์ได้เตรียมการสร้างป้อมปราการขวางช่องแคบไว้ เพื่อไม่ให้เมืองได้รับความช่วยเหลือใด ๆ หลังจากเริ่มปิดล้อม

จนเมื่อวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1453 สุลต่านเมห์เหม็ดได้นำกองกำลังเกือบแสนนายปิดล้อมทางบก พร้อมกับปืนใหญ่ขนาดมหึมาชนิดที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นปืนยาว 9 เมตร ปากกระบอกกว้าง 1 เมตร มาใช้โจมตี ในเวลานั้นดินปืนนับเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเป็นอย่างมาก สุลต่านทรงเรียนรู้และตั้งใจจะใช้ปืนใหญ่นี้ทำลายกำแพงเมืองคอนสแตนติโนเปิลที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยแตกมาก่อน

กระนั้น เมื่อเริ่มโจมตีในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1453 แม้ฝั่งไบแซนไทน์จะมีกองกำลังน้อยกว่าหลายเท่าตัว แต่ก็สามารถป้องกันได้อย่างแน่นหนา จนกองทัพของสุลต่านมิอาจทะลวงเข้าไปได้ พระองค์จึงสรรหาวิธีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขุดอุโมงค์ใต้ดิน เพื่อวางระเบิดฐานของกำแพง หรือการนำหอคอยรบเข้าประชิดกำแพงเมือง แต่ยังล้มเหลวในการปิดฉากการปิดล้อมอยู่

ที่สุด พระองค์ทรงตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือ การเคลื่อนย้ายกองเรือราว 70 ลำ ข้ามแผ่นดินมาปล่อยลงทางน้ำโกลเด้นฮอร์น (Golden Horn) ซึ่งแต่เดิมไม่สามารถนำกองทัพเรือแล่นผ่านเข้ามาได้ตรงๆ เพราะฝั่งไบแซนไทน์ได้ตรึงโซ่ขวางไว้

แผนการข้างต้นของสุลต่านได้เปิดแนวรบทางทะเลเพิ่มขึ้นอีกด้านหนึ่ง เป็นผลให้กองทัพไบแซนไทน์ต้องกระจายคนไปป้องกันกำแพงฝั่งทะเลด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นกองทัพที่มีจำนวนน้อยกว่ามาก ก็มิอาจต้านทานไหวได้อีกต่อไป

สุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 สุลต่านเมห์เหม็ดในวัย 21 ปี ก็สามารถเข้ายึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้สำเร็จ นำมาซึ่งจุดจบของจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่มีอายุนับพันปี พระองค์ยังได้ย้ายเมืองหลวงของจักรวรรดิออตโตมันมายังเมืองนี้ และรู้จักในอีกชื่อว่า “อิสตันบูล”ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ของประเทศตุรกีในปัจจุบัน

ผลที่ตามมา

เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลายแล้ว ก็เป็นการเปิดประตูการบุกยุโรปของจักรวรรดิออตโตมันอย่างเต็มอัตราศึก เกิดเป็นสงครามที่กินเวลานับหลายร้อยปี การค้าต่าง ๆ บนเส้นทางสายไหมก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะนโยบายการค้าของออตโตมัน อันมีส่วนผลักดันให้ค้นหาเส้นทางการค้าใหม่โดยชาติตะวันตก

เหตุการณ์นี้ยังนับเป็นเหตุการณ์สำคัญของการสิ้นสุดยุคกลาง และเปิดศตวรรษใหม่แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา จากการที่องค์ความรู้กรีก-โรมัน ของยุโรปตะวันออก หลั่งไหลมากับผู้ลี้ภัยชาวกรีกจำนวนมากเข้าสู่ยุโรปตะวันตก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Burgersdijk, D. W. P., Gerritsen, F. A., & Waal, W. (2025). Constantinople through the ages : the visible city from its foundation to contemporary Istanbul. Brill.

Cartwright, M. (2018, January 23). 1453: The Fall of Constantinople. Retrieved from World History Encyclopedia: https://www.worldhistory.org/article/1180/1453-the-fall-of-constantinople/

Constantinople. (2017, December 06). Retrieved from History: https://www.history.com/articles/constantinople

Denova, R. (2021, May 10). Constantine’s Conversion to Christianity. Retrieved from World History Encyclopedia: https://www.worldhistory.org/article/1737/constantines-conversion-to-christianity/

Emecen, F. M. (n.d.). THE FINAL SIEGE AND FALL OF CONSTANTINOPLE (1453). Retrieved from History of Istanbul: https://istanbultarihi.ist/424-the-final-siege-and-fall-of-constantinople-1453

Hudson, M. (2025, May 22). Fall of Constantinople. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/event/Fall-of-Constantinople-1453

Imber, C. (2019). The Ottoman Empire, 1300-1650 : the structure of power(Third edition). Red Globe Press.

Why did Constantine move the capital of the Roman Empire?(2024, January 15). Retrieved from History Bibliotheca: https://historybibliotheca.com/why-did-constantine-move-the-capital-of-the-roman-empire/

ความพยายาม 7 ครั้ง ในการพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิล. (2 กรกฎาคม 2020). เข้าถึงได้จาก The Ustaz: https://www.theustaz.com/?p=3887

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลาย จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...