โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบไอ้หื่น! ฉุด ด.ญ. 14 ไปบ้านร้างหวังขืนใจ มีผู้นำท้องถิ่นเป็นเส้นสาย

Amarin TV

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
รวบไอ้หื่น! ฉุด ด.ญ.พิเศษ 14 ปี เข้าบ้านร้าง พ่อเหยื่อแฉประวัติโชกโชน-มีเส้นสายเป็นผู้นำท้องถิ่น ลั่นไม่ยอมความ แม้ปฏิเสธเสียงแข็ง

รวบไอ้หื่น! ฉุด ด.ญ.พิเศษ 14 ปี เข้าบ้านร้าง พ่อเหยื่อแฉประวัติโชกโชน-มีเส้นสายเป็นผู้นำท้องถิ่น ลั่นไม่ยอมความ แม้ปฏิเสธเสียงแข็ง

วันนี้ (9 มกราคม 2569) เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.อ.ธีรรัฐ มีประเสริฐ รอง สว.สภ.มะเริง อ.เมืองนครราชสีมาได้ควบคุมตัว นายคุณานนท์ หรือหลง อายุ 29 ปี เดินทางมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณซอยภายในหมู่บ้านคอนอินทร์ หมู่ที่ 4 ต.พะเนา อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา ภายหลังจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 นางเก๋ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ได้นำ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ลูกสาววัย 14 ปี เข้าแจ้งความว่าถูกนายหลงฉุดจากปากซอยข้างบ้าน เข้าไปพยายามข่มขืนกระทำชำเราในบ้านร้างซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียหายเพียง 50 เมตร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 6 ม.ค.69 ที่ผ่านมา

โดยผู้เป็นแม่ระบุว่า บุตรสาวได้ขออนุญาตไปนั่งเล่นที่บ้านเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันจนถึงเวลาประมาณ 23.00 น. กระทั่งพี่สาวของเด็กหญิงที่เพิ่งกลับจากทำงาน สังเกตเห็นความผิดปกติว่ามีชายสวมเสื้อสีชมพูกำลังกอดคอและลากตัวน้องสาวเข้าไปในบริเวณบ้านร้าง ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร จึงรีบออกตามหาพร้อมกับมารดา

จากการสอบถามเพื่อนในกลุ่มของเด็กหญิง ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายคุณานนท์ หรือ "หลง" ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของเพื่อนในกลุ่ม จนกระทั่งครอบครัวตามไปพบ ด.ญ.เอ ยืนอยู่กลางซอยในอาการมึนเมาสุราและมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย

เมื่อสอบถามความจริง เด็กหญิงเล่าทั้งน้ำตาว่า ถูกนายหลงล็อกคอและบังคับลากเข้าไปในห้องน้ำหลังบ้านร้าง ก่อนจะลงมือกระทำอนาจารและพยายามขืนใจ แต่โชคดีที่นายหลง ได้ยินเสียงพี่สาวมาตะโกนเรียกชื่ออยู่หน้าบ้าน จึงหยุดการกระทำและข่มขู่ไม่ให้เด็กหญิงร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป

ต่อมานายโจ้ (นามสมมติ) บิดาของเด็กหญิงเอ ทราบเรื่องด้วยความโกรธแค้นจึงรุดไปสอบถามนายหลงถึงที่บ้านพัก แต่ฝ่ายผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธจนเกิดการปะทะคารมและทะเลาะวิวาทกันขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะเริง เจ้าของพื้นที่จะเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวนายหลงมายังสถานีตำรวจ เพื่อสอบสวนเบื้องต้น

โดย ด.ญ.เอ (นามสมมติ) เล่าว่า ตนได้เดินทางไปงานวันเกิดแฟนเพื่อน โดยที่ผู้ก่อเหตุไม่ได้ร่วมงานด้วย แต่ตามมาภายหลัง เมื่อถึงเวลาเดินทางกลับ มีน้องของแฟนเพื่อนและผู้ก่อเหตุเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์มาส่งตน แต่ระหว่างทางผู้ก่อเหตุกลับฉุดตนเข้าไปภายในบ้านร้าง พร้อมกับซักถามชื่อของตนและถามว่าพ่อของตนขายรถได้ราคาเท่าไหร่ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงมือจับตัวตนไว้ ซึ่งในตอนนี้ตนรู้สึกหวาดกลัวมาก ว่า ผู้ก่อเหตุจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก และตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องตนยังคงมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา

ด้านนายโจ้ (นามสมมติ) บิดาของเด็กหญิงผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในขณะเกิดเหตุลูกสาวคนโตได้โทรศัพท์ไปหาตนขณะที่ตนอยู่ที่ร้านของเพื่อนเพื่อแจ้งว่าน้องสาวถูกคนเมาฉุดกระชากตัวไปจากข้างบ้าน ลูกสาวคนโตจึงพยายามเดินตามไปในบ้านร้างแต่หาไม่เจอเนื่องจากเป็นมุมมืด เมื่อไปสอบถามญาติของผู้ก่อเหตุก็ได้รับคำตอบว่าไม่เห็น จนกระทั่งมีการขับรถวนหาและได้เจอกับผู้ก่อเหตุพร้อมกับลูกสาว ซึ่งจากหลักฐานพบว่ามีการฉุดลูกสาวตนลงมาจากรถและลากตัวไป โดยลูกสาวของตนนั้นเป็นเด็กพิเศษที่มีพัฒนาการช้า ที่ผ่านมาตนทราบว่าผู้ก่อเหตุรายนี้เคยมีพฤติกรรมลักษณะนี้มาก่อนแต่เรื่องกลับเงียบหายไป เพราะมีญาติเป็นผู้นำท้องถิ่นถึง 2 คนช่วยวิ่งเต้นเรื่องคดี ตนจึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวเพื่อเตือนภัยสังคมและยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยในตอนแรกผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพและเตรียมให้ผู้ใหญ่มาขอขมาตน แต่เมื่อเห็นว่าทางตนไม่ยอมความและทางตำรวจนำตัวมาถึงสถานีตำรวจ ผู้ก่อเหตุกลับพลิกคำให้การปฏิเสธในภายหลังทันที

จากการสืบสวนพบหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพขณะนายหลงทำการฉุด ด.ญ.เอ ไปจากปากซอยได้อย่างชัดเจน แม้ว่าในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายหลงจะยังให้การปฏิเสธในข้อหาข่มขืน โดยอ้างว่าเพียงแค่ฉุดไปลวนลามที่บ้านร้างแล้วปล่อยตัวไปเท่านั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว เนื่องจากมีพยานแวดล้อมหลายคนยืนยันว่าเห็นผู้ต้องหาฉุดเด็กหญิงเข้าไปในบ้านร้างเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ยังระบุชัดเจนว่า อวัยวะเพศของ ด.ญ.เอ มีร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราจริง ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของผู้ต้องหาอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมพยานและหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...