โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฮอริเคนถล่ม ระบบสื่อสารล่ม คนจาเมกาหันมาใช้ BitChat

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 06.41 น.

พายุเฮอริเคนเมลิสซาเล่นงานจาเมกาอย่างหนัก จนโครงข่ายไฟฟ้า-อินเทอร์เน็ตล่มไปกว่าครึ่งประเทศ ท่ามกลางความอึดอัด ประชาชนกลับยังติดต่อกันได้ผ่าน BitChat แอปสื่อสารแบบ Bluetooth Mesh ที่ไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต กลายเป็นเครือข่ายฉุกเฉินที่ช่วยให้ข้อมูลยังไหลเวียนได้แม้โครงสร้างพื้นฐานจะหยุดทำงาน

เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประเทศจาเมกาต้องเผชิญกับหนึ่งในพายุเฮอริเคนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังเฮอริเคน ‘เมลิสซา’ (Melissa) ระดับ Category 5 พัดขึ้นฝั่งพร้อมกระแสลมที่แรงกว่า 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามรายงานของศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐ (US National Hurricane Center) ความรุนแรงของพายุทำให้เกาะทั้งเกาะเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน สายไฟแรงสูงหักโค่น และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน-การสื่อสารถูกทำลายอย่างหนัก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากสูญเสียไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเครือข่ายโทรศัพท์เกือบทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง

จากข้อมูลบริการติดตามเหตุขัดข้องด้านอินเทอร์เน็ต NetBlocks ระบุว่า ระดับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วประเทศจาเมกาลดลงเหลือเพียงราว 30% ของระดับปกติ ถือเป็นวิกฤตด้านการสื่อสารครั้งใหญ่ที่สุดของเกาะในรอบหลายปี ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเพราะเสาไฟฟ้าที่หักโค่นจากแรงลม ทำให้ทั้งเกาะสูญเสียระบบพลังงานหลัก ทำให้ผู้คนจำนวนมากถูกตัดขาดจากโลกภายนอกในชั่วข้ามคืน

แต่ในวิกฤตที่เหมือนทุกช่องทางติดต่อถูกปิดตาย สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกับระบบโทรคมนาคมที่ล่มลงประชาชนในหลายพื้นที่ยังสามารถติดต่อกันได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยกันกระจายข่าว แจ้งเตือนภัย หรือแม้แต่ส่งข้อมูลตำแหน่งที่ปลอดภัยให้กันและกัน

สิ่งที่ทำให้การสื่อสารยังคงดำเนินต่อไป คือแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า BitChat ซึ่งกลายเป็น “เครือข่ายฉุกเฉินของประชาชน” ในสถานการณ์ที่ระบบสื่อสารปกติใช้งานไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังพายุถล่ม BitChat กลายเป็นแอปที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดในหมวด Social Networking ของ App Store Jamaica และทะยานขึ้นเป็นอันดับสองของแอปฟรีทั้งหมด ทั้งบน Apple และ Android ทั่วประเทศ การเติบโตพุ่งแบบก้าวกระโดดนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสไวรัล แต่เป็นผลจาก “ความจำเป็นเร่งด่วน” เพราะคนไม่มีวิธีไหนที่จะสื่อสารกันได้อีกแล้ว

BitChat ถูกออกแบบมาสำหรับสถานการณ์เช่นนี้โดยตรง แอปพลิเคชั่นไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตหรือเสาสัญญาณโทรศัพท์ใด ๆ แต่ใช้การเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ Mesh Networking ซึ่งทำให้โทรศัพท์แต่ละเครื่องทำหน้าที่เหมือน “เสาสัญญาณขนาดย่อม” คอยรับ-ส่งข้อความต่อกันเป็นทอด ๆ หากโทรศัพท์สองเครื่องอยู่ในระยะราว 30 เมตร ข้อความจะถูกส่งข้ามไปยังอีกฝั่งได้ทันที และถ้ามีผู้ใช้หลายร้อยหรือหลายพันคนในพื้นที่เดียวกัน เครือข่ายจะแผ่กว้างออกไปราวกับเป็นผังเมืองของสัญญาณไร้อินเทอร์เน็ต

ตัวแอปยังทำงานแบบกระจายศูนย์โดยไม่ต้องพึ่งเซิร์ฟเวอร์กลาง และมีการเข้ารหัสแบบ End-to-End ทุกข้อความ ทำให้แม้ระบบโทรคมนาคมหลักจะล้มเหลว แต่ระบบสื่อสารของประชาชนกลับยังคงทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือ นักพัฒนารายหนึ่งของ BitChat ที่ใช้ชื่อว่า ‘calle’ ให้สัมภาษณ์กับ Decrypt ว่านี่เป็น “ครั้งแรกที่มีการใช้งานพุ่งสูงจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ” ก่อนหน้านี้ BitChat เคยถูกใช้งานหนักในเนปาลและอินโดนีเซีย แต่เป็นช่วงเหตุการณ์ประท้วงทางการเมือง ไม่ใช่วิกฤตพายุ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในจาเมกาได้พิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่ไร้ข้อจำกัดจากโครงสร้างพื้นฐานหลัก และไม่ถูกผูกไว้กับหน่วยงานหรือบริษัทใดโดยตรง ประชาชนสามารถส่งข้อความแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ และแบ่งปันข้อมูลสำคัญ เช่น ตำแหน่งที่ปลอดภัยหรือเส้นทางอพยพ ผ่านฟังก์ชั่น Location Notes ที่แอปออกแบบมาเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉินโดยเฉพาะ

ผู้พัฒนา BitChat อธิบายว่า เป้าหมายของแอปคือ “คืนเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการสื่อสาร โดยไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน อนุญาต หรือการเฝ้าระวังใด ๆ” และย้ำว่าแอปถูกสร้างมาเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ “ทุกอย่างล่มสลายแต่การสื่อสารยังต้องเดินต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฮอริเคนถล่ม ระบบสื่อสารล่ม คนจาเมกาหันมาใช้ BitChat

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...