โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ใส่ใจดูแล ‘ตากุ้งยิง’ ถูกวิธี ป้องกันลุกลาม

เดลินิวส์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตากุ้งยิงเป็นภาวะที่พบได้บ่อย สร้างความรำคาญใจในการใช้ชีวิตได้ไม่น้อย สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆ ที่เราอาจมองข้ามไป เช่น การขยี้ตา หรือการดูแลความสะอาดที่ไม่ดีพอ

อาการตุ่มแดงๆ บวมที่ขอบตา ทำให้รู้สึกเจ็บๆ คันๆ อย่าง“ตากุ้งยิง” สร้างความรำคาญใจ และเจ็บปวด แม้บางคนคิดว่าหายเองได้ แต่ในบางคนอาจเกิดความเจ็บปวดรุนแรงกว่าที่คิด

“คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล” มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับทั้งสาเหตุของตากุ้งยิง และวิธีดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

ตากุ้งยิง เป็นการอักเสบของต่อมบริเวณเปลือกตา ซึ่งโดยปกติ เปลือกตาของเรามีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อขนาดเล็กจำนวนมากอยู่ตามขอบตา เพื่อสร้างสารคัดหลั่งมาให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา เมื่อเกิดการอุดตันของท่อระบายของต่อมเหล่านี้ ร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย (เชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นเชื้อที่อาจพบได้บนผิวหนังของเราอยู่แล้ว) ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง และมีหนองเกิดขึ้น ลักษณะเป็นตุ่มคล้ายกับ “สิว” บริเวณเปลือกตานั่นเอง

พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เสี่ยงให้เกิด “ตากุ้งยิง”

สาเหตุหลักที่ทำให้เชื้อโรคเข้าไปในต่อมไขมันที่อุดตันที่เปลือกตาได้ มักมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา ดังนี้

1. เผลอ “ขยี้ตา” ป้ายเชื้อโรคเข้าตาโดยไม่รู้ตัว

มือของเราเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี การใช้มือที่ไม่สะอาดไปสัมผัส แคะ หรือขยี้ตาบ่อย ๆ คือการเปิดทางให้เชื้อโรคจากมือเดินทางเข้าไปยังบริเวณเปลือกตาและทำให้เกิดการติดเชื้อได้โดยตรง

2. “เครื่องสำอาง” และ “การล้างหน้า” ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

การใช้เครื่องสำอางที่หมดอายุ, ไม่สะอาด, ใช้แปรงหรืออุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับผู้อื่น หรือการล้างเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาออกไม่หมดจด จะทำให้เกิดการสะสมของคราบเครื่องสำอางและแบคทีเรีย นำไปสู่การอุดตันและการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย

3. การใส่และถอด “คอนแทคเลนส์” แบบผิดวิธี

ขั้นตอนการใส่และถอดคอนแทคเลนส์จำเป็นต้องสัมผัสกับบริเวณดวงตาและเปลือกตา หากล้างมือไม่สะอาด หรือดูแลรักษาความสะอาดของตลับและตัวคอนแทคเลนส์ได้ไม่ดีพอ ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้เช่นกัน

4. ภาวะ “เปลือกตาอักเสบ” โรคประจำตัวที่ต้องดูแล

ผู้ที่มีภาวะเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง (Blepharitis) อยู่เดิม จะมีต่อมไขมันที่ทำงานผิดปกติและเกิดการอุดตันได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดตากุ้งยิงซ้ำ ๆ ได้บ่อย

5. ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ

เมื่อร่างกายอ่อนแอจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ, ความเครียด, หรือมีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน เช่น โรคเบาหวาน ร่างกายจะมีความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียลดลง ทำให้ติดเชื้อต่าง ๆ รวมถึงตากุ้งยิงได้ง่ายขึ้น

6. เคยเป็นแล้ว ก็เป็นซ้ำได้

หากเคยเป็นตากุ้งยิงแล้ว และพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ยังไม่ถูกปรับแก้ ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นซ้ำที่เดิมหรือบริเวณใกล้เคียงได้เสมอ

เมื่อเป็นตากุ้งยิง ควรดูแลตัวเองอย่างไร และอาการแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์

เมื่อตุ่มตากุ้งยิงเพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้น เราสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อช่วยให้อาการทุเลาลงได้

การดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อตุ่มเพิ่งเริ่มมา

-หัวใจสำคัญคือ “ประคบอุ่น” ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น (แต่ไม่ร้อนจัด) บิดหมาด ๆ แล้ววางประคบบนเปลือกตาบริเวณที่เป็นตากุ้งยิงนานครั้งละ 5-10 นาที ทำวันละ 3-5 ครั้ง ความร้อนจะช่วยลดการอุดตันของต่อมไขมัน ทำให้หนองระบายออกได้ดีขึ้น และช่วยให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น

-รักษาความสะอาดล้างมือบ่อย ๆ และรักษาความสะอาดของใบหน้าและรอบดวงตาอยู่เสมอ

-งดการแต่งหน้าและใส่คอนแทคเลนส์ หยุดกิจกรรมทุกอย่างที่อาจเพิ่มการระคายเคืองหรือการสะสมของเชื้อโรคจนกว่าตากุ้งยิงจะหายดี

“ข้อห้าม” สำคัญ ! อย่าทำเด็ดขาด

ห้ามบีบ เค้น หรือพยายามเจาะหนองออกจากตุ่มตากุ้งยิงด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้การติดเชื้อลุกลามเข้าไปในชั้นที่ลึกขึ้นของเปลือกตา ทำให้อาการอักเสบแย่ลง และอาจเกิดเป็นแผลเป็นได้

สัญญาณที่ควรไปพบจักษุแพทย์

หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบจักษุแพทย์ทันที โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเหล่านี้

-อาการปวดบวมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

-ตุ่มมีขนาดใหญ่มากจนบดบังการมองเห็น

-อาการไม่ดีขึ้นเลยภายใน 48 ชั่วโมงหลังดูแลตนเอง

-มีไข้ หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณหูบวม

-เป็นตากุ้งยิงซ้ำๆ บ่อยผิดปกติ

แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดหยอดหรือกิน หรือหากจำเป็นอาจทำการเจาะเพื่อระบายหนองออกอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

ตากุ้งยิงเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และมักไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่สร้างความรำคาญใจในการใช้ชีวิตได้ไม่น้อย สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆที่เราอาจมองข้ามไป เช่น การขยี้ตา หรือการดูแลความสะอาดที่ไม่ดีพอ การเข้าใจถึงสาเหตุและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่กับการดูแลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี เช่น การประคบอุ่นและรักษาความสะอาด จะช่วยให้ตากุ้งยิงหายได้เร็วขึ้น และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...