โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจชี้เวลเนส เมกะเทรนด์โลก เครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ธ.ค. 2568 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2568 เวลา 00.14 น.

ธุรกิจชี้เวลเนส Wellness-Longevity เมกะเทรนด์โลก เครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อน ศก.ไทย เผยปีนี้ทั่วโลกมีมูลค่า 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเร็วกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป 2 เท่า รพ.บำรุงราษฎร์ เดินหน้าลงทุน พร้อมเสริมแกร่งนวัตกรรมชิงดีมานด์ทั้งคนไทย-ชาวต่างชาติ สปาสัญชาติไทย “ONSEN-ดีวานา” รุกขยายตลาดรองรับ คนท่องเที่ยวชี้หากไทยต้องการเป็น Wellness Destination ระดับโลก รัฐต้องมีนโยบาย มาตรฐานให้ชัดเจน

นางสาวนภัส เปาโรหิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด (Chief Marketing Officer) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและ Longevity หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ โดยมีสุขภาพดีแข็งแรงทั้งกายและใจจนถึงบั้นปลายชีวิตกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลก สะท้อนจากตลาด Wellness Economy ทั่วโลกที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 6.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า

ส่วนประเทศไทย Wellness Economy เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจุบันมีมูลค่ารวมกันกว่า 1.4 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวสูงต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าตลาดนี้จะเติบโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี โดยมีแรงหนุนจาก 2 ปัจจัย คือ 1.กระแสความใส่ใจในสุขภาพที่เพิ่มขึ้นหลังวิกฤตโควิด-19 ที่ผลักดันให้ Wellness Economy ในไทยในช่วงปี 2563-2566 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 8.62% ต่อปี

และ 2.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ไทยเติบโตติดอันดับต้น ๆ ของโลก จนมีการประเมินว่าปี 2568 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสร้างรายได้รวม 6.7 แสนล้านบาท

โหมลงทุน-ชูนวัตกรรมชิงดีมานด์

สำหรับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นั้น ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า แนวทางโดยรวมของบำรุงราษฎร์จะมุ่งเสริมแกร่งด้าน Wellness ซึ่งล่าสุดได้นำนวัตกรรมทางการแพทย์อย่าง Smart Personalized HealthMatch หรือระบบจับคู่แพ็กเกจตรวจสุขภาพให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และ Biological Age หรือการตรวจวิเคราะห์อายุของร่างกายในระดับเซลล์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและวางแผนการดูแลสุขภาพในระยะยาว

ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพก่อนป่วย และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ของทั้งผู้รับบริการชาวไทยและชาวต่างชาติทั้งที่พำนักอยู่ในประเทศไทยและนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเพื่อต่อยอดเทรนด์เหล่านี้ โรงพยาบาลจึงเดินหน้าลงทุนทั้งด้านบริการ นวัตกรรม และการขยายสาขาไปยังจังหวัดภูเก็ต ในโครงการบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต มูลค่าการลงทุน 4,300 ล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จภายในครึ่งปีแรกของปี 2570

สอดคล้องกับ นายประเสริฐ ธวัชโชคทวี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่เปิดเผยว่า การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity เป็นเทรนด์สำคัญที่น่าจับตาและส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดผู้บริโภคอย่างมหาศาล เนื่องจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ประกอบกับคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจดูแลคุณภาพชีวิตเพื่ออายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เพียง “อยู่ได้นาน” แต่ยังต้อง “อยู่ได้ดี” ด้วย จึงมองสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย จึงเป็นที่มาของ “เศรษฐกิจอายุยืน” หรือ Longevity Economy

โตเร็วกว่าท่องเที่ยวทั่วไป 2 เท่า

ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ประธานเครือข่าย Thailand Gastronomy Network ที่กล่าวว่า ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) สถาบันสุขภาพระดับโลก ระบุว่าอุตสาหกรรม Wellness Tourism จะเติบโตเป็น 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 51 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027 หรือปี 2570 ซึ่งเติบโตเร็วกว่าการท่องเที่ยวทั่วไปเกือบ 2 เท่า และกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

โดยนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปประมาณ 1,886 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 68,000 บาท สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 56% ขณะเดียวกันประเทศไทยยังครองอันดับ 1 ด้านการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ระหว่างปี 2022-2023 จากบรรดา 25 ตลาดสุขภาพชั้นนำของโลก

“ONSEN-ดีวาน่า” รุกขยายตลาด

นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS กล่าวว่า อุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยธุรกิจสปามีมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท กำลังขยายตัวต่อเนื่อง เติบโตเฉลี่ยราว 9-10% ต่อปี และในส่วนนี้เซ็กเมนต์นวดไทยเติบโตเร็วที่สุด หลังผู้บริโภครุ่นใหม่นิยมใช้บริการด้านสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะวัยทำงานและ Gen Y-Gen Z ที่ให้ความสนใจการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

บริษัทจึงเปิดตัวแบรนด์ “KLAI” (คลาย) บริการนวดแผนไทยรูปแบบใหม่ นำเสนอภาพลักษณ์ทันสมัย เข้าถึงง่าย ให้ประสบการณ์ผ่อนคลายในระดับพรีเมี่ยม ตั้งแต่การบริการ ผลิตภัณฑ์ภายในร้าน ฯลฯ รวมถึง Workshop ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาทิ ยาดม ยาหม่อง บาล์ม และ KLAI Cafe ที่ใช้สมุนไพรไทยเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม Nonalcohol อีกด้วย

“บริษัทตั้งเป้าปี 2569 ไว้ที่การเติบโต 100% และขยายสาขาอีกอย่างน้อย 3 สาขาในปี 2570”
เช่นเดียวกับ นายพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีวานา เวลเนส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจลักเซอรี่สปา และเครื่องหอมสัญชาติไทยแบรนด์ “ดีวานา” ที่กล่าวว่า บริษัทยังคงขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศ โดยมองว่าตลาดสปาและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดและดูแลสุขภาพขององค์รวม หรือ เวลเนส (Wellness) ของประเทศไทย ยังขยายตัวสูงระดับสองหลักจนถึงสามหลัก

“จากรายงานของ Global Wellness Institute (GWI) ประเมินว่าปี 2568 นี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมสปาโลก มีมูลค่าประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 230 ล้านล้านบาท และประเมินด้วยว่าในช่วงปี 2563-2568 ธุรกิจสปาเติบโตเฉลี่ยต่อปี 17.2% ส่วนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตในระดับ 20.9%” นายพัฒนพงศ์กล่าว

แนะรัฐกำหนดนโยบายให้ชัดเจน

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และที่ปรึกษา BDMS Wellness กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้คนทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพ ทำให้แนวคิด Well-being กลายเป็นไลฟ์สไตล์สำคัญและต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่สร้างคุณค่าแก่ทั้งร่างกายและเศรษฐกิจ

หากประเทศไทยต้องการเป็น Wellness Destination ระดับโลก ต้องเร่งขยายฐานกลุ่ม Primary ผ่านการสร้าง Ecosystem ครบวงจร ตั้งแต่นโยบายรัฐ มาตรฐานบริการ แพ็กเกจท่องเที่ยวสุขภาพแบบบูรณาการ จนถึงการสร้างสุขภาวะให้คนไทยเอง พร้อมทั้งเจาะตลาด Gen Z (13-28 ปี) นักเดินทางรุ่นใหม่ที่พร้อมลงทุนเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

เช่นเดียวกับ นายกรด โรจนเสถียร ประธานกรรมการ ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยได้ต้องใช้เสน่ห์ความเป็นไทยเป็นตัวดึงดูด เพราะประเทศไทยมีจุดแข็งครบ ทั้งอาหารสุขภาพ สมุนไพร การแพทย์แผนไทย และวัฒนธรรมที่สัมผัสได้จริง ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

โดยปัจจุบันลูกค้าชีวาศรมมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 60,000-100,000 บาทต่อคนต่อทริป และมีแนวโน้มพักระยะยาวมากขึ้น ตั้งแต่ 7 คืนจนถึง 3 เดือน บางรายอยู่นานถึง 6 เดือน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจชี้เวลเนส เมกะเทรนด์โลก เครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...