รถดูดส้วม กับไสยศาสตร์ของชาตินิยม
บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
คนไทยรู้สึกกับคนเขมรอย่างไรเป็นเรื่องที่ตอนนี้รู้ๆ กัน แต่ก่อนที่คนไทยจะรู้กันถึงขั้นยอมให้บางคนทำเหมือนรถดูดส้วมเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาติ คนไทยก็รู้สึกกับคนเขมรเหมือนกับคนลาว, คนพม่า, คนมาเลเซีย, คนแขก, คนเวียดนาม ฯลฯ นั่นคือไม่มีชาติไหนสู้ชาติไทยได้เลย
ความเชื่อว่าคนไทยเหนือกว่าทุกชาติในภูมิภาคมีข้อเท็จจริงรองรับเท่ากับหมอปลายบอกว่ามนุษย์ต่างดาวจะแต่งงานหมู่ในไทย แต่ความเชื่อแบบนี้มีคนเป็นล้านเชื่อว่าจริง และทันทีที่ไทยกับเขมรเกิดข้อพิพาทชายแดน ความเชื่อแบบนี้ก็เป็นเชื้อไฟให้คนไทยเกลียดเขมรแบบไม่เผาผีกันเลย
แน่นอนว่าความเชื่อเรื่องคนชาติไหนเหนือกว่าชาติไหนไม่มีข้อเท็จจริงอะไรรองรับเลย คนไทยอายุ 80 ไม่แข็งแรงเท่าคนเขมรอายุ 18 ส่วนคนเขมรจบ ม.3 คงไม่เก่ง AI เท่าคนไทยที่เรียนเรื่องนี้ที่ MIT เพราะความเหนือกว่ากันเป็นเรื่องปัจเจกต่อปัจเจก ไม่ใช่เป็นเรื่องความเป็นชาติแบบที่เขาหลอกลวง
คนไทยที่เก่งกว่าคนเขมรบางเรื่องนั้นมีแน่ เช่นเดียวกับคนเขมรที่เก่งกว่าคนไทยบางเรื่องก็มีด้วย แต่นั่นเป็นคนละเรื่องกับการบอกว่า “ไทย” เหนือกว่า “เขมร” หรือ “เขมร” เหนือกว่า “ไทย” ซึ่งทำงานบนวาทกรรมว่าคนทุกชาติมี DNA เดียวกัน และ DNA นั้นทำให้ชาติเราเหนือกว่าชาติอื่นตลอดเวลา
“คนไทยหรือเปล่า” เป็นวลีที่แพร่หลายในสังคมไทยมานาน แต่เราจะไม่ได้ยินคำพูดนี้แพร่หลายขนาดนี้ในสังคมอื่น คนอเมริกาเจอกันอาจถามว่า “มาจากรัฐไหน” แต่ไม่ได้ถามว่า “เป็นคนอเมริกาหรือเปล่า” แบบคนไทยถามกันแน่ๆ เช่นเดียวกับคนอินเดีย, คนฝรั่งเศส หรือคนลาตินอเมริกา
สำหรับคนไทยแล้ว วลี “คนไทยหรือเปล่า” ไม่ได้หมายถึงความเป็นคนไทยในแง่ภูมิศาสตร์ แต่หมายถึงการมี “ความเป็นไทย” บางอย่างเหมือนกันทุกคนแบบที่คุณแอ๊ด คาราบาว เคยแต่งเพลงบอกว่า “คนไหนคนไทย จะรู้ได้ไง ถ้ามีน้ำใจคนไทยแน่นอน”
ใครที่คิดว่า DNA คนไทยคือความมีน้ำใจก็ลองไปพิสูจน์น้ำใจโดยข้ามถนนในไทยดู เพราะประเทศนี้รถไม่จอดให้คนข้ามทางม้าลาย ต่อให้มีสัญญาณไฟข้ามถนนก็ไม่จอด คนข้ามถนนรู้ว่าต้องระวังไม่ให้ถูกรถชนตายด้วยน้ำใจคนขับรถที่แซงขวาด้วยความเร็วสูงขณะเราข้ามถนนตามสัญญาณไฟ
ต่อให้เปลี่ยนคำว่า “เขมร” เป็นชาติอื่นอย่างพม่าหรือลาว ความเชื่อว่าคนไทยเหนือกว่าชาติอื่น และคนชาติอื่นด้อยกว่าคนไทยก็เป็นวาทกรรมที่พบในเพลง, หนัง, ละคร, คอมเมนต์ใต้ข่าว, โพสต์อินฟลูฯ, บทสนทนาในชีวิตประจำวัน ฯลฯ ถึงทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรพิสูจน์ได้นอกจากอ้างวาทกรรมนั่นเอง
คนไทยรักชาติเหมือนคนทุกประเทศรักชาติ แต่ความเชื่อว่าคนไทยเหนือคนชาติอื่นคือ “ชาตินิยม” ที่ไม่มีข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์รองรับเลย
ชาตินิยมแบบนี้จึงมีลักษณะกึ่งเหนือจริงกึ่งไสยศาสตร์ที่สะกดจิตคนทั้งประเทศให้เคลิบเคลิ้มราวกับทุกคนมี DNA เดียวกันที่เหนือกว่าชาติอื่นทุก DNA
ชาตินิยมแบบกึ่งเหนือจริงกึ่งไสยศาสตร์เชื่อว่าคนทั้งประเทศต้องคิดเหมือนกัน แสดงออกเหมือนกัน รักชาติวิธีเดียวกัน แต่งตัวแบบเดียวกัน เหยียดชาติอื่นเหมือนกัน เอารถดูดส้วมไปพ่นใส่ชาติอื่นเหมือนกัน ยกพวกกระทืบเขมรเหมือนกัน หรือแม้แต่โอนเงินให้กันจอมพลังเหมือนกัน
ชาตินิยมแบบนี้มีจุดเด่นคือความง่ายในการปลุกระดมว่าคนไทยทุกคนต้องคิดและทำเหมือนกัน และก็เหมือนการปลุกระดมทั่วไปที่ต้องมี “ฝ่ายปลุกระดม” ว่าตัวเองรักชาติกว่าทุกคน และต้องมีฝ่ายที่ถูกปลุกระดมกล่าวหาว่า “ไม่รักชาติ” ไม่ว่าจะเป็นคนในชาติเดียวกันหรือคนชาติอื่นก็ตาม
ไม่ว่าชาตินิยมแบบปั่นกระแสจะเกิดในยุคไหน คนบางกลุ่มก็จะโหนกระแสนี้แล้วตั้งตัวเป็นเจ้าลัทธิชี้หน้าด่าคนไปทั่ว ใช้เป็นข้ออ้างม็อบก็ได้ เป็นข้ออ้างขอรับบริจาคก็ได้ เป็นข้ออ้างรัฐประหารก็ได้อีก หรือแม้แต่ใช้เป็นข้ออ้างพูดผิดๆ ถูกๆ เพื่อโจมตีคนที่ไม่พูดหรือทำอย่างที่กลุ่มนี้ต้องการ
ถ้าถามว่าการทำแบบนี้ช่วยชาติได้หรือไม่ คำตอบคือได้ทั้งช่วยและทั้งไม่ช่วย
ตัวอย่างเช่น รถดูดส้วมนั้นได้ใจคนไทยที่เกลียดเขมรมากจนเชียร์ให้เอาอึไปฉีด
แต่ไม่ช่วยให้ฮุน เซน หยุดโจมตีไทยหรือถอนกำลังทหาร รวมทั้งไม่มีผลให้เขมรยอมถอนตัวจากพื้นที่ เพราะทั้งหมดมาจากการเจรจา
คนกลุ่มที่ได้ประโยชน์กลุ่มแรกตลอดกาลจากการปลุกระดมไม่ใช่ชาติ แต่คือนักปลุกระดมทั้งที่รับโอน และไม่รับโอนเงิน รวมทั้งหน่วยงานรัฐทั้งทหาร, ตำรวจ, ผู้ว่าฯ, รัฐบาล, กลุ่มต้านรัฐบาล ฯลฯ สุดแท้แต่สถานการณ์ว่าจะชุลมุนขนาดไหน และแผนการโหนกระแสชาตินิยมเข้าทางตีนใคร
ผมพูดเรื่องนี้เพราะเกือบ 5 เดือนแล้วที่ปัญหาชายแดนไทย-เขมรทำให้เกิดกระแสชาตินิยมจนคนบางกลุ่มปั่นเป็นการเหยียดเชื้อชาติ, เหยียดคนในชาติที่คิดเรื่องชาติต่างกัน
ในเวอร์ชั่นที่แย่ที่สุดของชาตินิยมแบบนี้ เรากลายเป็นประเทศที่คนบางกลุ่มขู่ฆ่าคนอื่นเพราะคิดเรื่องรักชาติไม่เหมือนกัน ไม่เห็นด้วยกับรถดูดส้วมก็ถูกขู่ฆ่าได้ สามีถูกรัฐบาลอุ้มหายก็เอามาหัวเราะเยาะกลางทีวีได้อีก หรือแม้แต่ไล่ล่าคนไทยที่ค้านการระดมคนไปกระทืบคนเขมรในไทย
ความรักชาติไม่ผิด แต่ความรักชาติก็เหมือนความรักทุกประเภทที่ต้องรักให้ถูกทาง ไม่อย่างนั้นจะถลำสู่ด้านมืดของความหลงที่กลายเป็นชาตินิยมซึ่งบังคับให้ทุกคนทำเหมือนกัน คนชาติอื่นด้อยกว่าชาติตัวเองหมด
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไสยศาสตร์ทางสังคมที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเลย
ปัญหาใหญ่สุดของชาตินิยมไทยคือการจรรโลงความเป็นชาติโดยไม่มีอะไรยึดโยงประชาชน ชาติไทยยิ่งใหญ่เพราะความเป็นไทยซึ่งพูดกันราวกับมีอยู่ใน DNA ทั้งที่สิ่งนี้ไม่มีอยู่ และในที่สุดชาติกลายเป็นเรื่อง Superficial / Meta Discouse / Pseudo-Nationalism ซึ่งเป็นปัญหาในหลายสังคม
ผมเขียนบทความนี้จากตุรกีซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่แสนจะชาตินิยม แต่ชาตินิยมตุรกีมีรากฐานทางประวัติศาสตร์จากความยิ่งใหญ่ของชนชาติเติร์ก, จักรวรรดิออตโตมันที่ครอบคลุมเอเชียตะวันตกถึงแอฟริกาเหนือในศตวรรษที่ 14-20 และขนาดทางเศรษฐกิจที่โตอันดับที่ 16 ของโลกปัจจุบัน
ตุรกีมีปัญหาความรุนแรงต่อชาวเคิร์ดและการประท้วงต่อประธานาธิบดีซึ่งชนะเลือกตั้งจนเป็นผู้นำประเทศมาแล้วกว่า 20 ปี แต่นั่นเป็นปัญหาการเมืองที่เกิดกับทุกชาติ ชาตินิยมตุรกีและความเชื่อในความยิ่งใหญ่ของชาติไม่ได้ลดลงไปด้วย เพราะรากฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติไม่เปลี่ยนไป
ชาตินิยมไทยเกิดขึ้นบนเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่ชนชาติไทยไม่ได้มีอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่จริงๆ และชนชั้นนำไทยไม่ประสบความสำเร็จในการทำให้ประเทศยิ่งใหญ่ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์หรือขนาดทางเศรษฐกิจ ชาตินิยมไทยไม่มีรากทางประวัติศาสตร์เหมือนชนชั้นนำไทยที่แทบไม่มีอะไรให้ภูมิใจเลย
เมื่อใดที่เราพูดถึงความยิ่งใหญ่ของชาตินิยมไทย เมื่อนั้นเราต้องพูดถึงแผนที่ประเทศไทยสมัยอัลไตของ “ทองใบ แตงน้อย” ซึ่งไม่มีใครเชื่อถือแล้ว หรือไม่อย่างนั้นก็อ้างวีรกรรมของชนชั้นนำในพงศาวดารต่างๆ ซึ่งตรวจสอบไม่ได้ถึงขั้นใครวิจารณ์ก็ติดคุกด้วยมาตรา 112 อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ชาตินิยมไทยเล่าความยิ่งใหญ่ของชนชั้นนำไทยเยอะไปหมด แต่ข้อเท็จจริงคือชนชั้นนำไทยไม่มีปัญญาทำให้ประเทศยิ่งใหญ่ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เราจึงไม่มีปัจจุบันและอนาคตให้ภูมิใจ มีแต่เรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีตที่จริงบ้างไม่จริงบ้างเป็นเครื่องชุบชูใจ
ชาตินิยมไทยถูกปลุกปั่นจนเป็นชาตินิยมกึ่งไสยศาสตร์ ชาตินิยมแบบนี้เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง โหนชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ปราบคนเห็นต่าง ไม่พอใจใครก็กล่าวหาว่าไม่รักชาติ ไม่ยอมรับว่าชาติมีปัญหาเยอะไปหมด และแม้แต่แบ่งแยกคนในชาติเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง
สิ่งเดียวที่ชาตินิยมแบบนี้ควรทำ แต่ไม่มีปัญญาทำ คือการสร้างความเจริญให้ชาติ สร้างขนาดทางเศรษฐกิจของประเทศให้โตขึ้น และสร้างประชาธิปไตยให้ยั่งยืนสำหรับประชาชน
ชาตินิยมแบบไทยคือ Pseudo Nationalism เหมือนกับที่เกิดในหลายประเทศทั่วโลก “ชาติ” ไม่ได้ประโยชน์จาก “ชาตินิยม” แบบนี้ แต่คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดได้แก่คนที่อ้างว่าตัวเองพูดแทนชาติ รักชาติกว่าคนอื่น และปลุกระดมให้คนในชาติหลงเชื่อในเรื่องซึ่งที่จริงแล้วชาติไม่ได้อะไร
ไม่มีสังคมปกติที่ไหนปล่อยให้ใครไม่รู้แต่งตัวเป็นทหาร แอ๊กชั่นในพื้นที่ทหาร และทำตัวยิ่งกว่าทหารจนปลุกปั่นให้ประชาชนมีเรื่องกับประชาชนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนในชาติหรือประชาชนคนละชาติก็ตาม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รถดูดส้วม กับไสยศาสตร์ของชาตินิยม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly