วิธีปฐมพยาบาลเมื่อแมวชัก ข้อควรทำและห้ามทำเพื่อความปลอดภัย
แมวชัก เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจสำหรับทาสแมวทุกคนครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในวินาทีชีวิตคือการ "ตั้งสติ" เพราะการช่วยเหลือที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้เจ้าเหมียวบาดเจ็บซ้ำซ้อน วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีปฐมพยาบาลแมว และข้อห้ามที่หลายคนยังเข้าใจผิดกันครับ
สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อแมวเริ่มชัก เมื่อเห็น แมวมีอาการชัก ให้รีบเคลียร์พื้นที่รอบตัว ย้ายสิ่งของที่คมหรือแข็งออกไปเพื่อป้องกันการกระแทก หากน้องอยู่ในที่ปลอดภัยอยู่แล้ว ห้ามเคลื่อนย้าย โดยไม่จำเป็นครับ แต่ถ้าอยู่ใกล้ที่สูงหรือบันได ให้หาผ้าหนาๆ หรือหมอนมากั้นไว้แทน สิ่งที่เจ้าของต้องทำเพิ่มคือการ จับเวลา และ บันทึกวิดีโอ อาการชักไว้ เพื่อให้สัตวแพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ
3 ข้อห้ามเด็ดขาด! อย่าหาทำตอนแมวชัก
1. ห้ามเอาอะไรใส่ปาก: แมวลิ้นไม่จุกปาก เหมือนคนครับ การงัดปากจะทำให้น้องหายใจลำบากและคุณอาจถูกกัดได้
2. ห้ามกอดรัด: การฝืนแรงชักอาจทำให้แมวกระดูกหักหรือบาดเจ็บหนักกว่าเดิม
3. ห้ามให้อาหารหรือน้ำ: หลังหยุดชักแมวจะยังมีอาการมึนงง หากให้กินทันทีอาจเสี่ยง แมวสำลัก ลงปอดได้
การดูแลหลังหยุดชักและการส่งตัวให้หมอ หลังสิ้นสุดอาการ โรคลมชักในแมว ให้สร้างความสงบ ปิดไฟ และลดเสียงรบกวน เนื่องจากแมวจะสับสนและตาพร่ามัวชั่วขณะ หากพบว่าแมวชักนานเกิน 2-3 นาที หรือชักต่อเนื่องหลายครั้งใน 24 ชั่วโมง (Cluster Seizures) ต้องรีบส่ง โรงพยาบาลสัตว์ ทันทีครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะสมองบวม หรือการได้รับสารพิษที่อันตรายถึงชีวิต
สุดท้ายนี้ แม้แมวจะดูปกติหลังหยุดชักแล้ว แนะนำว่าควรพาไป ตรวจสุขภาพแมว อย่างละเอียด ทั้งการตรวจเลือดและระบบประสาท เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ว่าจะเป็นโรคตับ โรคไต หรือความผิดปกติในสมอง