เฮอริเคนถล่ม ระบบสื่อสารล่ม คนจาเมกาหันมาใช้ BitChat
พายุเฮอริเคนเมลิสซาเล่นงานจาเมกาอย่างหนัก จนโครงข่ายไฟฟ้า-อินเทอร์เน็ตล่มไปกว่าครึ่งประเทศ ท่ามกลางความอึดอัด ประชาชนกลับยังติดต่อกันได้ผ่าน BitChat แอปสื่อสารแบบ Bluetooth Mesh ที่ไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต กลายเป็นเครือข่ายฉุกเฉินที่ช่วยให้ข้อมูลยังไหลเวียนได้แม้โครงสร้างพื้นฐานจะหยุดทำงาน
เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประเทศจาเมกาต้องเผชิญกับหนึ่งในพายุเฮอริเคนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังเฮอริเคน ‘เมลิสซา’ (Melissa) ระดับ Category 5 พัดขึ้นฝั่งพร้อมกระแสลมที่แรงกว่า 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามรายงานของศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐ (US National Hurricane Center) ความรุนแรงของพายุทำให้เกาะทั้งเกาะเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน สายไฟแรงสูงหักโค่น และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน-การสื่อสารถูกทำลายอย่างหนัก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากสูญเสียไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเครือข่ายโทรศัพท์เกือบทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง
จากข้อมูลบริการติดตามเหตุขัดข้องด้านอินเทอร์เน็ต NetBlocks ระบุว่า ระดับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วประเทศจาเมกาลดลงเหลือเพียงราว 30% ของระดับปกติ ถือเป็นวิกฤตด้านการสื่อสารครั้งใหญ่ที่สุดของเกาะในรอบหลายปี ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเพราะเสาไฟฟ้าที่หักโค่นจากแรงลม ทำให้ทั้งเกาะสูญเสียระบบพลังงานหลัก ทำให้ผู้คนจำนวนมากถูกตัดขาดจากโลกภายนอกในชั่วข้ามคืน
แต่ในวิกฤตที่เหมือนทุกช่องทางติดต่อถูกปิดตาย สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกับระบบโทรคมนาคมที่ล่มลงประชาชนในหลายพื้นที่ยังสามารถติดต่อกันได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยกันกระจายข่าว แจ้งเตือนภัย หรือแม้แต่ส่งข้อมูลตำแหน่งที่ปลอดภัยให้กันและกัน
สิ่งที่ทำให้การสื่อสารยังคงดำเนินต่อไป คือแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า BitChat ซึ่งกลายเป็น “เครือข่ายฉุกเฉินของประชาชน” ในสถานการณ์ที่ระบบสื่อสารปกติใช้งานไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังพายุถล่ม BitChat กลายเป็นแอปที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดในหมวด Social Networking ของ App Store Jamaica และทะยานขึ้นเป็นอันดับสองของแอปฟรีทั้งหมด ทั้งบน Apple และ Android ทั่วประเทศ การเติบโตพุ่งแบบก้าวกระโดดนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสไวรัล แต่เป็นผลจาก “ความจำเป็นเร่งด่วน” เพราะคนไม่มีวิธีไหนที่จะสื่อสารกันได้อีกแล้ว
BitChat ถูกออกแบบมาสำหรับสถานการณ์เช่นนี้โดยตรง แอปพลิเคชั่นไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตหรือเสาสัญญาณโทรศัพท์ใด ๆ แต่ใช้การเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ Mesh Networking ซึ่งทำให้โทรศัพท์แต่ละเครื่องทำหน้าที่เหมือน “เสาสัญญาณขนาดย่อม” คอยรับ-ส่งข้อความต่อกันเป็นทอด ๆ หากโทรศัพท์สองเครื่องอยู่ในระยะราว 30 เมตร ข้อความจะถูกส่งข้ามไปยังอีกฝั่งได้ทันที และถ้ามีผู้ใช้หลายร้อยหรือหลายพันคนในพื้นที่เดียวกัน เครือข่ายจะแผ่กว้างออกไปราวกับเป็นผังเมืองของสัญญาณไร้อินเทอร์เน็ต
ตัวแอปยังทำงานแบบกระจายศูนย์โดยไม่ต้องพึ่งเซิร์ฟเวอร์กลาง และมีการเข้ารหัสแบบ End-to-End ทุกข้อความ ทำให้แม้ระบบโทรคมนาคมหลักจะล้มเหลว แต่ระบบสื่อสารของประชาชนกลับยังคงทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือ นักพัฒนารายหนึ่งของ BitChat ที่ใช้ชื่อว่า ‘calle’ ให้สัมภาษณ์กับ Decrypt ว่านี่เป็น “ครั้งแรกที่มีการใช้งานพุ่งสูงจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ” ก่อนหน้านี้ BitChat เคยถูกใช้งานหนักในเนปาลและอินโดนีเซีย แต่เป็นช่วงเหตุการณ์ประท้วงทางการเมือง ไม่ใช่วิกฤตพายุ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในจาเมกาได้พิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่ไร้ข้อจำกัดจากโครงสร้างพื้นฐานหลัก และไม่ถูกผูกไว้กับหน่วยงานหรือบริษัทใดโดยตรง ประชาชนสามารถส่งข้อความแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ และแบ่งปันข้อมูลสำคัญ เช่น ตำแหน่งที่ปลอดภัยหรือเส้นทางอพยพ ผ่านฟังก์ชั่น Location Notes ที่แอปออกแบบมาเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉินโดยเฉพาะ
ผู้พัฒนา BitChat อธิบายว่า เป้าหมายของแอปคือ “คืนเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการสื่อสาร โดยไม่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน อนุญาต หรือการเฝ้าระวังใด ๆ” และย้ำว่าแอปถูกสร้างมาเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ “ทุกอย่างล่มสลายแต่การสื่อสารยังต้องเดินต่อไป”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฮอริเคนถล่ม ระบบสื่อสารล่ม คนจาเมกาหันมาใช้ BitChat
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net