29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลาย จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลก
29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลาย จุดสิ้นสุดยุคกลาง สู่ศตวรรษใหม่แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา
กรุงคอนสแตนติโนเปิลเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ประตูสู่ยุโรป ไม่เคยมีผู้ใดตีเมืองแตกได้นับพันปี จนกระทั่งสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2แห่งจักรวรรดิออตโตมัน สามารถเข้ายึดครองได้ใน ค.ศ. 1453 และเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาล
ความเป็นมาและความสำคัญ
ในรัชสมัย จักรพรรดิคอนสแตนติน(ครองราชย์ ค.ศ. 324-337) แห่งจักรวรรดิโรมัน พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงจากกรุงโรม มายังดินแดนแห่งใหม่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ยื่นเข้าไปในช่องแคบบอสฟอรัส (ปัจจุบันเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศตุรกี) ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ที่ดีกว่า ทั้งในการป้องกัน การค้าขาย รวมถึงเป็นการสถาปนาอำนาจใหม่ของพระองค์ ในฐานะจักรพรรดิคริสเตียนคนแรกของจักรวรรดิ
พระองค์ทรงเรียกเมืองนี้ว่า “โรมใหม่”(New Roma) ต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ “คอนสแตนติโนเปิล” แปลว่าเมืองของคอนสแตนติน ซึ่งดำรงอยู่นานนับพันปี ด้วยกำแพงเมืองที่แข็งแกร่ง แม้จักรวรรดิโรมันจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม
ปลายศตวรรษที่ 4 จักรวรรดิโรมันประสบปัญหาภายในอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ โรมันตะวันออก และโรมันตะวันตก มีเมืองหลวงคือกรุงคอนสแตนติโนเปิล และกรุงโรม ตามลำดับ
โรมันตะวันตกที่ประสบกับภัยสงครามทั้งภายนอกและภายใน เป็นผลให้ล่มสลายไปใน ค.ศ. 476 คงเหลือไว้เพียงแต่โรมันตะวันออก หรือที่รู้จักกันต่อมาในชื่อ “จักรวรรดิไบแซนไทน์”
กรุงคอนสแตนติโนเปิลเติบโตขึ้นเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรือง เพราะตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เชื่อมระหว่างเอเชียกับยุโรป และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลดำ การค้าส่วนใหญ่ที่มาจากฝั่งตะวันออก จึงจำเป็นต้องผ่านคอนสแตนติโนเปิล เพื่อเข้าสู่ดินแดนทิศตะวันตก นอกจากนี้ เมืองยังเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนา นิกายออร์ทอดอกซ์ อันเป็นนิกายที่ชาวยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่นับถือ
ด้วยความสำคัญของเมืองคอนสแตนติโนเปิลนานาประการข้างต้น ทำให้เป็นที่หมายปองของผู้ปกครองทั่วทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะผู้นำมุสลิม กำแพงของเมืองจึงเปรียบเสมือนที่กั้นระหว่างโลกอิสลามกับยุโรป หลายครั้งที่กองทัพของชาวมุสลิมตั้งแต่สมัยแรกเริ่มของอาณาจักรอิสลามอย่างรัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์ พยายามยึดเมือง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งถึงยุคของจักรวรรดิออตโตมันใน ค.ศ. 1453
การยึดครอง
ความยิ่งใหญ่ของกรุงคอนสแตนติโนเปิลเป็นที่เลื่องลือมาทุกยุคสมัย แม้หลังศตวรรษที่ 13 จักรวรรดิไบแซนไทน์จะเริ่มอ่อนแอลงมากก็ตามจากความขัดแย้งภายใน แต่กำแพงของเมืองก็ยังคงตั้งสง่างาม ไม่มีผู้ใดสามารถตีแตกได้ กลายเป็นความท้าทายของกษัตริย์หลายองค์ที่ต้องการยึดครอง โดยเฉพาะผู้นำมุสลิมที่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง
แรงผลักดันที่ทำให้ผู้นำมุสลิมต้องการเข้าปกครองคอนสแตนติโนเปิล มาจากพระวจนะหนึ่งของศาสดามูฮัมหมัด ความว่า
“แน่นอนคอนสแตนติโนเปิลจะถูกพิชิต และผู้นำที่ดีที่สุดคือผู้นำการพิชิตในครั้งนี้ และกองทัพที่ดีที่สุดก็คือกองทัพดังกล่าว”
(บันทึกโดย อะหมัดและอัลฮากิม)
จักรวรรดิออตโตมันที่ผู้ปกครองเป็นมุสลิม ได้เริ่มขยายอำนาจการปกครองเข้าสู่ยุโรป แต่มีกรุงคอนสแตนติโนเปิลขวางกั้นไว้
เมื่อสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. 1451 ขณะมีอายุเพียงแค่ 19 ปี จึงทรงมีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการเข้ายึดครองกรุงคอนสแตนติโนเปิล เพื่อขจัดสิ่งกีดขวางการขยายอำนาจ และเพื่อทำให้พระวจนะเป็นจริง
ทว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสุลต่านหลายพระองค์ก่อนหน้า รวมถึงพระบิดาของสุลต่านเมห์เหม็ดเอง เคยพยายามปิดล้อมเมืองหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ พระองค์จึงได้เตรียมการอย่างเต็มอัตราศึก เพื่อไม่ให้พลาดดังในอดีต
สุลต่านทรงจัดการภัยจากพรมแดนทั้งตะวันออกและตะวันตกให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าปิดล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิล นอกจากนี้ พระองค์ได้เตรียมการสร้างป้อมปราการขวางช่องแคบไว้ เพื่อไม่ให้เมืองได้รับความช่วยเหลือใด ๆ หลังจากเริ่มปิดล้อม
จนเมื่อวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1453 สุลต่านเมห์เหม็ดได้นำกองกำลังเกือบแสนนายปิดล้อมทางบก พร้อมกับปืนใหญ่ขนาดมหึมาชนิดที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นปืนยาว 9 เมตร ปากกระบอกกว้าง 1 เมตร มาใช้โจมตี ในเวลานั้นดินปืนนับเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเป็นอย่างมาก สุลต่านทรงเรียนรู้และตั้งใจจะใช้ปืนใหญ่นี้ทำลายกำแพงเมืองคอนสแตนติโนเปิลที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยแตกมาก่อน
กระนั้น เมื่อเริ่มโจมตีในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1453 แม้ฝั่งไบแซนไทน์จะมีกองกำลังน้อยกว่าหลายเท่าตัว แต่ก็สามารถป้องกันได้อย่างแน่นหนา จนกองทัพของสุลต่านมิอาจทะลวงเข้าไปได้ พระองค์จึงสรรหาวิธีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขุดอุโมงค์ใต้ดิน เพื่อวางระเบิดฐานของกำแพง หรือการนำหอคอยรบเข้าประชิดกำแพงเมือง แต่ยังล้มเหลวในการปิดฉากการปิดล้อมอยู่
ที่สุด พระองค์ทรงตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือ การเคลื่อนย้ายกองเรือราว 70 ลำ ข้ามแผ่นดินมาปล่อยลงทางน้ำโกลเด้นฮอร์น (Golden Horn) ซึ่งแต่เดิมไม่สามารถนำกองทัพเรือแล่นผ่านเข้ามาได้ตรงๆ เพราะฝั่งไบแซนไทน์ได้ตรึงโซ่ขวางไว้
แผนการข้างต้นของสุลต่านได้เปิดแนวรบทางทะเลเพิ่มขึ้นอีกด้านหนึ่ง เป็นผลให้กองทัพไบแซนไทน์ต้องกระจายคนไปป้องกันกำแพงฝั่งทะเลด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นกองทัพที่มีจำนวนน้อยกว่ามาก ก็มิอาจต้านทานไหวได้อีกต่อไป
สุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 สุลต่านเมห์เหม็ดในวัย 21 ปี ก็สามารถเข้ายึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้สำเร็จ นำมาซึ่งจุดจบของจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่มีอายุนับพันปี พระองค์ยังได้ย้ายเมืองหลวงของจักรวรรดิออตโตมันมายังเมืองนี้ และรู้จักในอีกชื่อว่า “อิสตันบูล”ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ของประเทศตุรกีในปัจจุบัน
ผลที่ตามมา
เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลายแล้ว ก็เป็นการเปิดประตูการบุกยุโรปของจักรวรรดิออตโตมันอย่างเต็มอัตราศึก เกิดเป็นสงครามที่กินเวลานับหลายร้อยปี การค้าต่าง ๆ บนเส้นทางสายไหมก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะนโยบายการค้าของออตโตมัน อันมีส่วนผลักดันให้ค้นหาเส้นทางการค้าใหม่โดยชาติตะวันตก
เหตุการณ์นี้ยังนับเป็นเหตุการณ์สำคัญของการสิ้นสุดยุคกลาง และเปิดศตวรรษใหม่แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา จากการที่องค์ความรู้กรีก-โรมัน ของยุโรปตะวันออก หลั่งไหลมากับผู้ลี้ภัยชาวกรีกจำนวนมากเข้าสู่ยุโรปตะวันตก
อ่านเพิ่มเติม :
- “ยุทธการกรุงเวียนนา” หน่วยฮุสซาร์ผงาด แรงบันดาลใจศึกใหญ่ “Lord of the Rings”
- “หรุ่ม” ชื่อเรียกชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในสยาม คืออะไร ไฉนเรียกแบบนั้น?
- ทำไม “ยุง” คือหนึ่งในศัตรูสำคัญที่ทำให้อาณาจักรโรมันล่มสลาย ?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
Burgersdijk, D. W. P., Gerritsen, F. A., & Waal, W. (2025). Constantinople through the ages : the visible city from its foundation to contemporary Istanbul. Brill.
Cartwright, M. (2018, January 23). 1453: The Fall of Constantinople. Retrieved from World History Encyclopedia: https://www.worldhistory.org/article/1180/1453-the-fall-of-constantinople/
Constantinople. (2017, December 06). Retrieved from History: https://www.history.com/articles/constantinople
Denova, R. (2021, May 10). Constantine’s Conversion to Christianity. Retrieved from World History Encyclopedia: https://www.worldhistory.org/article/1737/constantines-conversion-to-christianity/
Emecen, F. M. (n.d.). THE FINAL SIEGE AND FALL OF CONSTANTINOPLE (1453). Retrieved from History of Istanbul: https://istanbultarihi.ist/424-the-final-siege-and-fall-of-constantinople-1453
Hudson, M. (2025, May 22). Fall of Constantinople. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/event/Fall-of-Constantinople-1453
Imber, C. (2019). The Ottoman Empire, 1300-1650 : the structure of power(Third edition). Red Globe Press.
Why did Constantine move the capital of the Roman Empire?(2024, January 15). Retrieved from History Bibliotheca: https://historybibliotheca.com/why-did-constantine-move-the-capital-of-the-roman-empire/
ความพยายาม 7 ครั้ง ในการพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิล. (2 กรกฎาคม 2020). เข้าถึงได้จาก The Ustaz: https://www.theustaz.com/?p=3887
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 กรุงคอนสแตนติโนเปิลล่มสลาย จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com