การเติบโตของ ‘Yoga Boobs’ / ‘Ballerina Boobs’ เมื่อเป้าหมายการ ‘ทำนม’ ของหลายคน เปลี่ยนจากทำทั้งทีต้องใหญ่ไว้ก่อน เป็นกะทัดรัด แต่ดูเฟิร์มขึ้น มั่นใจขึ้น ทำกิจกรรมอะไรก็คล่องแคล่ว ไม่อึดอัด
นมเล็ก นมใหญ่ หรือนมไซซ์ไหน จริงๆ แล้วก็งามกันคนละแบบขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเจ้าตัวนั่นแหละ ซึ่งคนนอกไม่ควรถือวิสาสะเอ่ยปากวิจารณ์ว่าคนไหนควรทำอะไรหรือไม่ทำอะไร หรือคอมเมนต์คุกคามต่อขนาดนมอย่างสนุกปาก ดังนั้น เราจึงอยากบอกเสมอว่า การที่ใครสักคนจะทำ ‘ศัลยกรรม’ หากทำเพื่อความมั่นใจของ ‘ตัวเอง’ เป็นหลัก ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง มากกว่าทำตามภาพที่สังคมอยากเห็น (บางครั้งเป็นใครก็ไม่รู้) หรือเสียงกดดันจากคนรอบตัว เราจะมีความสุขกับร่างกายตัวเองได้ยาวนานกว่า
การ ‘ทำนม’ ก็เช่นกันค่ะ เราจะอยากทำนมให้ใหญ่จนเห็นได้ชัดก็เรื่องของเรา หรือจะทำนมให้ยังดู ‘เล็ก’ เอาให้ใหญ่ขึ้นมาแค่นิดหน่อยเท่านั้น ก็เรื่องของเราเช่นกัน เหมือนที่ความต้องการตอนนี้ของสาวๆ หลายคน เลือกไปทำนมแบบ‘Yoga Boobs’ และ ‘Ballerina Boobs’ หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นขนาดนมเล็กๆ แต่เฟิร์ม กระชับ ที่ดูเหมือนคนเล่นโยคะ เต้นบัลเล่ต์ หรือออกกำลังกาย ที่ไม่ได้ใหญ่ตู้มต้าม ฉีกกฎภาพจำว่า ทำนมทั้งทีต้องเอาให้ใหญ่แบบสัดส่วนเทพปั้น หรือออกมาเป็นลุคเซ็กซี่ซู่ซ่าอย่างเดียวเท่านั้น เพราะขนาดนมกะทัดรัดน่ารักแบบนี้ จะเน้นไปที่ความคล่องตัวของการขยับท่าทาง และความเฟิร์ม ดูสุขภาพดี พร้อมๆ กับเสริมสร้างความมั่นใจของเจ้าตัว ที่อยากนมใหญ่ขึ้นแค่เล็กน้อย มองตัวเองในกระจกแล้วแฮปปี้ขึ้น ใส่เสื้อผ้าแล้วดูเต็มขึ้น แค่นั้นก็พึงพอใจ ไม่ต้องพึ่ง Male Gaze หรือสายตาของผู้ชายคนไหนมาตัดสินว่า นมแบบไหน คือนมที่ผู้ชายจะปรารถนา ไม่ต้องพึ่ง Female Gaze ว่านมแบบไหน คือนมที่ผู้หญิงด้วยกันมองว่าสวยเป๊ะ สมบูรณ์แบบ เพราะเราจะพึ่งแค่ My Gaze หรือสายตาของตัวเองนี่แหละ ที่เฉียบขาดและมอบความสุขให้ตัวเองได้มากที่สุด เริ่ม!
เหตุผลที่คนใช้คำว่า Yoga Boobs และ Ballerina Boobs ดร. Aviva B. Preminger ศัลยแพทย์ตกแต่งที่นิวยอร์กบอกว่าเป็น “คำที่สะท้อนถึงความต้องการในรูปร่างที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์แบบกระฉับกระเฉง และไลฟ์สไตล์แข็งแรงแบบนักกีฬา” กล่าวคือ “มันจะไม่ขัดขวางการเคลื่อนไหวหรือความสบายตัวขณะทำกิจกรรม เช่น โยคะ พิลาทิส หรือวิ่ง” และจากปรากฏการณ์ที่ผู้หญิงหันมาทำนมลักษณะนี้ รวมถึงบางคนที่มีขนาดหน้าอกที่ใหญ่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ก็ตัดสินใจมาทำศัลยกรรมลดขนาดให้เล็ก เพราะใช้ชีวิตลำบาก หรือบางคนที่เคยทำนมให้ใหญ่ไปก่อนหน้านี้ ก็มาเปลี่ยนซิลิโคนหน้าอกกันใหม่ ก็มีศัลยแพทย์หลายคนที่มองว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความก้าวหน้าทางความคิดของผู้หญิง ที่ไม่ได้ยึดติดกับค่านิยมความงาม ว่าการมีนมที่ใหญ่และดูเต่งตึงคือความสวยสำเร็จรูปที่ทุกคนต้องมี แต่เป็นสิ่งที่เราเลือกได้ หรือจะไม่เลือกก็ได้เช่นกัน
ดร. Mariam Awada ศัลยแพทย์ตกแต่งจากรัฐมิชิแกน มองว่า “ในที่สุดสาวๆ ก็ตัดสินใจเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทำเพื่อคู่ครองหรือทำเพื่อสังคม เพราะยุคแห่ง ‘go big or go home’ (จะทำทั้งทีก็ต้องทำให้เต็มที่ ไม่งั้นก็กลับบ้านไปเลย) มันกำลังหายไปแล้ว” เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ภาพจำของการนม หลายครั้งคนในสังคมมักจะมองไปถึงการทำให้มันดูเต็มไม้เต็มมือมากกว่าการทำแค่เล็กน้อย ไม่ได้เปลี่ยนจนเห็นได้ชัด ทำให้บางคนอาจรู้สึกกดดัน และเลือกทำหน้าอกในขนาดที่คนคิดว่าสวย มากกว่าที่ตัวเองจะมองว่าสวยก็เป็นได้
เธอมองเห็นผู้หญิงจำนวนมากที่เลือกการเสริมหน้าอกในลักษณะนี้ ที่เน้นความธรรมชาติ และเข้ากับรูปร่าง และไลฟ์สไตล์ที่มีความแอคทีฟของพวกเธอมากขึ้น โดยส่วนมากจะเติมความเต็มให้เนินอกและฐานนมให้ดูอิ่มมากขึ้นโดยที่ไม่ได้ตะโกนออกมาชัดเจนว่านมใหญ่ หรือดูมีขนาดส่วนเกินที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับข้อมูลจากศัลยแพทย์ ดร. Darren Smith ให้สัมภาษณ์กับ The Post ไว้ว่า มีสาวๆ ที่สนใจหน้าอกแบบเล็กๆ มากขึ้นกว่า 5 ปีก่อน และในทุกๆ เดือนจะมีคนมาปรึกษาเบื้องต้นถึงการทำนมในลักษณะนี้ 20-30 คน ซึ่งความต้องการเกิดจากการที่ “พวกเธอไม่ได้ทำเพื่อดึงดูดความสนใจของคนอื่น เพียงแต่อยากเพิ่มวอลลุ่มและเติมส่วนนี้ให้ดูเต็มมากขึ้นเล็กน้อยก็เท่านั้น”
ขณะที่ข้อมูลจากศัลยแพทย์อีกท่าน ดร. Lara Devgan ก็พบว่ามีสาวๆ ที่แวะเวียนเข้ามาปรึกษาการทำนมแบบ Yoga Boobs 50-100 ครั้งต่อเดือนเลยทีเดียว เธอมองว่า “เรากำลังถอยห่างออกจากการพยายามดูเหมือนคนอื่น ความงามกำลังกายเป็นแบบองค์รวมมากขึ้น เน้นไปที่การเติมเต็มบางส่วนของแต่ละคน แทนที่จะแก้ไขข้อบกพร่องทุกอย่าง”
เพราะทัศนคติลบๆ หรือการบูลลี่คนนมเล็ก ยังมีอยู่ทั้งในอดีตยันปัจจุบัน จนทำให้คนนมเล็กถูกมองว่าบกพร่อง ทั้งที่จริง การนมเล็กก็เป็นความสง่างามอย่างหนึ่ง และสวยเหมือนกัน การมีอยู่ของกระแสความงาม ที่ผู้หญิงโอบกอดความนมเล็ก มีส่วนช่วยทำลายกรอบอคติและเพิ่มความมั่นใจให้ใครหลายๆ คนได้มากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถ้ายังอยากนมใหญ่ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด นั่นก็เป็นความงามแบบหนึ่งเหมือนกัน เพียงแต่ การมีสติ และได้รับการปรึกษากับแพทย์ว่าขนาดไหนที่เหมาะสมกับสรีระ ที่จะไม่ทำให้เกิดอาการปวดต่างๆ นั่นก็เป็นสิ่งที่น่าคำนึง เนื่องจากจริงๆ แล้วคนนมใหญ่หลายคนก็ประสบปัญหาปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง รู้สึกหนักหรืออึดอัดเวลาทำกิจกรรมบางอย่าง หรือบางคนอาจขาดความมั่นใจจากการถูกจ้องมองหน้าอกมากๆ เหมือนถูกคุกคามทางสายตาตลอด จนพยายามใส่เสื้อผ้าหลวมๆ หรือขนาดใหญ่ตลอดเวลาเพื่ออำพราง ซึ่งก็น่าเศร้าเหมือนกันที่คนคนหนึ่งจะรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะร่างกายของตัวเอง นั่นทำให้คนที่เคยเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ เลือกจะกลับมาถอดซิลิโคน หรือบางคนที่นมใหญ่แต่กำเนิด ก็เลือกมาลดขนาด
ดร. Ania Olympia Smialkowski ผู้เป็นศัลยแพทย์ ได้กล่าวกับ Mamamia ว่า “การถอดซิลิโคนหน้าอกเพิ่มขึ้นถึง 46% ทั่วโลกตั้งแต่ปี 2019 ถึง ปี 2023” โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ International Society of Aesthetic Plastic Surgery
ดังนั้นแล้ว การจะทำนมให้ใหญ่ขึ้น หรือจะทำนมให้เล็กลง หรือจะทำนมให้ใหญ่ขึ้นแค่นิดเดียวเท่านั้น มันก็ล้วนเป็นสิ่งที่ ‘เจ้าตัว’ ควรจะเลือกเอง หากชั่งใจมาแล้วว่าต้องการอะไรกันแน่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสุขของตัวเอง แค่นั้นก็นับว่าเพียงพอ เพราะเราสามารถกำหนดค่านิยมความงามของตัวเองได้เสมอ คนอื่นไม่ควรยุ่ง ไม่ควรวิจารณ์ ไม่ควรคุกคาม หรืออะไรทั้งสิ้น
อ้างอิง:
https://www.newbeauty.com/yoga-boobs/
https://www.thezoereport.com/beauty/2025-plastic-surgery-trends
https://www.mamamia.com.au/breast-reduction-trend/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- การเติบโตของ ‘Yoga Boobs’ / ‘Ballerina Boobs’ เมื่อเป้าหมายการ ‘ทำนม’ ของหลายคน เปลี่ยนจากทำทั้งทีต้องใหญ่ไว้ก่อน เป็นกะทัดรัด แต่ดูเฟิร์มขึ้น มั่นใจขึ้น ทำกิจกรรมอะไรก็คล่องแคล่ว ไม่อึดอัด
- The Standard Grill สเต็กเฮาส์ที่ผสมผสานกลิ่นอายดั้งเดิมกับความโมเดิร์นสุดมัน! จากร้านดังในนครนิวยอร์กสู่กรุงเทพฯ โดยฝีมือรังสรรค์ของเชฟ Alonso Lunar Zarate
- พาชมนิทรรศการนาฬิกา Seiko ที่เริ่มจากความคิดเล่นๆ แต่ออกแบบอย่างจริงจัง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com